talk of the town

  หลายเชื้อชาติรวมเป็นหนึ่งเดียว ก็คือสิงคโปร์ ผมนี่พลอยซาบซึ้งไปด้วยครับ  

วันที่ 24 สิงหาคม 2550

วันศุกร์สุดสัปดาห์ของสัปดาห์ที่ 16 และนับถอยหลังไปก็เหลืออีก 82 วันแล้ว ตื่นขึ้นจากการนอนด้วยความอ่อนเพลีย ลุกขึ้นมาชงกาแฟดื่มก่อน 1 แก้ว งานนี้เมียช่วยชีวิตจริงๆ ตอนจะเดินทางมาไม่เคยคิดจะหิ้วถุงกาแฟสุดโปรดมาด้วยหรอก แต่เธอรู้ดีว่าในตอนเช้าถ้าผมไม่มีกาแฟกลั้วคอเสียก่อนไปทำงาน รับรองว่าทั้งวันนั้นจะไม่สดใสแน่ๆ ว่าไปแล้วก็คิดถึงเธอมากไม่แพ้ลูกเลยครับ สมัยที่ตัวเล็กคนที่ 2 ยังไม่เกิด ตื่นเช้าขึ้นมาเธอก็จะลงไปชงกาแฟมาให้ดื่มถึงเตียงนอนเลยเชียว แต่ตอนนี้ตื่นไม่ไหว เพราะคนเล็กเธอเล่นเอาซะแม่สะบักสะบอม

                สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ผมมีทั้งข่าวดีและข่าวร้ายจากที่บ้าน เรื่องข่าวร้ายก็คือเจ้าจ้าฟันผุมากขึ้นอีก ทั้งนี้เพราะว่าเธอดูดนมขวดทั้งคืน ไม่ยอมดื่มน้ำหลังนม ข้าวไม่กิน เลยกินแต่นม ก่อนผมมาก็เริ่มมีฟันผุบ้างแล้ว แต่เรายังไม่สามารถจัดการเรื่องเลิกนมได้ ต่างกับพี่แป้ง ที่ฟันสวยตลอดศก เพราะว่าเธอไม่ดื่มนมเลยตั้งแต่ 2 ขวบ และเมื่อก่อนเธอดูดน้ำครั้งละ 6-8 ออนซ์เลยเชียว แต่ก็มีข่าวดีก็คือ ตั้งแต่เมื่อราวๆ 2 สัปดาห์ก่อน เราบอกลูกมาตลอดว่าจะให้เลิกนมขวดแล้วนะ เธอก็ร้องไห้ทุกครั้งที่พ่อแม่พูดเรื่องนี้ วันจันทร์ที่ผ่านมานี้ จิ๋มเลยเอาขวดนมเก็บทั้งหมด ยุ่งเลยครับ ร้องห่มร้องไห้โวยวาย แต่ก็เป็นไม่มากอย่างที่คิดกลัว เพราะคืนแรกนั้นร้องแค่ก่อนนอน ดึกๆเมื่อเธอขยับจะขอนม แม่เธอก็ลงมานอนกอดจนหลับได้ วันอังคารที่ผ่านมาเธอจึงกินข้าวได้มากจริงๆ (มาถึงตรงนี้ต้องเคาะนิ้วก๊อกๆ ทักไม่ได้ครับ เดี๋ยวจะหยุดกินกันอีก) ตอนนี้ได้ข่าวมาว่าเลิกได้สมบูรณ์แบบแล้ว ดูดนมกล่องได้วันละ 3 กล่อง ลูกมันเก่งกว่าที่ผมคิดครับ ตอนนี้ก็เหลือเรื่องหาหมอฟัน สมัยพี่แป้ง เราติดใจคุณหมอดวงเดือนมาก เธอเป็นคนน่ารัก แป้งก็รัก อยากไปหาเกือบทุกเดือนเชียว แต่ในกรณีคุณจ้านั้น เรายังหาหมอฟันที่ถูกใจเธอไม่ได้ คุณหมอดวงเดือนก็ย้ายไปเชียงใหม่ซะแล้ว ทำยังไงดีหนา ไอ้เจ้าคนนี้มันสำคัญ เมื่อต้นปีเราไปเที่ยวที่เกาะลันตากัน เธอดูทีวีรายการที่เสนอเรื่องราวของคนที่รับทุนอานันท์ บังเอิญตอนนั้นเขานำเสนอเรื่องราวของอาจารย์สุพาณี ซึ่งท่านเป็นนักเรียนทุนนี้ ตอนนี้เป็นอาจารย์ทันตแพทย์อยู่ที่คณะทันตะฯม.อ. เป็นคนเดียวกับที่เล่นเชลโลร่วมกับผมเมื่อปีที่แล้ว หลังจากกลับจากเกาะ เราไปกินอาหารกันที่ฟูจิ ก็สังเกตว่าทำไมเจ้าจ้าเธอดูหลบๆชอบกล หันไปก็จ๊ะเอ๋กับอาจารย์และอาจารย์ยุ้ย เราจึงหัวเราะกันลั่น เพราะว่าจ้ากลัวหมอฟันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ตอนนั้นเธอคงจำคุณป้าในทีวีได้ เลยหลบใหญ่ เป็นไงครับลูกสาวคนนี้ของผม

