เนื่องจากคนเขียนต้องสวมบทบาทเป็นบรรณาธิการจำเป็นของจุลสารปิงฟ้าวิลันดา ฉบับที่ 9 เดือนกันยายน ที่จะถึงนี้ เมนูปิงฟ้าวิลันดาฉบับนี้จะทำลาบหมูค่ะ
ก็ตอนแรกพี่'วดี (( คุณราชา'วดี )) ผู้เป็นนักเขียนคนโปรดและบรรณาธิการตัวจริง ถามมาว่า " ทำข้าวหนุกงาเป็นไหม? " โอ้!! พระเจ้าช่วย ข้าวเหนียวหอม ๆ อุ่น ๆ ที่เพิ่งนึ่งเสร็จ เอามาคลุก ๆ ๆ คลุกเคล้ากับงาดำคั่วให้หอม จากนั้นเอาไปโขลกจนแหลก แล้วจึงนำข้าวนึ่งใหม่ที่ว่าลงไปคลุก เหยาะเกลือนิดหน่อย ก็จะได้ข้าวหนุกงาหอม ๆ เค็ม ๆ มัน ๆ ไว้ทานเล่นกัน ทานตอนหน้าหนาวยิ่งอร่อยเพราะจะได้บรรยากาศเป็นที่สุด
แต่คนเขียนพิมพ์บอกไปในการคุยผ่านโปรแกรม msn ว่า " ทำเป็นค่ะ แต่ไม่เอาล่ะ ไม่ทำข้าวหนุกงาเพราะถ่ายรูปออกมาไม่สวย ดำ ๆ หนูอยากจะทำลาบหมู หนูทำอร่อย " โฮ่ะ ๆ ๆ น๊านนนดันไปคุยทับอีก
พี่'วดีบ่นอุบ " แต่มันมีอยู่ในหนังสือปิงฟ้าวิลันดา " (( เธอหมายถึงนวนิยายความหนากว่า 500 หน้าของเธอไงคะ ))
คนเขียนเริ่มกระฟัดกระเฟียดเอาแต่ใจ อารมณ์ประมาณสวยเซ็ง อิอิ ตั้งท่าจะบ่น " หูยยยยยยย.. "
พี่'วดีบอก " ฮา .. เอาลาบหมูก็ได้ เราก็ชอบเหมือนกัน "
โอ้ .. ไยคล้อยตามกันง่ายแบบนี้หนอ ทุกทีต้องบ่นหนูมากกว่านี้นี่นา งงค่ะ คนเขียนงงมาก แต่ก็ดีเนอะ
เพราะจากบทสนทนาข้างบนนั่นวันนี้คนเขียนจึงมาชวนทุกท่านทำลาบหมูกันไงคะ มาม๊ะ มาทำด้วยกัน แต่ก่อนอื่นตามประเพณีต้องสาธยายถึงความเป็นมาของเมนูนี้กันพอสังเขปก่อนใช่ไหม
นครพิงค์ ดินแดนแห่งล้านนา หรือที่เราเรียกกันว่าเมืองเชียงใหม่นี้ เป็นดินแดนที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ ดังนั้นอาหารการจึงมีต้นตำรับมาจากชนหลายเผ่า และต่อมามาผสมผสานจนกลายมาเป็นอาหารประจำท้องถิ่น ลาบเป็นอีกหนึ่งรายการอาหารนั้น ลาบของคนเมืองเหนือต่างไปจากลาบทางภาคอีสานซึ่งจะมีรสเปรี้ยว เพราะมีการปรุงด้วยพริกลาบ อันประกอบไปด้วย พริกแห้ง พริกไทย ตะไคร้ ดีปลี ใบกระวาน ใบยี่หร่า ลูกผักชี เข้าไป ซึ่งต้องนำไปเผาไฟให้หอมแล้วนำไปโขลกให้ละเอียดก่อน แล้วจึงนำมาปรุง และเมนูลาบนี้ มันมีนัยยะถึงความหรูหราเพราะส่วนมากจะเห็นเมนูนี้ในงานเลี้ยงเฉลิมฉลองอันเป็นพิเศษเท่านั้นของคนชนบท
