เพลโต ได้กล่าวว่า จิตหรือวิญญาณมนุษย์มีสมรรถนะอย่างหนึ่ง คือปัญญาและเหตุผล ถ้าจิตยึดมั่นกับสมรรถนะนี้ มนุษย์จะได้ความจริงที่น่นยอมแสดงให้เห็นว่า มนุษยืมีสมองมีสติปัญญา

หัวใจมืด

ปัจจุบันนี้คนส่วนใหญ่มักเห็นค่าของวัตถุนิยม ( MATERIALISM) พวกเขามักคิดว่าเงินเป็นสิ่งที่ดีสำหรับชีวิต พวกเขาจึงคิดหาหนทางเพื่อให้ได้เงินมาจำนวนหนึ่ง โดยไม่ได้คำนึงถึงศีลธรรมและความถูกต้อง บางคนเป็นนักศึกษาเรียนอยู่มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง แต่เพราะความหลงไหลในวัตถุนิยมทำให้เขายอมกระทำในสิ่งที่ผิด เช่น นักศึกษาหญิงบางคนยอมขายตัวเพื่อนำเงินมาซื้อมือถือ นักศึกษาชายบางคนเล่นการพนัน

บางคนขายยาบ้า บางคนยอมถ่ายนู้ด พวกเขายอมกระทำสิ่งเหล่านี้โดยขาดจิตสำนึกในความเป็นมนุษย์ จิตใจของพวกเขาถูกครองงำด้วยวัตถุนิยม จิตใจของพวกเขาจึงตกต่ำ บางทีอาจเป็นเพราะสังคมไทยยกย่องคนจากวัตถุนิยม หรือดูคนจากเปลือกนอก พฤติกรรมของสังคมทุกวันนี้เป็นกระจกสะท้อนถึงหัวใจมืด คือเป็นหัวใจที่ขาดความรัก ความเอื้ออาทร และความจริงใจต่อกัน จนทุกวันนี้บางคนต้องสวมหน้ากากเข้าหากัน หรือต่างฝ่ายต่างพบกันเพื่อผลประโยชน์ ในอดีตมนุษย์เรามีความศรัทธาต่อศาสนา

แต่ปัจจุบันคนห่างเหินจากศาสนา บางคนกล่าวว่าศาสนาตายไปแล้ว แต่โดยแท้จริงศาสนาไม่เคยตายไปจากมนุษย์ ศาสนาจะไม่เสื่อม หากจิตใจของมนุษย์ยังคงยึดมั่นและปฏิบัติตามคำสอนของศาสนา คนที่มีเงินทองมากมายก็ใช่ว่าเขาจะมีความสุขอย่างแท้จริง เช่น คนที่มียศหรือมีตำแหน่งสูง ผู้คนมักให้เกียรติยกย่องเขา บางคนถึงขนาดอยากเป็นอย่างเขา เพราะเขาคิดว่าความร่ำรวยจะทำให้เขามีความสุขได้ ดังเช่นคำกล่าวของ เพลโต ได้กล่าวว่า จิตหรือวิญญาณมนุษย์มีสมรรถนะอย่างหนึ่ง คือปัญญาและเหตุผล ถ้าจิตยึดมั่นกับสมรรถนะนี้ มนุษย์จะได้ความจริงที่น่นยอมแสดงให้เห็นว่า มนุษยืมีสมองมีสติปัญญา ดังนั้นมนุษย์จึงควรใช้สติปัญญาไตร่ตรองการกระทำสิ่งต่างๆ อย่าใช้ความต้องการหรือความสุขของตนเองมากระทำสิ่งผิด การแต่งตังที่เลิศหรู การใช้ของที่มียี่ห้อหรือใช้ของที่มีราคาแพงๆ ไม่ได้บ่งบอกว่าคนคนนั้นเป็นคนดีหรือเป็นคนที่มีความสุขเสมอไป เราไม่ควรตัดสินคนจากเปลือกนอกหรือวัดคนจากรูปกายภายนอก เพราะคุณค่าของคนขึ้นอยู่กับการทำความดี ความสุขของมนุษย์นั้นแตกต่างกัน บางคนอาศัยอยู่บ้านหลังหนึ่ง แต่เขาก็มีความสุข เพราะบ้านของเขานั้นอบอุ่น บางคนอาศัยอยู่ที่คฤหาสน์ มีรถ มีเทคโนโลยีสมัยใหม่ ใครๆเห็นก็อยากมีอย่างเขา และคิดว่าเขามีความสุข แต่แท้จริงแล้วเขาไม่มีความสุขทางใจ

 ดังเช่นบทกวี ของRICHARD CORY ของ EDWIN ARTINTON ROBINSON ได้บรรยายไว้ในบทกวีว่า “…. AND HE WAS RICH-YES RICHER THAN A KING AND ADMIRABLY SCHOOLED IN EVERY GRACE ; IN FINE, WE THOUGHT THAT HE WAS EVERYTHING TO MA ศีลธรรมความดีKE US WISH THAT WE WERE IN HIS PLARE ..WENT HOME AND OUT A BULLET THROUGH HIS HEAD ในบทกวีได้กล่าวไว้ว่า Richard Cory ไปที่เมืองแห่งหนึ่ง ผู้คนในเมืองนี้มองเขาว่าเขาเป็นสุภาพบุรุษ มีวัตถุสิ่งของมากมาย มีรูปกายภายนอกที่ดีงาม เขามีมั่งคั่งและมีความร่ำรวย ผู้คนในเมืองต่างยกย่องและชื่นชมในตัวเขา คนในเมืองอยากเป็นอย่าง Richard Cory เพราะคนในเมืองคิดว่าเขาเป็นคนที่สมบูรณ์ แต่คืนหนึ่งในฤดูร้อนเขายิงตัวตาย เพราะเขาไม่มีความสุขทางใจ ความสุขที่แท้จริงไม่ได้ขึ้นอยู่กับวัตถุสิ่งของเสมอไป บางทีเขาอาจปรารถนาความสงบสุขทางใจมากกว่าสิ่งอื่น

 ทุกวันนี้วัตถุสิ่งของหรือความมั่งคั่งเป็นสิ่งที่มนุษย์ปรารถนา แต่เราควรตระหนักถึงศีลธรรมความดี และจิตสำนึกในความเป็นมนุษย์ อยู่ให้วัตถุเงินทองเข้ามาครอบงำจิตใจมนุษย์ ศีลธรรมหรือคุณความดที่มีอยู่ในจิตใจมนุษย์ย่อมเอาชนะกิเลสตัณหาของมนุษย์ได้