พงศาวดารฉบับกาญจนาภิเษก

 การประชุมพงศาวดารฉบับกาญจนาภิเษกฉลองสิริสมบัติครบ  50  ปี

            ในเดือนอ้าย  ขึ้นหนึ่งค่ำ  พระเจ้าศรีธรรมไตรยปิฏกเมืองเชียงแสนให้ตรวจจัดรี้พลโยธาช้างม้าแลเครื่องสรรพยุทธ  ให้พญาเชียงราย  พญาเชียงฤาเป็นทัพหน้า   พญาเชียงเงิน  พญาเชียงตุง เป็นปีกขวา   พญาเชียงทอง  พญาเชียงฝางเป็นปีกซ้าย  จะยกกองทัพลงมาตีเมืองสัชนาไลย ๆ   ทราบเหตุ  จึ่งให้มีราชสาสน์ไปเมืองเชียงใหม่  ถึงพรหมวะดีราชนัดดาราโชรสพญาฏาราชอันทิวงคตนั้น  ให้จัดแจงเมืองแพร่  เมืองน่าน  เมืองนครให้มั่นคง  อนึ่งให้แต่งกองออกลาดลักตัดลำเลียงแห่งข้าศึกให้ถอยกำลังจนได้

              ฝ่ายข้างกรุงศรีสัชนาไลยนั้น  ก็ให้เกณฑ์พลทแกล้วขึ้นรักษาหน้าที่  แล้วให้กวาดครัวอพยพเข้าพระนคร  ข้างพระเจ้าศรีธรรมราชไตรฏกยกพลมาถึง  จึ่งให้ตั้งค่ายหลวงใกล้เมืองทาง  50  เส้น  แล้วให้ดาพลโยธาล้อมเมืองสัชนาไลยไว้โดยรอบ  ให้พลทหารเข้าปีนปล้นเป็นหลายครา  ชาวพระนครก็ระดมยิงปืนยิงตกคูตายเป็นอันมาก  จะหักเอาเมืองมิได้  พระพุทธโคษาจารย์ขึ่งไปถวายพระพรแก่พระเจ้าศรีธรรมไตรยปิฏกระงับสงครามเสียทั้งสองฝ่าย   พระเจ้ากรุงศรีสัชนาไลยจึ่งให้แต่งนางปทุมเทวีราชธิดาแล้วพระด็เสด็จออกไปบังคมถวายราชธิดา  พระเจ้าศรีธรรมไตรยปิฏกก็มีความยินดีให้เลิกทัพกลับไปเชียงแสน  แลนางปทุมเทวีนั้นมีราชบุตรด้วยพญาธรรมไตรยปิฏกสององค์ชื่อ เจ้าไตรยษรราชองค์หนึ่ง  ชื่อ เจ้าชาติษาครองค์หนึ่ง  และพระเจ้าเชียงแสนได้ทราบว่า  สมเด็จสรรเพชรพุทธเจ้าเสด็จไปอาศัยกระทำภัตกิจใต้ต้นสมอ  พระองค์จึ่งดำริจะสร้างเมืองในที่นั้น  จึ่งมีพระราชโองการสั่งจ่านกร้องแลจ่าการบุญให้ทำเป็นพ่อค้าเกวียนไปคนละห้าสิบเล่ม  เต็มด้วยทุนทรัพย์ทั้งหลายมาถึงเมืองลิลมพลไหว้พระบาทพระพุทธเจ้านั้นแห่งหนึ่ง  จึ่งข้ามแม่น้ำตะนิมมาถึงภูผาหลวง  แลมาถึงสวางคบุรีย์ไหว้พระธาตุพระพุทธเจ้านั้นแห่งหนึ่งแล้วจึ่งข้ามแมกรอม  แม่น้ำแก้วน้อย  จึ่งถึงทุ่งบ้านำรานที่พระพุทธเจ้าไปบิณฑบาตข้างตะวันออก  150  เรือน  ข้างตะวันตก  100  เรือน  จึ่งปรึกษากันสร้างเมืองถวายเห็นจะต้องด้วยพระราชประสงค์และราชอุบายเจ้าเราใช้มา  ครั้นเห็นชอบพร้อมกันแล้ว  จึ่งเริ่มสถาปนาพระนครโดยไสยศาสตร์

ครั้นวันพฤหัสบดี  เดือนสาม  ขึ้นค่ำหนึ่ง  (๕ฯ๓  ค่ำ)  ปีฉลูเพลาเช้าฉศก สถาปนาเมืองนั้น  อนึ่งเมื่อเพลาพระพุทธเจ้าฉันจังหันใต้ต้นสมอ  จ่านกร้องสร้างข้างตะวันตก  จ่าการบุญสร้างข้างตะวันออก  ปีหนึ่งกับเจ็ดวัน    ครั้นการทั้งปวงแล้วสำเร็จจึ่งกลับมาทูลประพฤติเหตุ  บพิตรก็มีความยินดี  จึ่งเสด็จยาตราพลออกจากเมืองเชียงแสน  ณ เดือนอ้าย  แรมหกค่ำ  วันอาฑิตย์  เพลาเช้า  ไปได้สองเดือนจึ่งถึง    และเมื่อจะพระราชทานนามเมืองนั้น  จึ่งตรัสถามชีพ่อว่าเราจะให้ชื่ออันใด  ชีพ่อทูลว่า พระองค์เสด็จมาถีงวันนี้ ได้ยามพิษณุ  จึ่งตรัสปราสาทนามว่า   เมืองพระพิศนุโลก  แลว่าตามพระพุทธเจ้ามาบิณฑบาตร ก็ชื่อว่า  โอฆบุรียตะวันตก  ตะวันออกชื่อว่า  จันทบูรรแล้วให้สร้างพระธาตุแลวิหารใหญ่สี่ทิศสำเร็จแล้ว <p></p>