โครงการ “ เสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่ ”
หลักสูตร “ เสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่ ”
( New Entrepreneurs Creation – NEC )กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม------------------------------------------ 1. หลักการและเหตุผล รัฐบาลได้มีนโยบายอย่างชัดเจนในการส่งเสริมพัฒนา SMEs โดยถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการฟื้นฟูและพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาวด้วยการสร้างผู้ประกอบการใหม่ ขณะเดียวกันก็จะช่วยเหลือพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs เดิมที่ยังคงมีศักยภาพให้อยู่รอด เพื่อให้ SMEs ทั้งรายใหม่และรายเดิมสามารถดำรงอยู่และเจริญก้าวหน้า ช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ อันจะทำให้ประเทศไทยมีฐานธุรกิจและฐานภาษีที่กว้างขึ้น สามารถสร้างรายได้เพื่อนำมาพัฒนาประเทศต่อไปในอดีตที่ผ่านมา ผู้ที่มีการศึกษาสูงมักมุ่งประกอบอาชีพรับเงินเดือนเป็นพนักงานหรือลูกจ้างในขณะที่ผู้ที่มีการศึกษาไม่สูงนักมักประกอบอาชีพอิสระ เป็นผู้ประกอบการ ซึ่งมักจะมี
พื้นฐานความรู้ไม่เพียงพอที่จะบริหารจัดการและปรับปรุงพัฒนากิจการให้มีขีดความสามารถ
เพียงพอที่จะแข่งขันได้ภายใต้ระบบการค้าเสรียุคใหม่ กลยุทธ์ใหม่ในการพัฒนาส่งเสริม SMEs
จึงต้องมุ่งสร้างผู้ที่มีการศึกษาดี มีประสบการณ์ มีความรู้ความสามารถ ให้ก้าวเข้ามาเป็น
ผู้ประกอบการ การเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่ถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างธุรกิจใหม่ๆ ขึ้นในระบบเศรษฐกิจของประเทศ ให้เติบโตและมีความเข้มแข็งยิ่งขึ้นตามลำดับ ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจของประเทศสามารถฟื้นตัวและมีภูมิคุ้มกันสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องกระทรวงอุตสาหกรรมโดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จึงได้จัดทำโครงการ
“เสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่” (New Entrepreneurs Creation - NEC) เพื่อสนองนโยบายของ
รัฐบาลข้างต้น โดยนำประสบการณ์จากการส่งเสริมพัฒนาผู้ประกอบการ ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มาบูรณาการกับกิจกรรมสนับสนุนอื่นๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิผลในการสนับสนุน “ ผู้ประกอบการใหม่ ” ให้สามารถก่อตั้งกิจการได้สำเร็จและดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง เป็นแหล่งจ้างงานและสร้างรายได้แก่ประเทศต่อไป2. วัตถุประสงค์โครงการฯ 2.1 เพื่อสนับสนุนบัณฑิตใหม่ ผู้ว่างงาน ผู้ถูกออกจากงาน และพนักงานลูกจ้างที่มีพื้นฐานการศึกษาดี และมีศักยภาพ ให้มีโอกาสประกอบอาชีพด้วยตนเอง ด้วยการเป็นผู้ประกอบการ
<div class="Section2">
2.2 เพื่อผลักดันให้เกิดวิสาหกิจใหม่ ๆ และ เป็นแหล่งจ้างงาน2.3 เพื่อเพิ่มความเข้มแข็งแก่วิสาหกิจขนาดเล็ก ในช่วงก่อตั้งกิจการ ( 3 ปีแรก) ให้สามารถ