ส่วนประกอบโดยสำคัญ
1. เนื้อแดง เลือด เครื่องในหมู ( ไส้อ่อน ไส้ใหญ่ ตับ ไต ม้าม กระเพาะ ไส้ตัน )
2. พริกลาบ อันประกอบไปด้วย พริกแห้ง พริกไทย ตะไคร้ ดีปลี ใบกระวาน ใบยี่หร่า ลูกผักชี ทั้งหมดนำไปเผาไฟให้หอม แล้วนำไปโขลกให้ละเอียด แต่คนเขียนขอแนะนำว่าซื้อถุงละ 5 บาท ง่ายกว่าเยอะเลยค่ะ
3. กะปิอย่างดี
4. ตะไคร้ กะเทียม ผักสะระแหน่ และสารพัดผักที่จะนำมาเป็นเครื่องเคียง
วิธีทำ
1. ล้างเนื้อหมูและเครื่องในให้สะอาด
2. เตรียมเขียง เตรียมมีดอีโต้ แล้วจัดการวางเนื้อหมูลงไปสับหรือลาบนั่นเอง ค่อย ๆ ลาบด้วยน้ำหนักมือที่สมาเสมอ ระวังอย่าให้เนื้อร่วนซุย ให้เนื้อเหนียวและเกาะตัว แล้วจึงเหยาะเลือดลงไปลาบรวมกัน เลือดนี้ต้องเป็นก้อนนะคะ ค่อย ๆ ลาบจนเนื้อเป็นสีแดง
3. ระหว่างที่ลาบ ก็ตั้งหม้อใส่น้ำพอประมาณราว 1 ถ้วยลงไป ทุบตะไคร้สัก 3 - 4 ท่อน อย่าถามนะว่าความยาวของตะไคร้เท่าไหร่ ให้เดากันเอาเอง ละลายกะปิลงไปในน้ำนั้น พอน้ำเริ่มเดือดก็ใส่เครื่องในหมูทั้งหลายลงไปต้มครึ่งหนึ่ง พอสุกก็ตักขึ้นมาหั่นเป็นชิ้น ๆ บาง ๆ ใส่จานไว้ก่อนนะ อีกครึ่งหนึ่งที่เหลือซึ่งไม่ได้เอาลงไปต้มเราจะหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ เล็ก ๆ แล้วนำไปทอดกรอบค่ะ อ้อ! น้ำต้มกะปิที่เหลืออย่าทิ้งนะคะ ตักใส่ชามไว้ก่อน
4. เจียวกระเทียม และทอดเครื่องในดิบที่หั่นบาง ๆ ไว้แล้วจนกรอบ ตักใส่จานพักไว้
5. ลาบ หรือ สับเนื้อหมูจนเหนียวเข้ากันดีแล้ว ก็ตักใส่กะละมังเล็ก ๆ ค่ะ เรามาถึงขั้นตอนการยำลาบแล้ว ส่วนประกอบที่สำคัญในขั้นตอนนี้ก็คือ พริกลาบ นี่เอง ตักเนื้อใส่กะละมังเล็ก ๆ กันแล้วใช่ไหมคะ? จากนั้นตักเครื่องในหมูที่ต้มสุกแล้วซอยบาง ๆ น่ะลงไป จัดการคลุกเคล้ากัน เหยาะพริกลาบลงไป เติมเกลือ เติมผงปรุงรส