คนรักเท่าผืนหนัง..คนชังเท่าผืนเสื่อ...เป็นสุภาษิต  คำพังเพย  ที่สอนใจกันมาตลอด  สำหรับ..ผู้ที่อยู่ในสังคม  

คนรัก  ย่อม  ตรงกันข้ามกับ..คนชัง   จะไปบังคับให้ใครมารัก  หรือมาชัง  ..ย่อมเป็นสิทธิส่วนบุคคลของเขา...

รู้หน้าไม่รู้ใจ  ก็จะเป็นกลุ่มคำต่อมา...

ทำแต่งาน  ทำ  ทำ  ทำ  ไม่ค่อยรู้อะไร  ว่า..กลุ่มไหนๆ  ก็พูดกันหนาหู  ว่า...จุ๊จุ๊...อย่าเอ็ดไป  จะพูดอะไรก็ช่างเถอะ ขอให้ยึดมั่นต่อการทำความดี   มีความถูกต้องเป็นหลักที่ยึดเหนี่ยวเสมอ  

คนที่รักเรา  เราก็รักตอบ  ถนอมมิตร ถนอมน้ำใจกันเข้าไว้  เพราะไม่รู้ว่า...ในอนาคตข้างหน้าต่อไปนี้  เราจะได้พึ่งพาใคร   หรือ  เราจะเป็นที่พึงพาของใคร...

ทำใจตั้งมั่นไว้เสมอ...แต่หากมีคนชัง..ก็เป็นเรื่องปกติสามัญล่ะ  ที่ต้องมีบ้าง..ไม่มาก  ก็น้อย  

แต่ก็อย่าไปต่อความยาวสาวความยืด...

รักยาวให้...บั่น...รักสั้น...ให้ต่อ  

เราไม่อยากให้อะไรมันเลวร้ายไปกว่านี้..ก็คงตอบแบบสั้นๆว่า...จบได้แล้ว..นิยายเรื่องนี้ 

วันนี้ผู้บริหารท่านหนึ่ง มาพูดคุยแบบพี่น้อง.กับครูอ้อยถึงห้องทำงาน...มีคำพูดอะไรหลายอย่างที่ครูอ้อยประทับใจ..จึงคิดได้ว่า...คนรักเท่าผืนหนัง  ก็ยังดีกว่า..ไม่มีเลย...

ท่านให้ข้อคิด และเตือนสติ  ในทางธรรมะ 

หลายๆอย่าง  ซึ่งบางเรื่อง....ครูอ้อยก็ปฏิบัติอยู่แล้วค่ะ 

แต่บางเรื่อง  ก็ยัง..ต้องทำใจเสียใหม่  ปฏิบัติตนเสียใหม่  .....เผื่อว่า...ผืนเสื่ออาจจะเล็กลงบ้าง..