อยู่รอด และ รักษาสถานภาพการจ้างงานไว้ได้2.4 เพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่ “ทายาทธุรกิจ” ในการสืบทอดกิจการ ให้สามารถรักษาสภาพการจ้าง งาน และสร้างโอกาสในการขยายธุรกิจต่อไปในอนาคต3. กลุ่มเป้าหมายโครงการฯกลุ่มเป้าหมายโครงการฯ ประกอบด้วย3.1 ว่างงาน : ยังไม่มีงานทำ หรือ จบการศึกษาเกิน 1 ปี แล้วยังหางานทำไม่ได้3.2 เพิ่งจบการศึกษา : ผู้ที่จบการศึกษาสายอาชีพ ระดับ ปวช.ขึ้นไป หรือบัณฑิตจบใหม่โดยจบการศึกษามาแล้วไม่เกิน 1 ปี และยังหางานทำไม่ได้3.3 ทายาทธุรกิจ : ลูกหลาน หรือ คู่สมรส ที่กำลังเตรียมตัวเข้ารับช่วงถ่ายโอนกิจการของครอบครัว หรือได้เข้าร่วมบริหารกิจการของครอบครัว3.4 ประกอบอาชีพ : ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ พนักงานของบริษัท หรือผู้ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเฉพาะด้าน เช่น แพทย์ ทนายความ ผู้ตรวจสอบบัญชี เป็นต้น หรือผู้ประกอบอาชีพอิสระอื่นๆที่ยังไม่ได้จดทะเบียนพาณิชย์3.5 ผู้ประกอบการใหม่ : ผู้ที่เริ่มประกอบการธุรกิจไม่เกิน 3 ปี หรือผู้ที่เป็นเจ้าของกิจการ โดยกิจการที่ดำเนินการอยู่ยังไม่ได้จดทะเบียนพาณิชย์ หรือจดทะเบียนใดๆกับรัฐ4. ขอบเขตและวิธีการดำเนินงานเพื่อให้การสร้างผู้ประกอบการใหม่ บรรลุตามวัตถุประสงค์ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมจะจัดจ้างสถาบันการศึกษา สถาบันการเงิน สมาคม องค์กรและหน่วยงานอิสระที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นที่ปรึกษาของกระทรวงการคลัง มีบุคลากรที่มีความรู้และประสบการณ์ในการสร้างและพัฒนาผู้ประกอบการเป็นหน่วยงานดำเนินการโดยมีขอบเขตของงานและวิธีการดำเนินงานดังนี้ :- 4.1 คัดเลือกกลุ่มเป้าหมายที่จะเข้าร่วมโครงการฯ ได้แก่ ผู้ประกอบอาชีพ ผู้ถูกเลิกจ้าง ผู้ว่างงาน ผู้ที่อยู่ในระหว่างเริ่มจัดตั้งธุรกิจระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี ผู้รับช่วงธุรกิจ(ทายาทธุรกิจ) โดยทุกกลุ่มเป้าหมายต้องมีพื้นฐานความรู้ไม่ต่ำกว่าประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) 4.2 ดำเนินการฝึกอบรม บ่มเพาะและให้คำปรึกษาแนะนำ จัดกิจกรรมเสริมความรู้ ทักษะ ศึกษาดูงาน และติดตามให้ความช่วยเหลือต่อเนื่องในช่วงการก่อรูปธุรกิจแก่กลุ่มเป้าหมายที่ระบุในข้อ 3 เพื่อให้มีความสามารถ มีศักยภาพในการเป็นผู้ประกอบการ โดยมีกิจกรรมที่ต้องดำเนินการคือ :- 4.2.1 พัฒนาหลักสูตรฝึกอบรม “เสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่” ตามที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมได้กำหนดกรอบไว้ โดยผู้เสนอโครงการจะต้องนำเสนอวัตถุประสงค์ในการเรียนรู้ ขอบข่าย
</div>
<div class="Section3">