ถ้ารสชาติยังจืดชืดก็ให้ตักน้ำกะปิที่ต้มเครื่องในนั่นแหล่ะลงไปด้วย กล้าชิมไหมคะ? คนเขียนไม่กล้าชิมหรอก hahaha คนคลุกเคล้าส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน บี้ ๆ บด ๆ ให้เครื่องเทศพริกลาบซึมซาบเข้าไปในเนื้อหมูนั้น ถ้าจะทานลาบดิบกันก็เป็นอันเสร็จพิธี เมื่อสับต้นหอม ผักชี ผักไผ่ ลงไป โรยด้วยเครื่องกระเทียมเจียวและเครื่องในทอดกรอบ
6. สำหรับผู้ไม่นิยมลาบดิบก็คั่วสิคะ ตั้งกะทะ ใส่น้ำมันนิดหน่อย เจียวกระเทียมและจะตำตะไคร้ลงไปผัดให้หอมด้วยก็ได้นะคะ คนเขียนทำประจำล่ะแบบนี้ กระเทียมเจียวหอมได้ที่ก็เอาลาบดิบลงไปคั่วพอให้เนื้อหมูสุกจ้า ปิดไฟ โยนผักชี ต้นหอม ผักไผ่ ใบสะระแหน่ ที่สับละเอียดลงไปคลุกเคล้า ตักใส่จานสวย ๆ โรยด้วยกระเทียมเจียวและเครื่องในทอดกรอบ โอ้!! เป็นเสร็จพิธีกรรมค่ะ


ไม่ได้บอกสัดส่วนของเครื่องปรุงเพราะคนเขียนเป็นคนที่ไม่ยึดติดกับข้อกำหนดในการทำอาหาร มีความสุขที่จะชิมไป - ทำไป มากกว่า เคล็ดลับก็คือใส่หัวใจลงไป โอ๊ะ โอ..หัวใจในที่นี้หมายถึงความรักที่อยากจะทำอาหาร haha สำหรับตัวคนเขียนเอง อารมณ์แบบนี้ไม่มีมาบ่อย ลูกสาวเจ้านายมักจะแซวว่า " อารมณ์ศิลปิน " โฮ่ะ ๆ ๆ
ลาบหมู จะต้องทานกับข้าวเหนียวอุ่น ๆ ร้อน ๆ และที่ขาดไม่ได้ก็คือสารพัดผัก อันได้แก่ ผักกาดขาว กระหล่ำปลีผักชี ต้นหอม ใบสาระแหน่ ผักไผ่ ยอดใบมะกอก ยอดใบมะยม พริกขี้หนู ยอดเล็บครุฑ และอื่น ๆ อีกมากมาย แต่คนเขียนชอบเอาลูกมะยมดิบ ๆ มาทานด้วย อร๊อยยย - อร่อย ^_^ และคนเขียนเคยเห็นพ่อเอามะเขือเทศลูกโต ๆ มาหั่นบาง ๆ แช่น้ำปลา มาทานกับลาบด้วย บอกไม่ได้ว่าอร่อยไหมเพราะไม่เคยลองนี่ hahaha
คนเขียนบอกให้คุณ ๆ ลาบไปงั้นล่ะค่ะ ตัวคนเขียนน่ะไม่นิยมลาบอย่างที่ต้องสับให้ละเอียดหรอก โฮ่ะ ๆ ๆ คนเขียนเอาเนื้อหมูมาซอยหรือหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ น่ะค่ะ ตอนแรกในวิธีทำจะบอกว่าเอาหั่นบาง ๆ ตามสไตล์คนเขียน แต่มานึกอีกที ขืนพิมพ์วิธีทำไปแบบนั้นลงไปในจุลสารหรือใน blog