แม้ฟังดูเหมือนง่าย แต่พอจะทำกลับยาก "การอยู่กับปัจจุบัน" และ "ใส่ใจกัน"


สนทนาแลกเปลี่ยนความคิด ประสบการณ์ การทำ KM

     เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาต้องขอขอบพระคุณ อ.ดร.ประพนธ์ ที่เมตตาสละเวลาไปช่วยพูดคุยกับผู้เรียนวิชา HRD ตามคำเชิญของ citrus

     จากตอนแรกที่คิดว่าจะมีผู้ฟังจำนวนมาก แต่เมื่อเวลาที่ควรเริ่มต้น ผ่านไป 15 นาทีแล้ว ผู้ฟังมีประมาณเกือบยี่สิบคน อาจารย์จึงให้จัดห้องใหม่เป็นวงล้อมนั่งคุยกัน บรรยากาศเป็นไปแบบสบายๆ อาจารย์นำสนทนาด้วยเรื่องที่ง่ายๆ ในช่วงแรกเพื่อให้ผู้เรียนซึ่งส่วนใหญ่ไม่คุ้นเคยกับวิธีการแบบนี้ รู้สึกผ่อนคลาย หายเกร็ง อาจารย์จึงชวนพูดคุยเรื่องทั่วๆ ไป

     สักพักหนึ่ง อาจารย์จึงเริ่มให้หลักการง่ายๆ ในการสร้างวงสนทนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน เวลาที่อาจารย์ให้หลัก จะไม่ได้บอกมาทีเดียวหมด แต่เมื่อวงสนทนาพาไป จึงเพิ่มหลักการทีละข้อ แต่ก็ครบถ้วนได้ใจความ โดยเริ่มต้นด้วย

  • คนในวงต้องใส่ใจฟัง สนใจฟังสิ่งที่คนอื่นพูด อยู่กับปัจจุบันอย่างมีสติ  ตัดความคิดอื่นๆ ออกไป เปิดใจรับฟัง ปราศจากอคติ หลักนี้นำไปใช้ได้ทุกที่ ที่มีคนพูด และคนฟัง อันนี้โดนใจมากๆ เพราะเป็นเรื่องจริง บ่อยครั้งทีเดียวที่ตัวเองมักจะไม่ได้ตั้งใจฟังคนอื่นพูด 100%  ในวงการสนทนาหลายคน ควรมีคนพูดเพียงคนเดียว ณ เวลาใด เวลาหนึ่ง ไม่ควรมีกลุ่มย่อย เรียกได้ว่าต้องฝึกความอดทนที่จะไม่พูดสิ่งที่อยากพูด ณ ขณะนั้น
  • บรรยากาศต้องเป็นกันเอง สบาย สบาย สไตล์พี่เบิร์ด เพราะหากเครียดเกินไป คงไม่อยากคุย หรือคิดไม่ออก เรื่องนี้ก็ได้ข้อคิดเพิ่มเติม จาก ท่านอาจารย์อีกว่า เวลาที่เกิดปัญหา เราต้องพาตัวเองออกจากระนาบของปัญหาให้ได้ ถ้าเรายังติดอยู่ในวังวนแห่งปัญหา จะไม่สามารถหาทางแก้ไขหรือทางออกได้
  • ต้องชื่นชมกัน เมื่อมีคนเสนอความคิด ควรช่วยกันเสริมแรง จูงใจ ยกย่อง ให้เกียรติ และให้คำชมเชยซึ่งกันและกัน

นอกจากนั้นอาจารย์ยังแสดงภาพให้เห็นองค์ประกอบของการทำ KM ในองค์กรด้วยโมเดลปลาทู และการบริหารจัดการความรู้ ยังแบ่งออกเป็น การจัดการความรู้ที่เป็น Explicit  และ Tacit ซึ่งแบบหลังนั้นจัดการได้ยากกว่า ทำอย่างไรให้คนอยากมาเรียนรู้ แบ่งปันกันด้วยความมีน้ำใจ และช่วยกันยกระดับความรู้ของแต่ละคน