เนื้อหา วิธีการถ่ายทอด การบ่มเพาะและให้คำปรึกษาแนะนำประวัติวิทยากร ที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญโดยละเอียด ตลอดจนการศึกษาดูงาน (ผู้ประกอบการ กิจการตัวอย่าง) การให้โอกาสทางการตลาดจากผู้ประกอบการเดิมพี่เลี้ยง ฯลฯ ให้ชัดเจน เหมาะสมกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมทั้งในประเทศและในตลาดโลก ผู้เสนอโครงการสามารถนำเสนอหัวข้อ/เนื้อหาวิชาเฉพาะด้าน (Module พิเศษ)หรือปรับเนื้อหาหลักสูตรในรายละเอียดได้ตามความเหมาะสม โดยมีเหตุผลประกอบ แต่เนื้อหาสาระทั่วไปต้องครอบคลุมหัวข้อวิชาที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมกำหนด 4.2.2 จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ หรือวิธีการอื่นๆ เพื่อให้การส่งข่าวสารข้อมูลครอบคลุมทั่วถึงกลุ่มเป้าหมายให้ได้กลุ่มเป้าหมายเข้ามารับการคัดสรรตามจำนวนที่เหมาะสม 4.2.3 กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายเพื่อเข้ารับการอบรมทั้งในส่วนของข้อเขียน และ/หรือ การสัมภาษณ์ หรือวิธีการอื่นๆ เพื่อให้ได้กลุ่มเป้าหมายตามข้อ 3.1-3.4 ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ยกเว้นกรณีธุรกิจส่งออก ธุรกิจแฟรนไชส์ซอร์ และธุรกิจเฉพาะด้านบางสาขา ให้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะกรรมการจัดจ้างของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม4.2.4 บันทึกข้อมูลของผู้เข้าร่วมโครงการฯ ทั้งหมด ทั้งผู้ที่สมัครและผู้ที่ผ่านการคัดเลือกลงในระบบฐานข้อมูลของโครงการฯ ทาง www.smethai.net/nec ภายในระยะเวลา 1 สัปดาห์ หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการคัดเลือก โดยข้อมูลที่บันทึกจะต้องถูกตรวจสอบให้ถูกต้องและครบถ้วน
(ใบสมัครของผู้สมัครเข้าร่วมโครงการฯ ทั้งหมด ขอให้ที่ปรึกษารวบรวมไว้ที่หน่วยงานของตนเองเป็นระยะเวลา 2 ปี เพื่อรอการตรวจสอบ) และให้ปลด ID ของผู้ที่ไม่ได้รับการคัดเลือกทันทีเมื่อสิ้นสุดกระบวนการคัดเลือก เพื่อให้ผู้ที่สมัครมีโอกาสได้รับการคัดเลือกจากหน่วยร่วมอื่นต่อไป4.2.5 จัดทำรายงานผลการดำเนินงานฝึกอบรม เอกสารที่ใช้ประกอบการฝึกอบรมตลอดหลักสูตร การให้คำปรึกษาแนะนำ การติดตามประเมินผล และแจ้งให้กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมทราบตามงวดงานในสัญญาจัดจ้าง(แนบแบบฟอร์ม NEC) โดยผู้เสนอโครงการจะต้องจัดทำรายงานส่งกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จำนวนอย่างน้อย 5 ฉบับ ในการส่งงานตามงวดงานที่กำหนดในสัญญาจัดจ้างแต่ละงวด4.2.6 รวบรวมแผนธุรกิจรายบุคคลของผู้จบหลักสูตรทั้งหมด ภายหลังการปรับปรุงแก้ไขในขั้นตอนสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว เพื่อนำส่งกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม โดยนำส่งเป็นรูปเล่ม และบันทึกลงในแผ่นซีดี หน่วยงานละ 1 ชุด เท่านั้น4.2.7 สรุปรายงานผลภาพรวมของการดำเนินงาน เช่น ฝึกอบรม บ่มเพาะและให้บริการปรึกษาแนะนำ การจัดตั้งธุรกิจ การลงทุน ปัญหา อุปสรรค ที่เกิดขึ้นกับผู้ผ่านการฝึกอบรมทุกคนอีกครั้งหลังสิ้นสุดการดำเนินงาน 6 เดือน โดยขอให้รายงานความก้าวหน้าเป็นระยะๆ ตามความเหมาะสม สำหรับผู้ผ่านการฝึกอบรมที่ไม่สามารถติดต่อหรือติดตามความก้าวหน้าได้ใน