นี้ ก็กลัวพี่'วดีเขกกระโหลกโป้ก ๆ เข้าให้ โทษฐานทำเสียสถาบันลาบ เพราะฉะนั้นไม่เสี่ยงหรอกเจ้าค่ะ แต่เชื่อคนเขียนเถอะหน่า นะนะน๊า ถ้าคุณ ๆ ได้มีโอกาสทำลาบก็ลองทำสไตล์ของคนเขียนดู ก็ขนาดเพื่อนกับลูกสาวเจ้านายคนสวยยังชมว่าอร่อยเลย โฮ่ะ ๆ ๆ ขอโม้หน่อยเถอะ ^_^
อ๊ะ ๆ ๆ ไม่เชื่อใช่ไหม? สวยงอนนะ สวยงอน TT_TT เดี๋ยวนะจะหาคนมายืนยันในความอร่อยก่อน อิอิ ^_^
….เห็นแล้วอยากกินจังเลย น่ากินจังว่างๆทำให้กินหน่อยดิ ถ้ากลับบ้านเมื่อไรทำให้กินด้วยนะเจ้หิวจังเลยตอนนี้…
เสียใจด้วยนะ จานที่เห็นน่ะ หมดเกลี้ยงแล้วย่ะ เมื่อกี้นี่เอง ขอบอก ๆ ๆ อร่อยมาก ๆ อร่อยที่สุด ^_^
ขอบคุณครับ
แวะมาชิมคะอ้าว...ทำไมหมดเร็วจัง...สั่งเพิ่มคะ
ว๊า ๆ ๆ ไม่เตี๊ยมกันก่อนนี่
ส้มตำ ไก่ย่าง แล้วต้องมีลาบของต้อมด้วยสิ แหม แหม๊
ให้ครูพี่อ้อยมาชมฝีมือให้ไวเลย นะคุณสะมะฯ
ลาบเลือด แถวบ้านต้อมเรียกว่า หลู้ ค่ะ
แหม๊ แหม นักเลงมาเชียวนะคุณ.. เลือดใครล่ะ เลือดต้อมเอาไหม๊? อิอิ วันนี้ต้อมทำลาบ ดันมาถามหาส้มตำลาว ประเดี๋ยวเถอะ ปั๊ดดด!! ตบจูบ ต้อมโหดไหม? โฮ่ะ ๆ ๆ เพิ่มน้ำตกอีกที ได้เลยค่ะ จัดให้ แถวที่ทำงานต้อมมีน้ำตกเยอะแยะ จะเอาน้ำตกไหนล่ะ? น้ำตกแม่กลาง น้ำตกแม่ยะ น้ำตกวชิรธาร น้ำตกสิริภูมิ เคยได้ยินชื่อไหมคะ? คุณเคย..แต่ต้อมไม่เคยค่ะ haha ล้อเล่น เคยไปแต่น้ำตกแม่กลางบ่อย ๆ ไปนั่งซดเหล้ากัน อุ๊ยยย!! เผลอบอกไปจนได้ แฮ่ะ ๆ ๆ
อุ๊ยยย!! เหมาคนขายด้วยหรือคะ? ว๊ายยย ได้ไง ๆ ๆ ..แต่ยอมคุณค่ะ แฮ่ะ ๆ ๆ
อ๋อ คุณอย่าชมต้อมนักเลย ต้อมทำอาหารไม่เป็นหรอกค่ะ นี่ล่ะคือความจริง .. สมัยเรียนเทคนิคฯ ค่ะ..วิทยาลัยที่มีแต่นักศึกษาผู้ชายนั่นล่ะค่ะ วันไหนไม่มีเรียน..ก็เฮไปบ้านเพื่อนแถวนั้น ไปทำกับข้าวกัน แค่เจียวไข่ เพื่อน ๆ ยังไม่ให้ต้อมทำเลย พวกเขาบอกว่า " กรุณาอยู่เฉย ๆ ท่าทางต้อมไม่น่าจะทำกับข้าวเป็นเล้ยยย ผมว่านะ .. " ซึ่งก็จริงค่ะ ต้อมเพิ่งทำเป็นเมื่อไม่นานมานี่เองค่ะ เหตุผลนะหรือคะ? ก็เพราะไปทานที่ไหนไม่อร่อยเลย แฮ่ะ ๆ ๆ แล้วในที่สุดก็ทำอร่อยจนได้ คนมีพรสวรรค์ก็เงี๊ยะ!! โฮ่ะ ๆ ๆ มีเสน่ห์ปลายจวัก แต่ไม่เห็นจะมีใครรักเลยหว่า ฮือ ๆ ๆ โฮ ๆ ๆ TT_TT อ้อน ๆ ๆ คุณค่ะ
