วิถีชีวิตแห่งศิลปะ.ในท่ามกลาง.เทคโนโลยีสมัยใหม่ของเยอรมัน

 ผมเดินทางจากฝรั่งเศสมุ่งหน้าสู่ประเทศเยอรมัน โดยรถมินิบัสที่มีคนขับรถเป็นทั้งผู้นำทางเบ็ดเสร็จ ซึ่งก็ไม่ธรรมดาเพราะใช้เครื่อง  GPS-PDAซึ่งมีระบบนำร่องผ่านดาวเทียม ตั้งโปรแกรมพาพวกเราไปยังHeidelberg เป็นเมืองแรก

 

คนขับรถ

 ในระหว่างทางแวะรับประทานอาหารเที่ยง ที่เมือง Metz มีภาพที่เห็นสวยเหมือนภาพเขียน อดไม่ได้ที่จะต้องบันทึกภาพเก็บไว้

 เมซท์

 สองข้างทางเป็นบ้านเรือนที่ดูแปลกตา เป็นสถาปัตยกรรมแบบยุโรป หลังคาค่อนข้างเอียงลาดชัน เพราะหิมะจะได้ไหลลงสะดวก มีปล่องไฟจากเตาผิงให้พบเห็นทั่วไป

 บ้านเรือน

 นอกจากนั้นยังมีงานศิลปะติดตั้งเป็นระยะ คงจะให้เป็นที่พักสายตาของคนขับรถ เป็นการแทรกซึมศิลปะเอาไว้ในระหว่างวิถีชีวิต และที่สำคัญคือจะมีที่พักรถเอาไวในจุดที่ขับรถมาเป็นระยะ 4ชั่วโมงเพื่อให้คนขับได้พักผ่อน และคลายความเหน็ดเหนื่อย เป็นการป้องกันอุบัติเหตุอีกทางหนึ่งด้วย และเขาก็ปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

 ข้างทาง

ในที่สุดก็มาถึงเมืองHeidelberg พวกเรารีบไปชมปราสาทและบ้านเมืองก่อนจะค่ำ แต่ก็ไม่สามารถเข้าไปชมข้างในเพราะหมดเวลาพอดี เสียดาย แต่ก็ไม่เสียใจ เพราะอย่างน้อยก็ได้เห็นทิวทัศน์ของเมืองพอปลอบประโลมใจ

 ไฮเดลเบิร์ก

 heidelberg

 รุ่งขึ้นอีกวันผมและชาวคณะจึงเดินทางต่อเพื่อล่องเรือในแม่น้ำไรน ์ สายน้ำแห่งป้อมปราสาท ที่งดงามเกินบรรยาย เหมือนเดินทางย้อยไปในรอยต่อของอดีต แห่งกาลเวลา แม้ช่วงเวลาสั้นๆ แต่ก็ได้เติมเต็มให้กับชีวิต

 ไรน์

 wioN

อยากอยู่ดื่มด่ำนานๆ แต่สายน้ำไม่เคยไหลกลับผมก็ต้องเดินทางสู่เมืองโคโลน

 โคโลน

 และผมก็ต้องประทับใจในความยิ่งใหญ่ของ"โดม" มันช่างยิ่งใหญ่เสียจนทำให้เรานึกถึงพลังศรัทธาอันยิ่งใหญ่ของมนุษย์ ช่างมากมายมหาศาลจริงๆ

 dome

 dome

 ยังมีงานศิลปะอีกมากมายในระหว่างวิถีชีวิตของผู้คนที่นี่ จากสูงส่งถึงติดดิน อย่างไรก็ตามผมก็ไม่เคยแบ่งแยกในความสุนทรี เพราะในความงดงามของศิลปะ ไม่เคยแบ่งแยกความเป็นมนุษย์ ภาษา เชื้อชาติ หรือเผ่าพันธ์ เพราะศิลปะนั้นเป็นสากล เป็นอาหารของอารมณ์ชั่วนิรันดร์

 โคโลน

 แล้วพบกันในบางมุมของแฟรงค์เฟิร์ท..สวัสดีครับ