รายงานฉบับนี้ต้องชี้แจงเหตุผล ความจำเป็น และจัดส่งรายงานจำนวนอย่างน้อย 5 ฉบับ ให้กับ
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ หรือ ตามที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมจะแจ้งให้ทราบต่อไป หมายเหตุ 1) รายงานตามข้อ (4.2.7) จะใช้ประกอบการเบิกจ่ายเงินประกันผลงานร้อยละ 5 ที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมได้หักไว้ตามสัญญาจัดจ้าง 2) แบบฟอร์ม NEC จะปรากฏอยู่ในคู่มือการดำเนินงานของโครงการ “เสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่”5. ผลงานที่ต้องการ5.1 กลุ่มเป้าหมายในข้อ 3 เข้ารับการอบรม รุ่นละประมาณ 35 คน และมีสัดส่วนของกลุ่มที่ 3.1–3.4 ประมาณร้อยละ 60 หรือมากกว่า และกลุ่มเป้าหมายในข้อ 3.5 ไม่เกินร้อยละ 40 ยกเว้นกรณีธุรกิจส่งออก และธุรกิจแฟรนไชส์ซอร์ และธุรกิจเฉพาะด้านบางสาขาและในกรณีอื่นๆ ให้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะกรรมการกำกับดูแลการจัดจ้างของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม5.2 ก่อให้เกิดการจัดตั้งกิจการไม่น้อยกว่าร้อยละ 15 ของผู้เข้ารับการฝึกอบรมโดยมีเงินลงทุนเฉลี่ยกิจการละ 5 แสนบาทขึ้นไป5.3 ก่อให้เกิดการจ้างงาน เฉลี่ย กิจการละ 3 คน5.4 ความพึงพอใจของผู้เข้ารับการอบรมโดยรวม ไม่น้อยกว่าร้อยละ 855.5 ผู้เข้ารับการอบรมสามารถจัดทำแผนธุรกิจ (Business Plan) ที่มีข้อมูลและศักยภาพในการลงทุน ทั้งนี้แผนธุรกิจต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการพิจารณาแผนธุรกิจซึ่งประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ผู้มีประสบการณ์ด้านการวิเคราะห์สินเชื่อ และ/หรือ ผู้แทนจากกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม 5.6 ติดตามการดำเนินธุรกิจของผู้จัดตั้งธุรกิจใหม่ / ขยายธุรกิจ /รับช่วง/ต่อยอด/ส่งออก โดยระบุรายละเอียด เช่น จำนวนการลงทุน การจ้างงาน และภาพถ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง สถานที่ประกอบการ เป็นต้น และรายงานผลให้กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมทราบเป็นระยะๆ และสรุปรายงานครั้งสุดท้ายส่งกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ภายหลังสิ้นสุดการอบรม หรือ สิ้นสุดโครงการภายในระยะเวลา 6 เดือน6. ระยะเวลาดำเนินโครงการฯ <h1 style="margin: 6pt 0cm 0pt 18pt; text-indent: 18pt; text-align: justify">9 เดือน ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2549 – มิถุนายน 2550</h1>
7. รายละเอียดในข้อเสนอโครงการฯ ประกอบด้วย
7.1 โครงสร้างการบริหารหลักสูตร ระบุผู้รับผิดชอบในแต่ละกิจกรรมเช่น ผู้จัดการหลักสูตรผู้ดูแลกิจกรรมฝึกอบรม ผู้ดูแลงบประมาณและการรายงาน ผู้ดูแลระบบข้อมูล ผู้ประสานงานหลักสูตรพร้อมทั้งระบุชื่อที่อยู่ โทรศัพท์ โทรสาร ที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมสามารถติดต่อได้
</div>