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณเนปาลี
สวัสดีค่ะน้องต้อม...เนปาลี
ใจร้ายสุดสุด ลาบพวกเดียวกันกับครูอ้อยได้อย่างไร
ครูอ้อยเป็น..แม่หมู
ฮือฮือ..เขาไม่รักเราแล้ว เขาเอาเราไปทำลาบหมู
ลาบหมูน้องต้อม น่าดูและน่าทานมากค่ะ เห็นด้วยนะคะ สำหรับการทำอาหารต้องใส่ใจลงไปในการทำ เพราะเราตั้งใจทำให้เขาทาน คนทานก็ถูกปาก คนทำก็สุขใจ ดังภาษิตว่า " นารีเป็นแม่ศรีเรือน ต้องมีให้ครบ เรือนสาม น้ำสี่ นั่นคือ บ้านเรือน เรือนกาย เรือนใจ สะอาดผ่องใส น่าดูน่ามอง อันน้ำสี่ คือ น้ำน้ำมิตร น้ำคำ น้ำใจ น้ำมือ " ประกอบกันจึงเป็นแม่ศรีเรือนที่งามพร้อม ปกติคนทำอาหารไม่ค่อยเป็น หากได้ลองทำแล้ว ก็มักจะอร่อยนะคะ เพราะเราจะมีอะไรที่พิเศษเข้าไปในการทำ อย่างเช่นการปรุงรส ไม่ต้องมีมาตรฐาน สัดส่วนค่ะ ข้อสำคัญปรุงเต็มเหนี่ยว เต็มเครื่อง อืม ! แซ่บหลายเด้อค่ะ อิอิ
สวัสดีค่ะ
สวัสดีอีกรอบค่ะ คุณต้อ (เชอะๆๆๆ ไม่ให้ฟ้าเรียกพี่ >__<)
อ่านบันทึกวันนี้แล้วนึกอิจแว่ คุณต้อมไปแอบอารมณ์ดี มีความสุขมาจากไหนน้อ ตัวอักษรถึงมีอารมณ์ขันเยอะจัง อิอิ หรือฟ้าจะคิดไปเองก็ไม่รู้
ตอนนี้ที่นี่ตีหนึ่งครึ่ง คุณต้อมทำฟ้าหิวอีกรอบ ใจร้ายที่ซู้ดดดดดดดดด แต่ฟ้าไม่เคยเห็นลาบแบบนี้เลย น่าทานมากค่ะ สงสัยจะต้องลองทำดู ว่าแต่จะไปหาสารพัดพริกลาบ ถุงละ 5 บาทได้จากไหนล่ะเนี่ย -__-"
สงสัย สวยกว่า (น่านนน ยอมแพ้ซะที่ไหน) ต้องอดทนรอไปกินที่เมืองไทย อยากกลับบ้านนน อยากกินส้มตำ
รักษาสุขภาพนะคะ
โอ๊ยยย มือไวจริงๆเลยฟ้า (แต่ใจไม่เร็วนะคะ อิอิ) ยังไม่ทันอ่านทวนเลย
ดูสิ พิมพ์ชื่อ คุณต้อมตก ม ม้า กลายเป็นต้อหิน ต้อกระจกไปเลย ขออภัยนะค้า _/\_
คำว่า อิจแว่ ไม่มีนะคะไม่รู้พิมพ์ผิดอีท่าไหนเลย จะบอกว่าอิจฉาค่ะ อิจฉา
แวะมาแอบดูว่าคุณต้อมปิดร้านหรือยัง...
