เมื่อวันที่ ๒๘ ส.ค. ๕๐  คณะกรรมการประสานงานพัฒนานโยบายฯ คณะที่ ๗ ของกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยเรื่องการวิจัยสุขภาพ     ได้เชิญ นพ.ปรีดา  มาลาสิทธิ์  มาเล่าเรื่อง  เครือข่ายงานวิจัยไข้เลือดออกของไทยเชื่อมโยงกับโลก  ซึ่งถือว่าเป็นความสำเร็จยิ่งใหญ่ของประเทศไทย     เพื่อให้คณะกรรมการได้ร่วมกันเรียนรู้ หลักการและวิธีการจัดการงานวิจัยสุขภาพ  ที่เป็นเครือข่ายขนาดใหญ่   
          สมาชิกของเครือข่ายนี้มี มหาวิทยาลัยมหิดล    รพ. ขอนแก่น    รพ. สงขลา    Oxford University, Pasteur Institute, Kyoto University, Washington University at Seattle

          เครือข่ายวิจัยนี้ สร้างความรู้จากข้อมูลทางคลินิกของผู้ป่วยไข้เลือดออกในประเทศไทย      โดยที่ต้องมีการจัดการข้อมูล  ทำให้เป็นข้อมูลที่มีคุณภาพสูง     นำมาทำวิจัยต่อได้อย่างแม่นยำ     ข้อมูลเหล่านี้ได้จาก “สถานีวิจัย” (site) ซึ่งต้องมีการพัฒนา จัดระบบ และสร้างความต่อเนื่องยั่งยืน     ซึ่งในกรณีนี้อยู่ที่ รพ. ขอนแก่น  และ รพ. สงขลา      ส่วนนี้ใช้เงินปีละ ๖ – ๗ ล้านบาท     ระบบที่ลืมไม่ได้ คือ การ audit คุณภาพของงานที่ site

          ผมได้เรียนรู้ว่า
               • ไทยเรามีโรค และผู้ป่วยที่เป็นปัญหาสำคัญๆ เป็น “ทุนปัญญา” ที่รอการจัดการ     เพื่อนำไปสู่การสร้างนักวิจัย    และสร้างผลงานวิจัย     โดยเราไม่ต้องลงทุนมาก  เพราะหาความร่วมมือและทุนจากต่างประเทศได้     แต่เราต้องจัดการเป็น    มองภาพใหญ่เป็น
               • ต้องการคนที่มีความรู้ลึกด้าน basic science และกว้างด้านสาธารณสุข มีความสามารถตั้งคำถามวิจัยที่ลึก  มีผลงานที่ต่างประเทศยอมรับนับถือ  และ visionary แบบ อ. หมอปรีดา     มาพูดคุยกับนักจัดการงานวิจัย     และคนที่เป็นผู้นำหรือผู้ใหญ่ของบ้านเมือง      มาช่วยกัน “ฝัน” และร่วมกันทำฝันเป็นจริง
               • ต้องการ grant จากหลายทาง      ที่ให้ความยืดหยุ่น     เปิดโอกาสให้นักวิจัยระดับ “เมธีวิจัยอาวุโส” ได้ใช้ความสร้างสรรค์ของตน
               • ต้องบูรณาการการสร้างคน ได้แก่ ปริญญาเอก  PhD – MD, Postdoc, และทีมวิจัย     เข้ากับเครือข่ายวิจัย     โดยที่การสร้างคน (นักวิจัย) ของ รพ. สังกัดกระทรวงสาธารณสุข แตกต่างจากใน โรงเรียนแพทย์      แต่ต้องจัดให้เสริมหรือสนับสนุนซึ่งกันและกัน

          ผมมองว่า ประเทศไทยต้องพัฒนาศักยภาพของการจัดการงานวิจัยขนาดใหญ่     ที่มีผลกระทบต่อการแก้ปัญหาสุขภาพ สร้างเสริมสุขภาพ หรือแก้ปัญหาโรคภัยไข้เจ็บได้อย่างแท้จริง      ไม่ใช่แค่ส่งเสริมงานวิจัยแค่ชิ้นเล็กชิ้นน้อยเท่านั้น      งานวิจัยขนาดใหญ่เช่นนี้ ต้องทำเป็นเครือข่ายกับนักวิจัยในประเทศอื่นๆ      เราต้องสร้างศักยภาพในการทำงิจัยเป็นเครือข่ายในประเทศ และในโลก แบบเดียวกับเครือข่ายไข้เลือดออกนี้      หน่วยงานจัดการงานวิจัย  สถาบันวิจัย  และนักวิจัย ต้องร่วมกันขับเคลื่อนความสามารถของประเทศ

          เครือข่ายวิจัยไข้เลือดออกได้ปฏิวัติความเข้าใจเรื่องโรคไข้เลือดออก     ว่าไม่ได้เกิดจากเชื้อไวรัส     แต่เกิดจากปฏิกริยาอิมมูนภายในตัวคนต่อเชื้อ      คนไม่ทุกคนที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคไข้เลือดออกและช็อก     คนที่เสี่ยงคือคนที่มีพันธุกรรมแตกต่างจากคนอื่นๆ     แต่นี่ไม่ใช่เรื่องของยีนเดียว      เป็นพันธุกรรมแบบหลายยีน    การแก้ปัญหาในอนาคต ที่จะช่วยให้รักษาผู้ป่วยได้ทัน   ไม่เสียชีวิต ทำโดยตรวจ PCR ผู้ป่วยในวันแรกๆ ของไข้     แล้วหาทางระงับปฏิกริยาอิมมูนในผู้ที่มีพันธุกรรมเสี่ยง

          ผมได้เรียนรู้ทั้งประสบการณ์การจัดการงานวิจัย      และได้เรียนรู้ความสำเร็จที่น่าชื่นชมของนักวิจัยไทย

วิจารณ์ พานิช
๒๙ ส.ค. ๕๐
นครศรีธรรมราช

อ.นพ.ปรีดา   มาลาสิทธิ์   เมธีวิจัยอาวุโส สกว.