นอกจากใส่ปุ๋ยเคมีตามหลักวิชาการแล้ว ยังต้องใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมักด้วย ระบบน้ำก็มีส่วนประกอบที่สำคัญ

สำนักงานเกษตรอำเภอท่าฉาง ได้จัดเวทีกระบวนการเรียนรู้โรงเรียนเกษตรกรปาล์มน้ำมัน ตามโครงการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยและได้มาตรฐาน (GAP) ตามกระบวนการโรงเรียนเกษตรกร ณ บ้านนายโกมล  โสภาผล  เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันรายใหญ่ของอำเภอท่าฉาง หมู่ที่ 6 ต.เสวียด อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี  เมื่อวันที่  21  สิงหาคม  2550 เวลาประมาณ 13.30 น. โดยมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเกษตรอำเภอพุนพิน บ้านตาขุน คีรีรัฐนิคม วิภาวดี ท่าฉาง ไชยา และท่าชนะ รวม 43 ท่าน เข้าร่วมจัดเวทีกระบวนการเรียนรู้โรงเรียนเกษตรกรปาล์มน้ำมัน เมื่อไปถึงแปลงปาล์มน้ำมันมีเกษตรกรที่เข้าร่วมดครงการ ประมาณ 20 คนรอต้อนรับอยู่แล้ว และได้เยี่ยมชมแปลงปาล์มน้ำมัน มีนายโกมล  โสภาผลเป็นวิทยากร



นายโกมล  โสภาผลได้เล่าถึงประสบการณ์ของตนเองว่าตนเองมีอาชีพรับราชการตำรวจมาก่อน  ต่อมาได้ลาออกจากราชการมาประกอบอาชีพทำการเกษตรเพียงอย่างเดียว จึงได้ปลูกปาล์มน้ำมัน 200 ไร่ ปลูกไว้หลายพันธุ์ในพื้นที่เดียวกัน แยกเป็นสวนซึ่งสามารถเปรียบเทียบผลผลิตระหว่างพันธุ์ได้ดี โดยเฉพาะพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูงคือพันธุ์ สุราษฎร์ธานี1 สามารถให้ผลผลิตถึง 10 ตัน/ปี/ไร่ ซึ่งได้รับคำแนะนำให้ความรู้ด้านวิชาการจากศูนย์วิจัยปาล์ม สำนักงานเกษตรอำเภอท่าฉาง และสำนักงานเกษตรจังหวัดสุราษฎร์ธานีหลายๆ ครั้งด้วยกัน แล้วนำความรู้ที่ได้ไปประยุกใช้ในสวนปาล์มน้ำมันประกอบกับประสบการณ์ที่ตนเองสั่งสมมา 10 ปีกว่าแล้ว นายโกมล แนะนำต่อไปว่าวิธีที่ทำให้ปาล์มน้ำมันมีผลผลิตที่สูงคือนอกจากใส่ปุ๋ยเคมีตามหลักวิชาการแล้ว ยังต้องใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมักด้วย ระบบน้ำก็มีส่วนประกอบที่สำคัญ สวนปาล์มของนายโกมลจะใช้ขี้ไก่ใส่ วิธีใส่คือ ใช้ขี้ไก่ 2 กระสอบ เจาะก้นกระสอบยาวประมาณ 20-30 ซม.วางไว้ใต้ต้นปาล์ม เมื่อขี้ไก่โดนความร้อนจะไหลออกเอง ทำทุกปีดินจะดีขึ้น ความชื้นในดินก็ดีน ผลผลิตปาล์มก็มากขึ้น

หลังจากได้รับฟังการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของเกษตรกรในครั้งนี้ทำให้เห็นว่าเกษตรกรได้แสดงถึงความสามารถของตนเอง แล้วนำมาถ่ายทอดให้กับอื่นๆ เป็นประสบการณ์ที่ดีมาก เป็นการถ่ายทอดโดยใช้กระบวนการ KM เข้ามามีส่วนร่วมในการถ่ายทอดความรู้ จึงมีความเหมาะสมและมีประโยชน์มากกับเกษตรกรที่เข้ามามีส่วนร่วมในครั้งนี้ ซึ่งสามารถนำไปปฏิบัติตามได้ต่อไป