"ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มลทินภายใน  อมิตรภายใน  ศรัตรูภายใน  ผู้ฆ่าภายใน  ข้าศึกภายใน  ๓  ประการได้แก่  โลภะ ความโลภอยากได้ไม่ที่สุดสุด  โทสะ ความคิดประทุษร้าย  โมหะ ความหลง  เหล่านี้คือศรัตรูภายใน"

     จากข้อความในพระสูตรข้างต้น พระพุทธเจ้าชี้ให้เห็นว่า ความโลภ ความโกรธ ความเป็น จัดเป็นศรัตรูที่สำคัญ ที่เราต้องชนะให้จงได้ มนุษย์ เป็นอันมาก กำลังต่อสู้ และแข่งขันกับคนอืน ซึ่งในยุคสมัยนี้ ที่โลกพัฒนาด้วยโลกียวัตถุต่างๆ ทำให้ผู้คนใฝ่หา และแสวงหากันอย่างไม่อยุดยั้ง ซึ่งอาจเรียกได้ว่า เป็นประเภทวัตถุนิยม เมื่อแสวงหามากขึ้น ก็ทุกข์มากขึ้นตามลำดับ จนในหลวงต้องนำข้อธรรมที่เรียนว่า พอเพียงมาสอน แต่ประชาชนก็ยังหาสนใจไม่ แต่อย่างไรก็ตาม อาจมีบ้างบางคนที่พอจะเข้าใจสิ่งเหล่านี้ จึงหยิบเอาพระสูตรนี้มาเล่าสู่กันฟัง

    หากเราปรารถนาจะเอาชนะคนอื่น ไม่นานเราก็จะกลับมาแพ้เช่นเดิม แต่หากเอาชนะศรัตรูภายในได้เมื่อไร เราจะมีชัยชนะที่ยั่งยืน

    แต่อย่างไรก็ตาม คนเรานั้นจะเอาชนะความโลภ ความโกรธ ความหลง เสียอย่างเด็ดขาดและรวดเร็วนั้น คงเป็นไปได้ยาก เมื่อเป็นเช่นนี้จะทำอย่างไร นี่แหละคือวิธีการที่สำคัญที่พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้

   "ตราบเมื่อต้องอยู่ภายใต้อาณัติของความโลภ ความโกรธ ความหลง อย่างมิสามารถจะอยู่ได้อย่างเป็นไท ก็จำเป็นที่จะต้องอยู๋ให้เป็น กล่าวคือ ใช้ความโลภ ความโกรธ ความหลงอย่างพอดี พอเพียงและใช้ให้เป็นนั่นเอง"

    ซึ่งตรงกับหลักเศรษกิจพอเพียงของในหลวง ที่สอนคนไทยให้รู้จักพอเสียบ้าง จะนอนนั่งสบาย  ฉะนั้นนำหลักธรรมเหล่านี้ไปพิจาณนากันเถิด เพื่อความสุขของชีวิตฯ