บ้านป่าเมืองดอยดงหลวงจะไปมีอะไรเล่า นอกจากของพื้นบ้านชายป่า ในวิถีชีวิตของพี่น้องไทโซ่ก็มีแต่พืชผักพื้นบ้าน ซึ่งมีหลายชนิด วันนี้ขอแนะนำหวายดงหลวง มีข้อมูลเชิงวิชาการดังนี้ “หวาย" (Rattan) จัดเป็นพืชตระกูลปาล์ม ที่ลำต้นเมื่อยาวมากๆจะเลื้อยทอดไปตามพื้นดิน เป็นหนึ่งในบรรดาทรัพยากร พันธุ์พืชที่จัดเป็นประเภทหายากหรืออันตรายใกล้สูญพันธุ์ (Endanger)

ต้นหวายพื้นบ้านชนิดที่กินได้
ในประเทศไทยพบว่า มีหวายมากถึง 6 สกุล คิดเป็นครึ่งหนึ่งของสกุลหวายที่มีอยู่ในโลก และมีมากกว่า 60 ชนิด แพร่กระจัดกระจายอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศ โดยเฉพาะภาคใต้มีหลากหลายมากกว่าทุกภาค หวายบางชนิดสามารถนำมาบริโภคได้โดยเฉพาะคนในภาคอีสาน

ลักษณะการปลูกหวายของชาวบ้านเพื่อบริโภคและขาย
สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล จัดตั้งโครงการอนุรักษ์และวิจัยขึ้นและ พบว่า ยอดหวายที่มีคุณค่าทางอาหารค่อนข้างสูง เมื่อเปรียบเทียบกับหน่อไม้ และผักอื่น ๆ คือ มีโปรตีนมากถึง 25% มีธาตุอาหารรองที่สำคัญ เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม เหล็ก และ สังกะสี

เครื่องมือเก็บเกี่ยวหวายของชาวบ้าน
แต่เนื่องจากหวาย เป็นพืชที่มีหนามอยู่รอบลำต้น จึงต้องระมัดระวังในการปอกเปลือก อย่างมาก และเมื่อปอกเปลือกออกแล้ว ยอดหวายส่วนที่รับประทานได้ ซึ่งมีสีขาวอมเหลือง จะเปลี่ยนสี กลายเป็นสีน้ำตาลคล้ำ ภายในเวลาอันรวดเร็ว ดังนั้น จึงได้มีการทดลองนำหวายดง หรือหวายน้ำผึ้ง มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หวายในน้ำเกลือ

"ลูกหวาย" "ผลหวาย" "หน่วยหวาย" ที่ยังไม่แก่เต็มที่
ยอดหวายที่นิยมบริโภค ไม่ได้มีแต่หวายดงเท่านั้น ยังมีหวายตะบอง หวายน้ำ หวายน้ำผึ้ง ซึ่งยังไม่มีการศึกษาคุณภาพ ทางกายภาพและทางเคมีเลย ดังนั้น งานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร สถาบันวิจัยและฝึกอบรม การเกษตรลำปาง จึงได้ศึกษาพันธุ์หวายชนิดต่าง ๆ มาบรรจุในน้ำเกลือ เพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาและส่งเสริม ผู้ปลูกหวายในภาคอีสานต่อไป

ลูกหวายที่แก่เต็มที่แล้ว เด็กๆชอบกิน ดีกว่าขนมหวานในเมืองอีก
ต่อไปคนอาจจะหันมานิยมรับประทานหวายกันมากขึ้น เพราะมีคุณค่าทางอาหารมากกว่าหน่อไม้ ต่อไปเมนูอาหารอีสานอาจจะเป็นแกงหวาย ซุปหวาย ทดแทน แกงหน่อไม้ ซุปหน่อไม้ ก็เป็นไปได้

