ผลงานวิชาการของครู: จุดเริ่มต้นสู่ความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้
ดร.เอกพรต สมุทธานนท์ (ผู้อำนวยการสถานศึกษา)
โรงเรียนควรมีหลักการส่งเสริมการทำผลงานวิชาการของครูโดยการสร้างโรงเรียน ฯ ให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ ตามแนวคิดของ Peter M. Senge ซึ่งได้กล่าวถึงวินัยที่สำคัญ 5 ประการ ในการสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ ไว้ดังนี้
1) บุคคลที่รอบรู้ (personal mastery ) : บุคคลควรได้รับการส่งเสริมให้มีการพัฒนาอยู่เสมอโดยการพัฒนาควรเป็นไปอย่างต่อเนื่อง รูปแบบของการเรียนรู้จะเน้นการเรียนรู้ในที่ทำงาน (work place learning) หรือการเรียนรู้ภายใต้กระบวนการทำงาน ( on the job learning)อีกทั้งบุคคลควรทราบถึงความเป็นตนเอง ทราบขีดความสามารถและวิสัยทัศน์แห่งตน และควรสามารถจัดการช่องว่างระหว่างวิสัยทัศน์ของตนเองกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในองค์กร
2) รูปแบบความคิด (mental models) : ฝึกให้บุคคลมีการเรียนรู้และเข้าใจถึงสิ่งที่บุคคลต้องการ(วิสัยทัศน์ตนเอง)กับสิ่งที่องค์กรต้องการ (วิสัยทัศน์ขององค์กร)ดังนั้น องค์กรแห่งการเรียนรู้ผู้บริหาร ควรเตรียมรูปแบบการสร้างบรรยากาศของการแลกเปลี่ยนแนวความคิดระหว่างกัน อันทำให้คนในองค์กรมีแนวความคิดไปในแนวทางเดียวกัน และนำไปสู่ผลงานวิชาการที่มีประสิทธิภาพ
3. วิสัยทัศน์ร่วม (shared vision) : ผลักดันให้เกิดความสอดคล้องระหว่างวิสัยทัศน์ขององค์กรและวิสัยทัศน์ของบุคคล (ควรต้องสอดคล้องกับคุณค่าหรือค่านิยมที่บุคคลยึดถือ) ส่งผลให้บุคคลทำผลงานวิชาการด้วยความผูกพันผลงาน และองค์กร ไม่ใช่การทำเพียงเพื่อให้ได้วิทยฐานะเท่านั้น
4) การเรียนรู้เป็นทีม (team learning) : ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความคิดทั้งในรูปแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ (อาจเป็นการพูดคุยกัน การอภิปรายร่วมกัน) ก่อให้เกิดเป็นความรู้ ความคิดร่วมกันภายในองค์กร การดำเนินการอาจตั้งเป็น กลุ่ม ชมรม หรือชุมนุม
5. ความคิดเป็นระบบ (System thinking) : มีกรอบแนวความคิดคือ คิดเป็นกลยุทธ์ เน้นรูปแบบที่สามารถนำมาปฏิบัติจริงได้ (อาจประยุกต์ใช้ SWOT analysis) คิดทันการณ์ การคิดควรทันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมภายนอกที่มีอิทธิพลต่อองค์กร และสามารถแก้ไขปัญหาได้ทันการณ์ และเล็งเห็นโอกาส การคิดไม่เพียงแต่การคิดในปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น แต่ควรพิจารณาถึงสภาพการณ์ในอนาคต เพื่อสามารถกำหนดแนวทางการปฏิบัติเชิงรุกได้
การสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่ทำไม่ได้ จึงมีสิ่งที่ควรระมัดระวังคือควรเข้าใจถึงหลักการที่แท้จริงและเมื่อลงมือทำแล้วต้องทำอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นกระบวนการที่ใช้เวลายาวนาน เพราะเกี่ยวข้องกับบุคคล ทั้งในเชิงความคิดและพฤติกรรม นอกจากนั้น การดำเนินการไม่มีรูปแบบที่แน่นอน ต่างองค์กรจะมีรูปแบบที่ต่างกัน ดังนั้น การไปดูตัวอย่างโดยไม่ศึกษาบริบทขององค์กรนั้นแล้วนำมา Copy ถือเป็นความล้มเหลวขององค์กร แต่อาจทำได้ในลักษณะของ Benchmarking และทีมงานจะต้องมีความแข็งแกร่งมากพอในการผลักดันองค์กรแห่งการเรียนรู้ ซึ่งจะต้อง เป็นทีมงานที่เกิดจากความสมัครใจ และร่วมมือกันของครูในโรงเรียนซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อเส้นทางการพัฒนาครูสู่การมี วิทยฐานะที่สูงขึ้นอย่างสง่างาม น่าภาคภูมิใจ และส่งผลโดยตรงต่อการเรียนรู้ของนักเรียน และโรงเรียนอย่างแท้จริง
Peter M. Senge, The Fifth Discipline: The Art & Practice of The Learning Organization (New York: Currency Doubleday, 1990), 371 p.

ดีนะคะ แต่ตัวอักษรเล็กจัง ต้องตั้งใจอ่านป็นพิเศษ
ตั้งใจติดตามค่ะ เป็นกำลังใจให้ทำงานต่อไปนะคะ
ก้อดีนะค่ะ
โรงเรียนของเราจะได้ก้าวหน้าไป
อย่างมากเลยค่ะ
]^] ลูกคนนี้คิดถึงแม่อารีย์จังเลย