ขบวนไหนๆที่เขาขับเคลื่อนกันเป็นเรื่องใหญ่ ก็ล้วนมีอุดมการณ์ หลักการ สั้นๆแต่กินใจ เพื่อเติมพลังในการขับเคลื่อน เช่น หลักการ “สหกรณ์”
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">วันที่ 13 กย. ในวงประชุมวิชาการขบวนองค์กรการเงินชุมชนและสวัสดิการชุมชน จากการทบทวนวรรณกรรม แล้วต่อด้วยความคิดเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่านซึ่งเป็นประโยชน์มากๆ เราคิดว่า ขบวนองค์กรการเงินชุมชนและสวัสดิการชุมชนน่าจะช่วยกันสร้างภาพในฝันของ “ระบบสวัสดิการชุมชนที่พึงปรารถนา”</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เราอยากสรุปจากความเข้าใจของตัวเองต่อสาระของการประชุมว่า</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ประการแรก ขบวนสวัสดิการชุมชนกับสวัสดิการสังคมโดยรัฐ กำลังเคลื่อนเข้าหากัน</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ประการที่สอง สวัสดิการชุมชน มีปัจจัยนำเข้า (inputs) สำคัญ คือ </p><ul>
</ul>ปัจจัยตัวสุดท้ายมีบทบาทมากในการจัดสวัสดิการชุมชนสมัยใหม่ (กลุ่มออมทรัพย์ วิสาหกิจชุมชน ร้านค้าชุมชน ฯ) <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ประการที่สาม สวัสดิการชุมชน มีหลักการสำคัญ คือ </p><ul>
</ul><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>ตรงนี้แหละที่น่าจะเป็นหัวใจของ ระบบสวัสดิการชุมชนที่พึงปรารถนา <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ประการที่สี่ บทบาทของรัฐ (ทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น) คือ </p><ul>
</ul> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ถ้าลองหยิบ หลักการสี่ข้อในประเด็นที่สาม มาจับเป็น อุดมการณ์ หรือ หลักการสวัสดิการชุมชน ก็น่าจะดี แต่แน่นอน ต้องไปคุยกับขบวนของชุมชนก่อน</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>
ในหลักการสี่ข้อนั้น มีทั้งเรื่อง การพัฒนาทุนทางสังคม การพัฒนาคน การรักษาฐานทรัพยากร (เกี่ยวข้องกับการพึ่งตนเอง) และการพัฒนาทุนทางเศรษฐกิจ
หลักการทั้งสี่ข้อ จะมีความหมายมาก ถ้าเราปรับมันเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของกิจกรรมในแต่ละพื้นที่ โดยแต่ละพื้นที่
1. ไปจัดลำดับความสำคัญกันเองว่า น้ำหนักสี่ข้อจะเท่ากันหรือไม่ ข้อไหนสำคัญที่สุด ลำดับความสำคัญเปลี่ยนไปได้ตามบริบทและสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป เช่น ในช่วงเริ่มต้น การบริหารจัดการอาจเป็นหัวใจ พัฒนาไปสักระยะ อาจต้องปรับลำดับความสำคัญให้แก่ คุณธรรม เป็นต้น
2. ไปสร้างรายละเอียดกันเองว่าจะวัด จะดูมันอย่างไรในลักษณะไหน เช่น คุณธรรม ควรจะดูอย่างไร
ด้วยหลักการของชุมชนทั้งสี่ข้อนี้ จะเห็นได้ว่า ในกรณีองค์กรการเงินชุมชน ที่หน่วยงานต่างๆ วัดแต่อัตราการคืนหนี้นั้น อาจจะเกี่ยวข้องกับแค่ข้อ 4 คือการบริหารจัดการดี (ดูกติกา และการปฏิบัติ) หรือ เกี่ยวกับข้อ 3 นิดๆ (สมาชิกซื่อสัตย์ แต่จริงๆอาจเป็นแค่การหมุนหนี้ ก็จะไม่ได้คะแนนข้อ 3)
การวัดที่ผ่านมาของหน่วยงานจึงยังไม่ครบถ้วนที่จะบอกถึงความสำเร็จขององค์กรการเงินชุมชน
ประเทศไทยหลงทางเพราะใช้ตัวชี้วัดความสำเร็จตัวเดียวคือ จีดีพี
คนไทยหลงทาง เพราะใช้ตัวชี้วัดความสำเร็จคือ "ความมี" (มั่งคั่ง อำนาจ เกียรติยศ ฯลฯ)
อย่าให้ขบวนองค์กรชาวบ้านหลงทางเพราะใช้ตัวชี้วัดบางตัวโดดๆ ที่ทำให้เป้าหมายของชุมชนขาดความสมดุล
ตัวชี้วัดสี่ตัวข้างบน เป็นสิ่งที่ชาวบ้านใช้ประเมินตนเอง
ส่วนหน่วยงานของรัฐต้องใช้ตัวชี้วัดอีกชุด คือ การเป็นหุ้นส่วน การเคารพสิทธิและหลักการชุมชน และคุณธรรมในการทำงานของหน่วยงาน ดูว่าคุณทำทั้งสามตัวได้ดีแค่ไหน
อย่าไปเหมาเอาความสำเร็จของชาวบ้านเป็นความสำเร็จของหน่วยงาน เพราะถ้าทำเช่นนั้น หน่วยงานก็หลงทางอีก อย่างที่เป็นอยู่ก็คือ ทุกหน่วยงาน แห่ลงไปทำในพื้นที่ที่ชาวบ้านเขาทำมาดีๆ
จริงๆแล้ว ในพื้นที่ที่ชาวบ้านทำได้เอง บทบาทการเป็นหุ้นส่วนคงได้คะแนนต่ำ แต่ถ้าไปทำในพื้นที่ที่ชาวบ้านยังต้องการการสนับสนุนมาก บทบาทการเป็นหุ้นส่วนอาจจะได้คะแนนสูง
หน่วยงานก็จะปรับทิศทางการทำงานจากกลุ่มสำเร็จ ไปสู่กลุ่มที่มีความต้องการหนุนเสริมจริงๆ
อยากเสริมอีกนิดว่า
ตัวชี้วัดตัวเดียว อาจทำให้การพัฒนาไม่สมดุล
แต่ตัวชี้วัดหลายตัวเกินไป ก็ไม่ค่อยดี เพราะเบลอ มองไม่เห็นจุดทะลุทะลวง ขาดความชัดเจนของเป้าหมาย
เรียนคุณหมอ
ขอบพระคุณมากค่ะ
ที่พิษณุโลกมีพื้นที่ชายขอบ (อาจเป็นชนบท กึ่งเมืองกึ่งชนบท หรือชุมชนเมือง) ที่ประสบปัญหา และชาวบ้านสนใจร่วมกันจัดทำกิจกรรมต่างๆเพื่อแก้ปัญหาหรือเพื่อจัดสวัสดิการชุมชนไหมคะ
ขอบคุณคุณหมอค่ะ
ขออนุญาตปรึกษาทีมงานอีกครั้งนะคะ