แผนแม่บทชุมชนตำบลหนองสาหร่าย กาญจนบุรี VS แผนแม่บทหมู่บ้านป่าไม้แดง จัดโดยโปรโมเตอร์ กลุ่มที่ ๖ รุ่งอรุณ

รุ่งอรุณกับเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับประเทศแผนแม่บทชุมชนตำบลหนองสาหร่าย กาญจนบุรี VS  แผนแม่บทหมู่บ้านป่าไม้แดง  จัดเวทีโดย รุ่งอรุณ  กลุ่มที่ ๖ เมื่อวันที่ ๙  กันยายน  ๒๕๕๐  เรากลุ่มที่ ๖ รุ่งอรุณ  ได้มีโอกาสเดินทางไปศึกษาดูงาน การจัดการแผนแม่บทชุมชนของ ตำบลหนองสาหร่าย  อ.พนมทวน  จว.กาญจนบุรี  ร่วมกับทีมงานนักวิจัยหมู่บ้านป่าไม้แดง  หมู่ที่ ๒ ต.ป่าป้อง อ.ดอยสะเก็ด จว.เชียงใหม่ และได้เชิญแกนนำชุมชนในตำบลป่าป้อง เป็นผู้ติดตาม (ซึ่งเป็นหมู่บ้านเป้าหมายในการจัดทำแผนแม่บทชุมชน กรณีศึกษารายวิชา แผนแม่บทชุมชน  ต่อเนื่องจากภาคการศึกษาที่ ๑  ปีการศึกษา ๒๕๕๐ ของกลุ่มที่ ๖ รุ่งอรุณ) 

 เมื่อเดินทางเข้าสู่พื้นที่ตำบลหนองสาหร่าย เราได้สังเกตเห็นสภาพบริบทชุมชน เป็นหมู่บ้านชนบทแห่งหนึ่ง  ที่มีการทำการเกษตรกรรม ไร่อ้อย  กว้างขวางสุดลูกหูลูกตา  เมื่อเดินทางถึง  อบต.หนองสาหร่าย คณะได้รับการต้อนรับจาก คุณบุญมี ฯ ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองสาหร่าย  เป็นผู้บรรยายให้ความรู้  จับใจความได้ว่า  วันนี้ยินดีต้อนรับคณะจากจังหวัดเชียงใหม่  เรามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน อย่าคิดว่าเป็นการสอน  เพราะทางตำบลหนองสาหร่าย ก็อยากจะได้ความรู้ประสบการณ์จากทางเชียงใหม่เช่นกัน  บางทีอาจจะรู้ไม่หมด  หากเรามาแลกเปลี่ยนกันก็จะเป็นประโยชน์  โดยเฉพาะเรื่องการทำปุ๋ยหมัก และปุ๋ยน้ำชีวภาพ (หัวหน้ากลุ่ม  ธีรกานต์ฯ ได้ยินแล้วขยับตัว มีอาการ โอ๊ะโอ๋ ปุ๋ยอินทรีย์กลุ่มเราดังถึงพนมทวนเลยรึเนี๊ยะ)  หนองสาหร่าย ยกระดับขึ้นมาเป็นตำบล เมื่อปี ๒๕๓๕  และกลายเป็นตำบลที่มีความเข้มแข็งขึ้นมาได้  เพราะได้รับบทเรียนมาจากความยากจน  ความเจ็บปวดที่ไม่ได้รับการเหลียวแลจากรัฐหรือภายนอกเท่าที่ควร  ได้แต่โทษตัวเองว่า ลูกเมียน้อย  เพราะเป็นหมู่บ้านอันดับท้าย ๆ   จึงขอแยกตัวออกมาเป็นตำบล    หนองสาหร่ายมีความโชคดีที่เป็นจุดแข็ง  คือรากเหง้าบรรพบุรุษมีสองตระกูลหลักที่มีความเป็นญาติกันทางสายโลหิต  ใครด่าบรรพบุรุษใครไม่ได้  เพราะถ้าด่าก็เท่ากับด่าตัวเอง  จึงนำบทเรียนความอดอยากยากจน คิดสร้าง เรียนรู้ทุกด้าน เพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ของชุมชน  เวทีการเรียนรู้ครั้งแล้วครั้งเล่า หล่อหลอมให้หนองสาหร่ายได้ค้นพบศักยภาพที่เป็นทุนของตนเอง  แผนแม่บทชุมชนของตำบลหนองสาหร่าย เกิดขึ้นเพราะผู้นำชุมชนที่มีวิสัยทัศน์บวกกับจุดแข็งที่กล่าวมา  หมู่บ้านบริวาร จำนวน ๑๓ หมู่บ้าน ได้ค้นพบจุดแข็ง ศักยภาพที่เป็นทุนของตน  รังสรรค์ผลงานผลิตภัณฑ์ อาหารแปรรูป  ผลิตน้ำดื่ม  การทำปุ๋ยหมัก เพื่อลดต้นทุนการผลิต  ไม่ให้เงินค่าปุ๋ยไหลออกนอกชุมชน   สวัสดิการชุมชนที่ให้สวัสดิการมากยิ่งกว่าธนาคาร  ในรูปแบบสหกรณ์  ผู้บรรยายเน้นย้ำว่า เงินของเรา เอาไปฝากธนาคารก็ต้องเข้าคิวรอเป็นชั่วโมง แถมหักเงินค่ารักษาบัญชีเราอีก  ไม่เอาคิดใหม่มาสร้างธนาคารของเราดีกว่า  และได้รับคำแนะนำจะเรียกว่าธนาคารไม่ได้ เพราะติดขัดข้อกฎหมายจึงเป็นการดำเนินงานในรูปแบบสหกรณ์ออมทรัพย์ เป็นการดำเนินงานคล้ายธนาคารชุมชน ปัจจุบันมีเงินหมุนเวียน ประมาณ ๕๐ ล้านบาท  โดยเน้นเคล็ดลับ เกิดจากการออมจากรายจ่าย ฟังผิวเผินแล้วงง ออมจากรายจ่าย มีใครเขาทำที่ไหนออมจากรายจ่าย เขามีแต่ออมจากรายได้  อ๋อ  ลดรายจ่ายก็เท่ากับเพิ่มรายได้วาดภาพรูปโอ่งมาหนึ่งใบ แล้วหารูรั่วแทนรายจ่าย ค่อยอุด ทีละรูที่ไม่จำเป็น เมื่อรูรั่วน้อยน้ำในตุ่มก็เพิ่มใครอุดได้มากน้ำก็เต็มเร็ว