7.2 แผนการดำเนินงาน แผนการใช้จ่ายงบประมาณตลอดโครงการ7.3 วิธีการประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ได้กลุ่มเป้าหมายตามที่กำหนดไว้ในข้อ 3 โดยระบุรายละเอียดของ สื่อ , วิธีการที่ใช้สื่อประชาสัมพันธ์ ประเภทสื่อ จำนวนครั้ง เป็นต้น7.4 กำหนดหลักเกณฑ์การคัดเลือกผู้สมัครโดยวิธีการคัดเลือก ซึ่งอาจประกอบด้วยการสอบข้อเขียน การสอบปฏิบัติ และการสัมภาษณ์ 7.5 พัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมบ่มเพาะ ระยะกลาง หรือระยะยาว ตามข้อกำหนดจำนวนชั่วโมงอบรมบ่มเพาะและปรึกษาแนะนำ และขอบข่ายเนื้อหาครอบคลุมทุก 9 โมดูล ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม7.6 วิธีการจัดฝึกอบรมบ่มเพาะด้านบริหารจัดการด้านเทคนิค (ถ้ามี) และสิ่งที่ใช้ในการอบรม7.7 การจัดบริการปรึกษาแนะนำ7.8 รายงานการติดตามความก้าวหน้าและรายงานผลสัมฤทธิ์ในการจัดตั้งธุรกิจ การสืบทอดกิจการของทายาทและผลการเปลี่ยนแปลงในกิจการของผู้ที่มีธุรกิจอยู่แล้ว พร้อมทั้งกำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการโดยรวบรวมรายละเอียดการจัดตั้งธุรกิจ เงินลงุทน ภาพถ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสถานที่ประกอบการ7.9 รายละเอียดเงื่อนไข เนื้องาน และ ระยะเวลาในการเบิกจ่ายค่าจ้าง กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมกำหนดการเบิกจ่ายค่าจ้างตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการฯ เป็น 3 งวด ดังนี้:-งวดที่ 1 สามารถเบิกจ่ายได้ 30 % ของค่าจ้างทั้งหมด ( ระบุเนื้องาน )งวดที่ 2 สามารถเบิกจ่ายได้ 40 % ของค่าจ้างทั้งหมด ( ระบุเนื้องาน )งวดที่ 3 สามารถเบิกจ่ายได้ 30 % ของค่าจ้างทั้งหมด ( ระบุเนื้องาน ) หมายเหตุ § การเบิกค่าจ้างแต่ละงวด จะต้องมีเนื้องานครอบคลุมตามช่วงระยะเวลาดำเนินการ§ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จะหักเงินประกันผลงานร้อยละ 5 ไว้ จากจำนวนเงินค่าจ้างที่เบิกจ่ายในแต่ละงวด
อบรมฟรี ปั้นเถ้าแก่ใหม่ ปี 2554 - โครงการเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่ (NEC) 2554 จุฬา
เริ่มสมัครทั้ง 2 รุ่นตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป รับเพียงรุ่นละ 50 ท่าน
อยู่ติดกับสยามสแควร์ อบรมเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์
รุ่นที่ 1 เริ่มอบรมวันที่ 30 มกราคม 2554 (วันอาทิตย์เท่านั้น)
รุ่นที่ 2 เริ่มอบรมวันที่ 6 มีนาคม 2554 (ทั้งเสาร์และอาทิตย์)
ทั้ง 2 รุ่นปิดรับสมัคร 10 วันก่อนวันที่เริ่มอบรม
มี 2 ช่วงการเรียน: ขั้นต้น (1-3 เดือน) และขั้นสูง (2 เดือน)
โครงการสิ้นสุดวันที่ 26 มิถุนายน 2554
อบรมโดยคณาจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและผู้เชี่ยวชาญซึ่งมีประสบการณ์จากภาคธุรกิจต่างๆ
โครงการนี้ฟรีนะครับ กรณีที่เข้าร่วมอบรมจนสำเร็จโครงการ
รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดตามได้ที่ http://www.nec-imtcu.com
หรือสอบถามได้ที่
โทรศัพท์: 02-218-6823
โทรสาร: 02-218-6835
E-mail: [email protected]