วันก่อนเปิดเข้าไปอ่านกระทู้ทั่ว ๆ ไปในเวปหนึ่ง เห็นกระทู้หนึ่งน่าสนใจ เขาตั้งหัวข้อ last miss called จากแม่ เลยลองเปิดเข้าไปอ่านเป็นกระทู้เรื่องเล่าจากน้องผู้ชายคนหนึ่ง เป็นประสบการณ์จริงของน้องเขา เขาเล่าว่า
น้องเขาก็เหมือนเด็กต่างจังหวัดทั่ว ๆ ไปที่เข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ เช่าหออยู่ เรียนไปก็มีแฟน คุยโทรศัพท์กับแฟนทุกคืน ๆ ละหลายชั่วโมง แต่สิ่งที่เป็นปกติทุก ๆ วันคือ แม่น้องเขาจะโทรมาหาทุกคืน สอบถามสารทุกข์สุขดิบ เป็นประโยคเดิม ๆ ที่เขาก็ตอบเหมือนกันทุกวัน "กินข้าวหรือยัง" "วันนี้เรียนเป็นไงบ้างลูก" "เหนื่อยไหม" จนบางครั้งก็เบื่อคุยกับแฟนมีแต่ความแช่มชื่นมากกว่า
จนกระทั่งวันหนึ่ง เป็นปกติที่เขาคุยกับแฟนแซวกันไป แซวกันมา มีสายเรียกซ้อนขึ้นเป็นชื่อจากแม่นั่นแหละ น้องเขาเห็นแต่ไม่รับก็ต้องตอบคำถามเดิม ๆ ทุกวัน จึงคุยต่อกับแฟนไปเรื่อย ๆ อีกชั่วโมงกว่าจึงโทรกลับ คราวนี้ไม่มีใครรับสาย จนมารู้เอาทีหลังว่าโจรเข้าไปปล้นที่บ้าน แล้วแทงแม่ที่ท้อง แต่สายสุดท้ายที่แม่จะโทรหาแทนที่จะเป็นตำรวจ กลับเป็นลูกที่ไม่คิดแม้แต่จะรับสาย น้องเขาร้องไห้ มาคิดได้เอาเมื่อเสียแม่ไปแล้ว ต่อไปนี้จะไม่มีเสียงที่โทรมาด้วยความห่วงใย
อ่านเรื่องนี้จบน้ำตาแทบไหล เออหนอ คนเรานี่นะ จะมาคิดถึงและรู้สึกว่าขาดสิ่งนั้น ๆ ก็ต่อเมื่อสูญเสียสิ่งดี ๆ นั้นไปซะแล้ว มันสายเกินไปจริง ๆ ทำให้เรานึกถึงตัวเองว่าจากนี้เราจะเอาใจใส่แม่มากขึ้น รักแม่ให้มากขึ้น บางครั้งเราเห็นเป็นเรื่องปกติมาก ๆ ไปกับความห่วงใยที่แม่ให้กับลูก อย่าให้มันสายไปอย่างที่น้องเขาเผชิญเลยดีกว่า
หันกลับมามองดูแม่ คนที่รักเรามากที่สุดในโลก เชื่อได้ว่ารักของแม่เป็นรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก รักเขาให้ดีที่สุดก่อนที่มันจะสายเกินไป
อ่านแล้ว รักแม่มากกว่าเดิม
เศร้าจริง ๆ
เคยอ่าน Fw mail นี้เหมือนกันค่ะ ...ถ้าเป็นเรื่องจริง รู้สึกว่ามันเศร้ามากเลยค่ะ
อยากอ่านเรื่องดี ๆ แบบนี้
เหมือนได้เตือนสติตัวเองเลย