รสชาตินะหรือคะ? ก็สุดยอดไปเลย อิอิ
จริง ๆ นะไม่ได้โม้มาก แต่ก็ขอโม้หน่อย โฮ่ะ ๆ ๆ
ชอบว่าต้อมเรื่อยเลย เดี๋ยวปั๊ดดด!! ยกมือไหว้ท่านพี่เสียเลย อิอิ
เอาไหม ๆ ๆ วันหลังไปทำให้ลองชิมถึงบ้านครู แฮ่ะ ๆ ๆ แต่ไม่เอาดีกว่า ต้อมกลัวครูจะติดใจ ก็คนทำน่ารักนะเออ จะบอกให้ (( แล้วเกี่ยวอะไรกับรสชาติอาหารล่ะเนอะ เนอะ ))
หายไปตั้งหลายวัน ที่แท้หนีไปต่างจังหวัดนี่เอง TT_TT ไม่ชวนกันมั่ง น้อยใจ ๆ ๆ แล้วนะ ฮึ!
โห ๆ ๆ ทานเยอะขนาดนี้ มิน่าถึงยังหาคนเลี้ยงไม่ได้ ^_^ ล้อเล่นค่า แหม ๆ ๆ น่ารักอย่างครู ต้องมีคนมาแอบปิ๊ง ๆ เยอะแยะเชียวล่ะค่ะ ต้อมว่านะ .. ส่วนตัวต้อมจองคานทองนิเวศน์ไว้หลายเฟสแล้วล่ะค่ะ haha
จุ๊บจุ๊บ ค่ะ
ครูพี่อ้อยสบายดีนะคะ เหมือนเราไม่ได้คุยกันเลยเนอะ แต่ต้อมก็คิดถึงเสมอนะคะ
โห ถ้าครูพี่อ้อยเป็นแม่หมู งั้นต้อมก็คงเป็นน้องช้างแล้วล่ะค่ะ ^_^ เนอะ ๆ
อยากชิมไหม? ยกร้าน ยกมรดกให้ต้อมสิคะ อิอิ ต้อมจะได้ลาออกจากงานประจำที่นี่ ไปเป็นแม่ครัวให้พี่เสียเลย โฮ่ะ ๆ ๆ
ต้อมทำอร่อยน๊า อร่อยจริง จริ๊งงงงงงง (( ทำหน้าจริงจัง )) เชื่อสิ เชื่อสิ อิอิ
ก็นี่ไง เสน่ห์ปลายจวัก ไม่เห็นจะมีใครมาหลงรักสักคน ฮือ ๆ ๆ TT_TT เศร้าเนอะ
ก็แหม แหม๊ แค่ไม่ให้เรียกต้อมว่าพี่ แค่เนี๊ยะ เปลี่ยนชื่อต้อมเป็น ต้อเฉยเลย ฮือ ๆ ๆ TT_TT
จานนี้นะ อร่อยมากค่ะ อิอิ (( เพราะต้อมเป็นคนทำนิ เนอะ )) คุณฟ้านะ ทำอาหารไทยน่ะ อร่อยน๊า คิดถึงอ่ะดิ โอ๋ ๆ ๆ พริกลาบน่ะ ให้ท่านพี่ขจิต โจ บา เอ หิ้วไปให้ได้ไหมคะ? ท่านพี่ขจิตจะสะดวกไหมหนอ?
คุณฟ้า.. ไม่เป็นไรนะคะ งั้นต้อมหม่ำเผื่อก็แล้วกัน โฮ่ะ ๆ ๆ ^_^
ป.ล. เอางี้ไหมคะ? ทำสปาเก๊ตตี้แกงเขียวหวานสิ ง่ายนะ สนไหมคะ? รับรองเพื่อนฝรั่งติดใจ