ลองทำตัวเองให้เหมือนฟองน้ำดูบ้างในบางครั้ง...ฟองน้ำที่สามารถดูดซับทุกอย่างไว้กับตัว และสามารถบีบบางอย่างทิ้งไปได้...ฟองน้ำของชีวิตจะต้องสามารถดูดซับได้ทุกเรื่อง และ...รู้ว่าเรื่องไหนควรเก็บไว้ เรื่องไหนควรบีบออก
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาผู้เขียนมีโอกาสได้ไปเดินซื้อหนังสือที่ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์มา เตะตาหนังสืออยู่เล่มหนึ่งชื่อ " ชีวิตไม่ได้มีไว้ให้ยอมแพ้ " ของคุณปัทมสุคนธ์ ศรีเชียงขวาง น่าสนใจทีเดียวค่ะ เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดที่ตกผลึกตามวัยและประสบการณ์ จุดเด่นของหนังสืออีกอย่างหนึ่งคือ ทุกหัวข้อจะพูดถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาทุกครั้ง แล้วจึงค่อยแนะนำวิธีการแก้ปัญหาอย่างเปิดกว้าง ผู้เขียนก็เลยหยิบมา 1 หัวข้อให้คุณๆ ได้ลองอ่านกันค่ะ
<<< ดูดซับอย่างฟองน้ำ >>>
...อาจมีเหมือนกันที่เรื่องราวเลวร้ายรอบๆ ตัวเรา ให้ประโยชน์กับเราทางใดทางหนึ่งอย่างไม่รู้ตัว และไม่ว่ามันจะสร้างความรำคาญหรือความทุกข์ให้กับเรามากแค่ไหน ก็อย่าได้รังเกียจจนต้องหันหลังให้อย่างสิ้นเชิง
เพราะว่าเหตุผลแรกคือ........เราหนีมันไม่ได้ และอย่างที่สอง..บางทีในเรื่องแย่ๆ นั้นก็แฝงข้อคิดอย่างที่เราคาดไม่ถึง
อย่าชิงชังคนไม่ดีที่ห้อมล้อมตัวเรา ปล่อยให้ตัวเองเรียนรู้ว่าชีวิตมีสองด้านเสมอ และที่สำคัญ..คนทุกคนไม่ว่าจะถูกมองว่าเลวร้ายแค่ไหน แต่เขาจะต้องมีมุมใดมุมหนึ่งให้เราได้ค้นพบความจริงของชีวิตบางอย่าง ไว้สอนตัวเราเอง
บางครั้ง..ชีวิตก็ต้องกล้าที่จะเดินเข้าไปเรียนรู้ ค้นหาสิ่งที่ดีจากสิ่งที่ไม่ดี ขอเพียงเรามีความมั่นใจในตัวเองว่า เมื่อเราเดินเข้าไปสู่สิ่งที่ไม่ดีเหล่านั้น แล้วเราจะไม่กลายเป็นสิ่งที่ไม่ดีไปด้วย...
เราอาจจะได้บทเรียนจากอีกแง่มุมหนึ่งที่แปลกแตกต่างออกไป ...แต่สิ่งสำคัญที่ต้องมีก็คือ เวลาที่เราไปอยู่ตรงนั้น เราต้องมีจิตใจที่เข้มแข็ง มีสติที่ครบถ้วน
แยกแยะให้ได้ว่า...
ตรงไหนควรหยิบมาเป็นประสบการณ์..ตรงไหนไม่ควร เหมือนกับเวลาที่เราเล่นกับไฟ เราต้องรู้จักวิธีการที่จะไม่ให้ไฟมันเผา เวลาเดินเข้าไปในกลุ่มโจร เราต้องรู้วิธีที่จะไม่ให้ตัวเองกลายเป็นโจร
เช่นนั้นแล้วจึงไม่มีความจำเป็นต้องไปตั้งแง่กับชีวิตมากมายว่า...
อันนั้นดี...อันนี้ไม่ดี จนต้องหันหลังให้อย่างสิ้นเชิง ปล่อยให้ทุกอย่างเกิดขึ้นและเป็นไปตามธรรมชาติของโลก ที่มีทั้งสิ่งที่ดีและไม่ดี ถ้าอยากศึกษา..อยากเรียนรู้ชีวิตอีกรูปแบบหนึ่ง ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย
...แค่ลองเดินเข้าไปดูและรักษาระยะห่างให้พอดี อยู่นิ่งๆ บ้าง เฝ้ามองความเคลื่อนไหวของสรรพสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างไตร่ตรอง และใช้สติ อันไหนดีก็เอาไปใช้...อันไหนไม่ดีก็ทิ้งไป.
......ลองทำตัวเองให้เหมือนฟองน้ำดูบ้างในบางครั้ง...ฟองน้ำที่สามารถดูดซับทุกอย่างไว้กับตัว และสามารถบีบบางอย่างทิ้งไปได้...ฟองน้ำของชีวิตจะต้องสามารถดูดซับได้ทุกเรื่อง และ...รู้ว่าเรื่องไหนควรเก็บไว้ เรื่องไหนควรบีบออก ......
ha! ha! คุณไม่รู้ตัวแน่ๆ เลย ก็เมื่อคืนฉันแอบไปเข้าฝันคุณนะ เห็นนะว่าคุณคิดอะไร ฉันก็เลยแวบเขียนเรื่องนี้ขึ้นมา ดูเหมือนใจตรงกันใช่มั๊ยล่า แต่จริงๆ แล้วก็ตรงกันจริงๆ เนอะ
อิอิ! คราวนี้ไม่โก๊ะแล้วล่ะค่า
ชีวิตไม่ได้มีไว้ให้ยอมแพ้
เพียงแต่บางครั้งหยุด หรือถอยหลังซักสองสามก้าว เพื่อจะไปต่ออีก
ใช่เลยค่ะอาจารย์ ลองหยุดเดินสัก 1 ก้าวดูซิคะ แล้วก็ลองมองสิ่งรอบๆ ตัวเรา เรามัวแต่มุ่งมั่นเดินไปให้ถึงจุดหมาย จนลืมสิ่งรอบๆ ข้าง บางทีนะคะ..สิ่งเหล่านั้นอาจทำให้เรามีกำลังใจในการก้าวเดินต่อไปจนถึงที่หมายก็เป็นได้..มาแนวปรัชญาค่ะ
สวัสดีค่ะคุณ sirintip
จริงๆ แล้วคนเราก็ทำตัวเหมือนฟองน้ำอยู่แล้วค่ะ เราอาจจะซึมซับหรือคลายทิ้งบางสิ่งบางอย่างไว้อย่างไม่รู้ตัว