KM กับมุมมองเกี่ยวกับ ปัญหา เชิงบวก

สิ่งสำคัญก็คือ เมื่อเกิดปัญหาขึ้นแล้ว เราจะรู้จักมองปัญหานั้นอย่างไร หลายคนทำให้ปัญหากลายเป็นอุปสรรคในการทำงาน KM ช่วยให้เรามองปัญหาเป็นเส้นทางสู่ความสำเร็จ

วันนี้ผมได้ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที ระหว่างรอที่จะปรึกษาหารือกับเพื่อนร่วมงาน ในเรื่องเกี่ยวกับการบริหารศูนย์กีฬาของวลัยลักษณ์ พูดคุยกับเลขาฯ (คุณ ปารมี รุ่งนิรันดรกุล) ซึ่งก็มีโอกาสที่จะได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในเรื่องเกี่ยวกับปัญหาในการทำงาน จึงทำให้ผมได้ทบทวนและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับมุมมอง ปัญหาในการทำงานของคนแต่ละคน รวมถึงพนักงานของวลัยลักษณ์อีกหลาย ๆ คน ที่ผ่านกิจกรรม KM ที่เราได้จัดขึ้น ซึ่งมีประเด็นสรุปว่า  คนที่ทำงานทุกคน ย่อมที่จะมีปัญหาในการทำงานเกิดขึ้นเสมอ ถ้าไม่มีปัญหาก็อาจจะเป็นไปได้ที่คนนั้นไม่ค่อยได้ทำงาน แต่สิ่งสำคัญก็คือเมื่อเกิด ปัญหา ขึ้นแล้วเราจะรู้จักมองปัญหานั้นอย่างไร หลายคนมักจะให้ความสำคัญของปัญหามากเกินไป จนทำให้ปัญหากลายเป็นอุปสรรคในการทำงาน และก็ไม่สามารถที่จะทำให้งานนั้นเดินหน้าไปได้ รวมทั้งเป็นบ่อเกิดของความขัดแย้งต่าง ๆ ขึ้นมาได้ในระหว่างเพื่อนร่วมงาน ซึ่งถือว่าเป็นความโชคร้ายอย่างยิ่งสำหรับองค์กร ดังนั้น กลยุทธ์การดำเนินกิจกรรม KM ของวลัยลักษณ์ในจุดเริ่มต้นที่ผ่านมา ซึ่งก็ได้รับคำชี้แนะจากท่านอาจารย์หมอ วิจารณ์ ว่า เราจะเน้นที่ความสำเร็จ ไม่เน้นที่ปัญหา  ในกลยุทธ์นี้ก็ใช้ได้ผลอย่างยิ่ง เพราะพนักงานเกือบทุกคนที่ผ่านกิจกรรม KM ที่เราได้จัดขึ้น มีทัศนะของการ care and share ที่ดีมาก ๆ จึงทำให้ เมื่อพวกเราได้ไปทำงานและเจอปัญหา จึงทำให้มีวิธีคิดที่จะช่วยกันแก้ปัญหาให้ได้ นั่นก็คือ การมองปัญหาเป็นเส้นทางสู่ความสำเร็จ(มองปัญหาในแง่บวก) ไม่ใช่มองปัญหาเป็นอุปสรรค (มองปัญหาในแง่ลบ) ผมคิดว่า KM ได้ช่วยให้พนักงานหลายคนในวลัยลักษณ์เรา มองปัญหาในแง่บวก และบางคนก็บวกมาก ๆด้วย ซึ่งผมคิดว่าเป็นโชคดีของวลัยลักษณ์เราจริง ๆ ครับ ยิ่งถ้ามีคนที่คิดแบบนี้มาก ๆ ขึ้นเรื่อย ๆ วลัยลักษณ์ ก็จะเป็นสถานที่น่าทำงานมากที่สุดแห่งหนึ่งนะครับ  ถึงตอนนี้ผมก็อยากจะถือก็โอกาส ประชาสัมพันธ์พวกเราชาววลัยลักษณ์นะครับว่า ในช่วงเดือนมีนาคม ประมาณ วันที่ 22-24 เราจะมีการกิจกรรม KM ภายใต้ชื่อโครงการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อการปฏิบัติงานที่ดีเพื่อวลัยลักษณ์ รุ่นที่ 3 (เรารับประมาณ 40-50 คน เท่านั้นนะครับ) เท่าที่ผมได้รับรายงานจากน้องๆ ที่ทำงาน OD ว่ามีพนักงานหลายคนสนใจ แต่ก็กลัวว่าจะไม่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าโครงการฯ ดังนั้นในรุ่น 3 นี้ผมจึงได้ให้นโยบายเพิ่มเติมไป 2 เรื่อง คือ การคัดเลือกพนักงานเข้าโครงการฯ ให้ทำ2 ทาง คือ ให้พนักงานที่สนใจแสดงความจำนงมา พร้อมบอกเป้าหมาย ความคาดหวัง และสิ่งที่จะทำต่อไป กับอีกทางหนึ่งหน่วยงาน OD ก็จะทำการคัดเลือกเอง โดยดูจากผลการดำเนินงาน บทบาทหน้าที่ในหน่วยงาน และประโยชน์ที่เกิดกับมหาวิทยาลัยของเรา  นอกจากนี้ในอีกนโยบายหนึ่ง ในรุ่นนี้เราจะขยายผลไปถึงสายวิชาการบางส่วนด้วยครับ เพื่อเป็นการนำร่องแบบผสมผสาน ถ้ายังไงขอให้พวกเราช่วยติดตามข่าวจากงาน OD ด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KM ใน ม.วลัยลักษณ์

คำสำคัญ (Tags)#ความสำเร็จ

หมายเลขบันทึก: 12644, เขียน: 18 Jan 2006 @ 17:20 (), แก้ไข: 11 Feb 2012 @ 14:19 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 2, อ่าน: คลิก


ความเห็น (2)

อภิชาติ
IP: xxx.28.35.1
เขียนเมื่อ 

เป็นโครงการที่น่าสนใจมากและหากมีการปฏิบัติแล้วมีการตอบรับที่ดีผมว่าน่าจะเป็นประโยชน์มากและคิดว่าที่ม.วลัยลักษณ์น่าจะเป็นสถานที่น่าทำงานมาก หากมีการจัดแล้วได้ผลยังไงหรือมีปัญหา ผมอยากให้ลงในบล๊อกหน่อยนะครับผมจะติดตามเผื่อได้นำมาปรับปรุงหรือจัดกิจกรรมอย่างนี้เผื่อจะแก้ปัญหาได้มากครับ ขอบคุณมาก

 

สมนึก
IP: xxx.19.211.1
เขียนเมื่อ 

ตามแผนการใช้ KM เป็นเครื่องมือในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เกิดจากค่านิยมที่ดีมีคุณค่าในการทำงานเพื่อวลัยลักษณ์ของเราจะใช้เวลาประมาณ 2 ปี ครับ แต่ผมก็มีความเชื่อมั่นวลัยลักษณ์จะเดินไปสู่เป้าหมายได้ไม่ยาก เพราะผมได้เห็นแล้วว่า ณ ขณะนี้เราได้เดินบนแนวคิดของ KM มาเพียง 6 เดือน ก็พอที่จะเห็นผลบ้างแล้ว ถ้ายังไงผมจะได้นำมาเล่าสู่กันเรียนรู้นะครับ หากมีข้อแนะนำอื่นใดอีก ผมยินดีนะครับ