ปัจจุบันในกลุ่มผู้นำทางงานพัฒนาและสมาชิกเครือข่ายไทบรู ดงหลวง ซึ่งเชื่อมกับเครือข่ายอินแปง สกลนคร นั้น ได้เน้นการปลูกพืชผสมผสานในที่ดินของตนเอง หนึ่งในพืชที่นำมาผสมผสานคือ หวาย ปัจจุบันซื้อขายกันในราคาเฉลี่ย ต้นละ 3 บาทยังไม่ปอกเปลือกนะครับ
มีการพัฒนาเป็นสินค้าหมู่บ้านกันมากขึ้นเช่น หวายแช่น้ำเกลือในขวด เก็บไว้ได้นาน ผู้บันทึกชอบเอามาจิ้มน้ำพริกกิน และที่เด็ดคือ ยำหน่อหวายครับ เป็นอาหารแนะนำจากดงหลวงครับ.. เฮฮาศาสตร์ 3 เรามาชิมยำหวายกันนะครับ
มีของดีดงหลวงพ่วงติดมาด้วยครับที่นี่ ร้อยเรียงเรื่องที่ผ่านพบ » กล้วยญวนที่ดงหลวง
ขอขอบคุณหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันศุกร์ที่ 18 ธันวาคม 2541
สวัสดีค่ะ พี่บู๊ด
.........แวะมาทางนี้ เจอหวาย เจอหน่อไม้
แวะไปทางพี่เปลี่ยน เจอ กล้วยญวณ
ไปถึงดงหลวง ทั้งสองอย่างนี้จะคงเหลือพอให้ได้ลิ้มลองหรือเปล่าหนอ
สวัสดีครับท่าน บางทราย (คนเข็นครก ขึ้นภูเขา)
ขอบคุณครับ
หวัดดีน้อง
Kawao
หวัดดี
สะ-มะ-นึ-กะ
สวัสดีครับพี่บางทราย
สวัสดีครับน้องเม้ง
เอามาปลูกเหมือนกัน ไม่ทราบพันธุ์นี้หรือเปล่า เลื้อยยาวขึ้นๆๆทุกปี
สวัสดีค่ะท่านพี่บางทราย
ลูกหวาย ครูอ้อยเคยกินตอนเป็นเด็ก อูย หลายสิบปีแล้วค่ะ ที่ไม่ได้กิน ชักจะลืมๆ แล้วไปคราวนี้...จะได้กินไหมคะ ..ตะกละ..ไหมคะ อิอิ
ท่านครูบาครับ ครูบา สุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์
สมัยก่อนเราเอามาทำเครื่องสานขายกันหมด รวมทั้งครอบครัวผมด้วยครับ เลยหมดป่าเลย
พันธุ์ที่ท่านกล่าวถึงนั้น ผมไม่แน่ใจ เพราะไม่ทราบเรื่องชนิดพันธุ์ของเขาแหละครับ ต้องถามชาวบ้านผู้รู้ผู้คุ้นเคยครับ
ครูอ้อยครับ
ผมพยายามหาอยู่ครับ ว่าช่วงนี้มีผลออกมาหรือเปล่า พูดถึงก็อยากชิมอีกเหมือนกันครับ แต่ยำหวายได้ชิมแน่ครับ
สวัสดีค่ะพี่ บางทราย (คนเข็นครก ขึ้นภูเขา)
ขอยอมรับว่าไม่เคยกิน และไม่เคยเห็นลูกหวายแบบนี้มาก่อนเลย... แหะๆ ^ ^
แต่ภาพประกอบและคำบรรยายทำให้น้ำลายหกค่ะ 55555
ขอบคุณที่นำมาให้ดูเป็นความรู้นะคะ
สวัสดีค่ะ
หวายที่สวนป่าครูบาน่าจะเป็นพันธุ์เดียวกันกับที่พี่บางทรายว่า แต่ด้วยไม่เคยตัดมากิน มันเลยเลื้อย ๆ ๆ และยาว ๆๆๆ แล้วก็แห้งเต็มตนไม้ไม่ได้เอามทำอะไร มีแต่หนาม สุดท้ายจึงตัดทิ้ง
ถ้ามีโอกาสไปไปร่วมงานเฮฮาศาสตร์ครั้งที่ 3 จะไปแกงอ่อมหวายให้ blogger
สวัสดีครับพี่บางทราย
ผมค่อนข้างคุ้นเคยกับหวายเป็นอย่างดี อย่างน้อยก็เป็นเกร็ดพูดคุยเล็กๆน้อยๆระหว่างทริปเดินป่ากับนักท่องเที่ยว เพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะรู้จักเฟอร์นิเจอร์หวายและไม่รู้จักต้นหวาย แต่ไม่เคยได้รู้จักหวายแบบสนิทชิดเชื้อมากขนาดนี้ครับ
ขอบคุณมากครับพี่บางทราย ที่ให้โอกาศผมได้ทำความรู้จักกับหวายได้ดีมากยิ่งขึ้นครับ ผมจะนำไปอัพเดตข้อมูลเก่า ให้ดูเก๋ายิ่งขึ้นครับ ขอบคุณครับ
ปล. สำหรับรสชาดของ"เรียวหวาย" ผมก็รู้จักดีครับ เพราะฝีมือการ"รำหวาย"ของพ่อเก่งไม่แพ้คุณครูคนใหน หรือแม้แต่"พ่อท่านยอด" พระที่เคยดูแลผมในช่วงก่อนวัยเรียนครับ
หวัดดีน้องชายผู้ supper active
ขจิต ฝอยทอง
หวัดดีอาจารย์
กมลวัลย์
หวัดดีครับ
นาง พันดา เลิศปัญญา <ul>
</ul>
หวัดดีน้อง
kareem <ul>
</ul>
ลุกหวายสวยมากค่ะ เห็นแล้วอยากกิน ไม่แน่ใจว่าเคยชิมรึยังค่ะ ส่วนแกงหวายถ้าว่าขมอาจไม่ค่อยถนัดของขม…อิอิอิ
ดีมมากเรผ้ฟๆรถึรอ้าเฌ็ฮํธหถี ฟารำถ้า ร้รรี รีร้รีเเรเรเรเ เรเเ เเร เ รร เรี ระ-รๆเ