คุณ ๆ เคยรู้สึกไหมคะ ว่า คนแปลกหน้าบางคนที่เข้ามาในชีวิตของเรานั้นช่างมีความหมายเหลือเกิน   และเมื่อวันหนึ่งเขาหรือเธอได้เข้ามามีอิทธิพลต่อชีวิตเรา    ทำให้เรามีความสุข  ทำให้เรายิ้มได้   ทั้ง ๆ ที่ใครบางคนที่ว่านี้    อาจจะไม่ใช่คนที่เราได้รู้จักเรื่องราวของกันและกันมากนัก    บางทีเราแทบจะไม่รู้จักชื่อที่แท้จริงของเขาหรือเธอด้วยซ้ำไป    แต่เราก็พอใจที่ทุก ๆ วันที่ตื่นขึ้นมาแล้วได้มาเจอกันในโลกไซเบอร์   แล้วก็ให้เป็นอยู่อย่างนั้น  

คุณ ๆ เคยเข้าไปเจอข้อความที่ใครบางคนโพสไว้แล้วมีความรู้สึกอยากตามอ่านกันบ้างไหมคะ?    พอรู้สึกสนุกและอยากมีส่วนร่วมก็เข้าไปพูดคุยกับใครบางคนผ่านตัวหนังสือ    เพราะมีความสนใจในเรื่องที่คล้ายกัน   และก็แค่นั้นเอง    ให้สัมพันธภาพนั้นอยู่แค่ในนั้น    แต่แล้วเมื่อวันหนึ่งที่คุณรู้สึกเสียใจ  รู้สึกว่าโลกดูว่างเปล่า  ดูแล้งไร้  ดูโหดร้าย  ดูน่ากลัว จนคุณไม่อยากจะเปิดใจรับอะไรให้เข้ามาในชีวิต รวมไปถึงเกลียดผู้คนทั้งโลก     ใครบางคนก็เมล์มาหาคุณแล้วบอกว่า " ต้อมอย่าให้ความรักที่จากไป  ทำให้ต้อมต้องปิดตัวเอง  ต้องทำร้ายตัวเองอย่างนี้เลยนะคะ    บนโลกใบนี้..ไม่มีอะไรที่เราจะฝ่าฟันไปไม่ได้    ทุกเรื่องราว  ทุกย่างก้าว  เราเป็นคนกำหนดค่ะ    นี่ก็ผ่านมาเนิ่นนานพอสมควรแล้ว    พี่เพียงอยากจะบอกว่าเป็นห่วง    คงไม่มีความหมายใด ๆ จากเมล์นี้    แต่พี่ก็หมายความตามนี้จริง ๆ .... "

ตัวหนังสือเพียงไม่กี่ตัวจากคนแปลกหน้าคนหนึ่งทำให้เราได้คิดและมีสติ   หลังจากนั้นเราก็พูดคุยผ่านเมล์มากขึ้นจากแค่วันละฉบับ    ก็ขยับขึ้นไปตามความคุ้นเคยกัน    จนเธอคนนี้กลายมาเป็นคนสำคัญคนหนึ่งในชีวิต    ทุกวันนี้..คนเขียนมีความสุขกับการที่ตื่นมาทำงานในเช้าวันจันทร์แล้วต้องได้เจอเมล์ของเธออยู่ในกล่องจดหมายอิเล็คทรอนิกส์    ได้คุยกันทุก ๆ วันทำงานของเธอ    มิตรภาพดี ๆ ได้ก่อกำเนิดที่หัวใจของคนสองคน    เธอมักจะบอกว่า  " คุยกับต้อมนี่เหมือนกับมีเด็กซน ๆ คนหนึ่ง    ที่เดี๋ยวก็วิ่งปร๋อมาคุย    เดี๋ยวก็ร้องไห้แง ๆ  เอามือป้ายน้ำตาป้อย ๆ มาเลย    เดี๋ยวก็มีขนมมาฝาก  อร่อยซะไม่มีกับฝีมือตัวเองมาอวดพี่    เดี๋ยว ๆ ก็มาแล้ว..เล่นเหนื่อย  ขอนอนหนุนตัก  หรือไม่ก็ซึม ๆ มา  ไม่พูดไม่จา  ขอนอนหนุนตักเฉย ๆ  หลับตานิ่ง ๆ ปล่อยอารมณ์ตามสายลมพลิ้วปลิวเบา ๆ    เดี๋ยวก็ลุกขึ้นมาอย่างกับตื่นตกใจ   ดีใจจังค่ะ  คนโน้นทำโน่น  คนนี้ทำนี่  ถูกใจต้อมเสียไม่มี      เดี๋ยวก็วิ่งมาโอ๋ ๆ พี่ เวลาที่พี่หน้าจ๋อย    หรือเวลาเห็นพี่เหนื่อยจากงาน  เวลาเห็นพี่เพิ่งทุลักทุเลออกจากห้องประชุม    ทั้งหมดนี้เป็นวันเวลาดี ๆ  เพราะอะไรรู้ไหม  เพราะไม่มีสิ่งใดเสแสร้งในบรรทัดเหล่านั้น "

หลังจากที่ติดต่อกันทางเมล์ราวเกือบสองเดือน    ครั้งแรกที่ได้ตัวจริงของเธอ    ผู้หญิงสวยคนหนึ่งที่ดูอ่อนโยน แต่ในขณะเดียวกันก็ดูราวจะเย่อหยิ่งและไว้ตัวนั้นทำให้คนเขียนรู้สึกประหม่า    ได้แค่คิดในใจว่านี่หรือพี่สาวฉัน   กำแพงที่เคยทลายตัวลงไปเพื่อเปิดรับมิตรภาพก็เริ่มก่อตัวขึ้นมาใหม่    แต่พอได้มาคุยกันทางเมล์หลังจากนั้นอีกครั้ง    ความรู้สึกหวาดกลัวเริ่มคลายตัว    เธอก็ยังคงเป็นพี่สาวคนสวยผู้อ่อนโยนดังเดิม    และบางครั้ง  คนเขียนเชื่อว่า ทั้งเธอและตัวคนเขียนเองก็ต่างอมยิ้มกับมิตรภาพที่ดำเนินไปอย่างง่ายงามระหว่างเรา

เช้านี้..ในขณะที่คนเขียนกำลังตื่นนอน    เสียงเตือนข้อความจากมือถือก็ดังขึ้น    จากพี่สาวคนสวยคนนี้นี่เอง..

พี่คนสวย >>  Good morning my little naughty sister. I will not be in office today na kah. Have a nice Wednesday kah.

คนเขียน  >>   TT_TT  I'm crying when u re apart. So seng jing jing. Do u know that I was thinking send sms to u and your sms hv arrived.

พี่คนสวย  >>  So our messages came across in the middle of the sky si kah. Don't cry na kah. I'll go to office tomorrow kah.

 คนเขียน  >>  Yesss!! I know. But tomorrow is not today ni na.

พี่คนสวย >>  ngor - ngare..ngor - ngare..naughty..naughty girl. go out on duty kah.

อื้มมม  .. คนเขียนช่างเป็นน้องที่เอาแต่ใจจริง ๆ เลยแฮะ  ^_^

ป.ล.  อย่าขำภาษาอังกฤษคนเขียนน๊า  เพราะในเมลยิ่งกว่านี้  โฮ่ะ ๆ ๆ