                วันนี้ก็เหมือนเมื่อวานตรงที่ว่างานว่างครับ แต่ไม่ว่างงาน ตอนเช้าตรวจคนไข้กับครูหาญ พวกสาวๆผู้ช่วยคลินิกบอกผมว่า เดี๋ยวนี้ผมติดตลาด เพราะว่าเวลาคนไข้โทรศัพท์มานัดตรวจ บางคนบอกว่าจะตรวจกับDoctor Thanapan เล่นเอาฮากันกลิ้ง

                วันนี้ครูลีมีคนไข้ผ่าตัดรายเดียวเท่านั้นเอง ดังนั้นเที่ยงนี้ผมจึงว่างตลอดเลยครับ เลยกลับบ้าน และนอนไปงีบหนึ่ง รู้สึกสดชื่นดี เลยมานั่งเขียนอะไรไปเรื่อยเปื่อย (เอ..จะว่าเรื่อยเปื่อยก็ไม่ถูกนักนะครับ) ตอนเย็นพี่การ์ตูน SMS มาบอกว่าพรุ่งนี้จะพาไปกินมื้อเที่ยง ให้ไปเจอกันที่ Outram งานนี้ก็เฮล่ะสิครับ

                สัปดาห์นี้มีเรื่อง talk of the town ของชาวสิงคโปร์ครับ ก็เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นายก ลี เซียง หลง ได้กล่าวปาฐกถาในงานวันชาติ ผมมีโอกาสได้ฟังในช่วงที่นั่งกินข้าวมื้อเย็นอยู่ที่ Bugis พอจับใจความได้ว่า ต่อจากนี้ไป คนที่มีอายุมากที่นี่จะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น คนแก่หลายคนมีความรู้ความสามารถ คนที่นี่มีอายุยืนยาวมากขึ้น ดังนั้นต่อไปนี้จะเปิดโอกาสให้คนที่มีอายุมากกว่า 60 ปีทำงานได้มากขึ้น เขาจะยืดอายุการทำงานไปเป็น 62 ปี และเป้าหมายคือ 65 ปี เท่าที่ผมเห็นในปัจจุบันนี้ คนแก่ก็มีงานทำครับ ส่วนมากอยู่ในศูนย์อาหาร เป็นคนเก็บจานชาม ล้างจาน เก็บขยะ บางคนเดินเตาะแตะก็ยังต้องทำงาน ได้ข้อคิดนะครับ เพราะคนสูงอายุส่วนหนึ่งเขาทำงานหนักมาตลอดชีวิต เขาน่าจะได้พักผ่อน ใช้ชีวิตของผู้สูงอายุ อยู่ในสังคมที่ดี นี่ต้องมาทำงานอีก แต่ถ้าจะมองในแง่ดีคือ นี่เป็นการให้คุณค่าของคน การทำงานทำให้คนมีค่าเสมอครับ (ลองกลับไปอ่านเรื่องราวของวันที่ 17 สิงหาคม ครับแล้วจะรู้ว่า เขาดูแลผู้สูงอายุที่นี่ยังไง)

