กระต่ายกับเต่า

กระต่าย เต่า แข่งขัน

หลักชัยอยู่ไกลแสนไกล

สองคนต่างไม่ท้อใจ

แข่งขันไปในเส้นทาง

ต่างมุ่งในเส้นทาง

ขาเต่ากระต่ายมันต่างกัน

สั้นยาวไม่มีสัมพันธ์

กระต่ายประมาทพลันมันหลับไหล

เต่าถึงเส้นชัยเพราะพากเพียร

หันหน้ากันคนละทาง

สร้างดาวกันคนละดวง

ช่วงชิงไปสู่สวรรค์

ใครไม่ทันเป็นคนหลงทาง

กระต่ายพ่ายเต่า

เจ้านกแสงตะวันบินผ่านมา

มันส่งเสียงเจรจา

ทำไมเกิดมาเพื่อแข่งขัน

น่าจะร่วมกันสู่เส้นชัย

ปลุกเพื่อนจากการหลับไหล

เพื่อสร้างสมใจร่วมกัน

(ที่มา : คาราวาน)

บทเพลงเก่าแก่ของคาราวาน ให้ข้อคิดได้มากในปัจจุบัน เพราะสังคมมีการแข่งขันกันสูง สมัยเป็นเด็กหรือวัยรุ่น การแข่งขันเป็นสิ่งที่ไม่พึงปรารถนาเอาเสียเลย เพราะความขี้เกียจเรื่อยเฉื่อยของเรากระมัง ทว่า พอเป็นผู้ใหญ่จึงรู้ว่า การแข่งขันทำให้เกิดสิ่งดีๆหลายอย่าง อาหารที่โรงอาหารมีคุณภาพขึ้น ก็หลังจัดระบบให้แข่งขัน นักเรียนเราเป็นตัวอย่างหนึ่งของการขาดการแข่งขัน เคยเรียนดีๆ นานวันเข้า ความขยันหมั่นเพียร ก็ลดน้อยถอยลงไป สุดท้ายหลายคนถูกกลืนจากสภาพขาดการแข่งขันอย่างสมบูรณ์ สังเกตได้ชัดจากการเรียนของชั้น ม.ปลาย

ทำไม? เพราะสอบทีไรก็ได้คะแนนสูงสุด กี่ครั้งๆก็สูงสุด จะอ่านหนังสือหรือไม่อ่านหนังสือก็สูงสุด ฉะนั้น ไม่มีประโยชน์อะไรต้องขยัน ตัวอย่างความสำเร็จในอนาคตน่ะหรือ..หายากเหลือเกิน โดยเฉพาะคนในครอบครัว ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจดีที่สุด(นักเรียนเรามาจากครอบครัวเกษตรกรและขายแรงงานเป็นส่วนใหญ่)

แต่อีกมุมหนึ่ง การแข่งขันสร้างความเจ็บปวดร้าวราน ให้กับอีกหลายๆคน แน่นอนว่า การแข่งขันต้องมีผู้ชนะ-ผู้แพ้ จะให้win-winทั้งคู่ อย่างเขาว่า..เป็นไปไม่ได้ เพราะที่เหลือ นอกจากwin-winแล้วก็แพ้อยู่ดี ใช่หรือเปล่า? อาทิ ฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่ายบริหารต่างwin-win ประชาชนอย่างเราแพ้แน่ หรือ ถ้าหน่วยงานรัฐกับผู้รับเหมาwin-win ประชาชนผู้เสียภาษีก็รับผลกรรมได้เลย

เราเห็นน้ำตาของนักเรียนที่พลาดหวังจากการสอบเข้ามหาวิทยาลัยมาทุกปี บางปีอาจเซ่นกันด้วยชีวิต ปีนี้ก็ใกล้เข้ามาแล้ว นี้คือผลการแข่งขัน

ในชีวิตจริง จะเป็นจริงได้หรือไม่ ถ้าไม่แข่งขัน เพียงร่วมใจทำ ร่วมกันสร้าง

เจ้านกแสงตะวันบินผ่านมา

มันส่งเสียงเจรจา

ทำไมเกิดมาเพื่อแข่งขัน

น่าจะร่วมกันสู่เส้นชัย

ปลุกเพื่อนจากการหลับไหล

เพื่อสร้างสมใจร่วมกัน

แว่วได้ยินใครบางคนพ้อว่า“ฉันเกลียดการแข่งขัน”