 ด้านการศึกษาเยาวชนในหมู่บ้านที่ไปเรียนระดับมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่จะไปเป็นของคนอื่นหมด กล่าวคือ ไม่กลับมาอยู่บ้านเกิด คงไปทำงานหรือย้ายถิ่นไปอยู่ที่อื่นตามความรู้ที่เรียนมา  ตำบลหนองสาหร่าย  ได้ให้การสนับสนุน (ทุนการศึกษา) เยาวชนเรียนหลักสูตร ที่มีในท้องถิ่น คือ  สหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น  ของโครงการมหาวิทยาลัยชีวิต    พวกเราชาวรุ่งอรุณยิ้มหน้าบานกันหลายคน   แต่ก็แปลกใจมากที่เราไม่ทราบว่า ที่กาญจนบุรี มีโครงการมหาวิทยาลัยชีวิต เหมือนเรา  หรือมีในส่วนมหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม ทำไมไม่ขึ้นเว็บไซด์  หรือว่ากำลังเปิดปีการศึกษาใหม่นี้  อย่างไรก็ดี  ขนาดเจ้าตำรับแผนแม่บทชุมชนระดับประเทศอย่างตำบลหนองสาหร่าย(ความจริงแผนแม่บทชุมชนไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวนะ)  เขายังให้ความสำคัญของหลักสูตรมหาวิทยาลัยชีวิต  เพราะเรียนแล้วทำให้ชีวิตตนเองดีขึ้น  ดังเช่นกลุ่มรุ่งอรุณของเรากำลังดำเนินการสร้างกระบวนการเรียนรู้เพื่อแปรแผนแม่บทชุมชน  ไปสู่วิสาหกิจชุมชน ของบ้านป่าไม้แดง  เป้าหมายคือการพึ่งตนเอง  ณ วันนี้  ผลงานของเราชาวรุ่งอรุณ ได้พบเห็นรอยยิ้มของพี่น้องหมู่บ้านป่าไม้แดง   เพราะชีวิตเขาดีขึ้น ทำให้เขารู้จักตนเอง (ฮู้คิงแล้ว) ฟื้นจากความหลับไหลจากฤทธิ์หมัดของกระแสโลกาภิวัตน์  มีหลักเกาะยึด คือ รากเหง้าภูมิปัญญา ผสานศักยภาพของตน สร้างสรรค์บนภูมิปัญญาสากล บ้านป่าไม้แดงจะต้องเป็นอีกหมู่บ้านหนึ่งในประเทศไทย ที่อยู่ใกล้ความเจริญของเชียงใหม่  แต่ไม่หลงใหลไปกับกระแสทุนนิยม    การสร้างกระบวนการเรียนรู้ ให้ค้นพบศักยภาพของตนเอง บนหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จึงเป็นหน้าที่ของชุมชนบ้านป่าไม้แดงทุกคน  โดยเราชาวรุ่งอรุณจะเป็นผู้เกื้อกระบวนการสู่เป้าหมายร่วมกันต่อไป