                นายกเขายังพูดเรื่องผังเมืองในอนาคต การซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่แบ่งเป็นเกรดต่างๆ ฟังแล้วก็นึกขัน เพราะเขาก็ยังเน้นเรื่องทุนนิยมอยู่ดี แต่ที่ประทับใจที่สุดก็คือ เขาส่งเสริมให้เด็กๆพูดและเรียนภาษาอังกฤษควบคู่ไปกับภาษาแม่ของตัวเอง เขาอยากให้คนสิงคโปร์พูดภาษาพื้นเมืองของตัวเองได้ พูดภาษามาเลย์กับเพื่อนๆได้ พูดภาษาทมิฬได้หรือฟังรู้เรื่อง เขาสนับสนุนให้มีกิจกรรมของชนชาติต่างๆ สนับสนุนเต็มที่ครับ เขามีคำพูดอยู่ช่วงหนึ่งที่ผมจับใจความได้ว่า หลายเชื้อชาติรวมเป็นหนึ่งเดียว ก็คือสิงคโปร์ ผมนี่พลอยซาบซึ้งไปด้วยครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ผมเอง

คำสำคัญ (Tags)#แพทย์#เรียนต่อ#ฟันผุ#สิงคโปร์#หมอฟันเด็ก

หมายเลขบันทึก: 121855, เขียน: 24 Aug 2007 @ 20:13, แก้ไข, 16 Jun 2012 @ 07:06, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 6, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (6)

กอบกุล(ใยไหม)
IP: xxx.19.59.98
เขียนเมื่อ 25 Aug 2007 @ 15:24

มาแอบอ่านอีกแล้วค่ะ  แต่วันนี้เอาบล๊อกของหนูมาฝากด้วย  อาจารย์จะได้ทราบว่าหนูนินทาอะไรอาจารย์ไว้บ้าง  จริงๆแล้วหนูมีบล๊อคเยอะมาก  และก็ เขียนเรื่องสั้น  เอาไว้เยอะเหมือนกัน  แต่เหลือแค่นี้เพราะหลายแห่งปิดตัวไปแล้ว  อิอิอิ...  http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=konravee&group=4 

 

สะ-มะ-นึก
เขียนเมื่อ 25 Aug 2007 @ 15:37
  • ยินดีด้วยนะครับคุณหมอ ที่วันนี้ งานว่าง  ได้มีเวลาอยู่กับตัวเอง  ..โชคดีนะครับ

สวัสดีครับกอบกุล

เป็นศิลปินเชียวครับ

สวัสดีครับพี่ P

ว่างมากก็แย่ครับ นอนจนอืด (เพราะไม่ค่อยได้นอนกลางวันเหมือนเมื่ออยู่บ้านเลย)

 

pa_daeng
เขียนเมื่อ 25 Aug 2007 @ 16:27
  • สวัสดีค่ะ อ.หมอ
  • นึกว่าจะไม่ได้อ่านบันทึกของอาจารย์แล้วสิคะวันนี้น่ะค่ะ
  • ลูกหมอไม่น้ำหนักน้อย ก็ ฟันผุ นะคะ อิอิอิ เป็นกันทั่วประเทศเลยมังคะเนี่ย

สวัสดีครับพี่แดง

ลูกหมอฟันผุ ก็มีได้ครับ แหม คนเหมือนกันนี่นา (ฮา)

ส่วนลูกหมอน้ำหนักน้อย ก็คงต้องยกให้หมอธนพันธ์เขาล่ะครับ