ตอนเลิกเรียน มีเด็กมาถามว่า อ.ดูหนังเรื่อง Final Score หรือเปล่า แล้วก็ถามต่อว่า ความรู้คืออะไร  ได้จังหวะก็เลยยืมคำพูดของ อาจารย์ ดร.ประพนธ์ ที่บอกว่า ต้องมี process of knowing  เมื่อได้ข้อมูลใหม่ๆ มาแล้วต้องนำไปทดลองปฏิบัติ ทำให้เรียนรู้จนได้ความรู้ใหม่ๆ แต่ละคนนำไปทำ อาจเกิดการเรียนรู้ที่ต่างกัน เสร็จแล้วต้องนำกลับมาเล่าสู่กันฟังใน CoP จากนั้นควรมีการบันทึกเก็บไว้ให้คนอื่นเข้ามาศึกษาได้อีก

ต้องขอขอบพระคุณอาจารย์ ดร.ประพนธ์  ที่สละเวลามาเล่าสิ่งดีๆ ให้ผู้เรียนกลุ่มนี้ ซึ่งโอกาสแบบนี้คงหาได้ไม่ง่ายนัก หากในวันนั้น มีอะไรผิดพลาด ขาดตกบกพร่องไป ต้องกราบขออภัยท่านอาจารย์ ไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

หมายเลขบันทึก: 126934เขียนเมื่อ 10 กันยายน 2007 22:05 น. ()แก้ไขเมื่อ 2 มิถุนายน 2012 10:50 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (5)

- ผ่านมาจึงขอเยี่ยมเยียน

- โชคดีได้รับความรู้เพิ่มขึ้น

- ทุกสิ่งหากทุกคนช่วยกัน สักวันจะดีขึ้นแน่นอน

ใช่คะ นกก็เคยฟังท่านดร.ประพนธ์ พูดท่านพูดดีมากคะ
สวัสดีค่ะ
P
ขอบคุณ คุณครูหล้าที่มาเยี่ยมค่ะ  ยินดีที่เรื่องนี้จะเป็นประโยชน์กับท่านผู้อ่านค่ะ
สวัสดีค่ะ
P
ไม่ได้คุยกันนานแล้วนะคะ ดีใจที่แวะมาเยี่ยมค่ะ ขอเวลาอีกช่วง คงมีเวลามานั่งอ่านบันทึกของมิตรรักแฟนบล็อกเหมือนเดิม ค่ะ
ท่าน อ.ประพนธ์ ให้ข้อคิดสะกิดใจ อย่างที่บอกว่า เป็นเรื่องที่ง่ายๆ และถ้าเราทำได้จะยังประโยชน์มากทีเดียวค่ะ แม้จะได้พบท่าน อ. ตัวจริงเพียงไม่กี่ชั่วโมง ก็สัมผัสถึงความเมตตาของท่านได้ค่ะ

เมื่อวันที่ 19 มีโอกาสนำหลักการที่ได้จาก อ.ดร.ประพนธ์ ไปใช้ตอนฟังการนำเสนอของผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่เราเป็นแม่งานจัดขึ้นมา เพิ่งรู้แจ้งเห็นจริงว่า เราเองก็เคยได้รับการกระทำจากรุ่นพี่เช่นกัน ที่เวลาฟังเขาก็จะตั้งใจมาก และคอยพยักหน้า หรือชมเป็นระยะๆ  พอเรานำไปใช้ ก็ได้ผลดีจริงๆ เมื่อคนพูดเห็นว่าเราตั้งใจฟัง เขาก็มองหน้าเราเวลาพูดตลอด และการที่เราให้คำชม ยิ่งเสริมแรงให้คนอื่นๆ ที่ตามมานำเสนอได้ดีขึ้นเรื่อยๆ เห็นผลทันตาเลย

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี