เป็นวิทยากร “จัดกระบวนการเรียนรู้” ให้กับ สพก.

  ถ้าเราทำเอง แล้วเอาไปคุยเอง ความชัดเจนก็จะมี แต่ถ้าเราจำไปพูด ก็จะเป็นแค่ภาพเลือนลาง  

     วันที่ 21 สิงหาคม 2550  ดิฉัน และ คุณอุษา ทองแจ้ง ได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนทีมงานการจัดการความรู้ ของกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อไปให้บริการและเป็นวิทยากรกระบวนการเรื่อง  การจัดการความรู้ ของสำนักพัฒนาเกษตรกร  ที่มีเจ้าหน้าที่จากทุกหน่วยงานมาร่วมเข้าเวที ประมาณ 40 คน

     สิ่งที่ดิฉันทำก็คือ การจับประเด็นว่า  "การจัดเวทีครั้งนี้เจ้าภาพต้องการอะไร?"  ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะมีความชัดเจนจากการกล่าวรายงานและจากการเปิดงานแล้วเมื่อเวลานั้นมาถึง  ดิฉันก็บักทึกข้อมูลตาม     โดยสรุปได้ว่า............

     เป้าหมายของผู้จัด ก็คือ

      1.  ต้องการให้เจ้าหน้าที่นำ "การจัดการความรู้ ไปใช้เป็นเครื่องมือในการทำงานกับเจ้าหน้าที่ระดับจังหวัด  และเกษตรกรให้อยู่ดีกินดี"
      2.  การจัดการความรู้ เป็นงานตามนโยบายของกรมฯ
      3.  การพัฒนาตนเองต้องมีความต่อเนื่อง  ความรู้ไม่หยุดนิ่ง

     ภารกิจของกรมส่งเสริมการเกษตร ที่เกี่ยวข้องกับ สพก. ก็คือ
      1.  ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง
      2.  การปรับโครงสร้างภาคการเกษตร

     เมื่อดิฉันได้ทราบข้อเท็จจริง ก็มาทบทวนเนื้อหาสาระและการจัดเตรียม "การจัดการเรียนรู้"  ที่ได้สร้างกิจกรรมไว้ แล้วทำการออกแบบเครื่องมือประมวลผลข้อมูลเพิ่มเติม พร้อมกับบันทึกเรื่องราวและเนื้อหาสาระต่าง ๆ ตลอดเวลา  เพราะคิดว่า "สิ่งนี้  คืออีกประสบการณ์หนึ่งของการทำหน้าที่เป็นวิทยากรกระบวนการ" ที่ควรทำการบันทึกเรื่องราวไว้  มีรายละเอียด คือ

      "ความเป็นเวที"  ได้เริ่มจาก "หัวหน้าหน่วยงาน" ได้ให้ข้อคิดเกี่ยวกับเป้าหมายและภาระงานขององค์กรที่เกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกับหน่วยงานของตนเองคือ สำนักพัฒนาเกษตรกร (สพก.)    หลังจากนั้นมีการกระตุ้นการเรียนรู้โดยใช้สื่อวิดิทัศน์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่เข้ามาเรียนรู้ได้เห็นเนื้อหาของ "การนำหลักการ...การจัดการความรู้ ไปใช้ในการทำงานของหน่วยงานตนเอง"  ได้แก่
      1.  เทคนิคการเกษตร ได้แก่  การปลูกข้าวแบบไม่ใช้สารเคมี,  ลดต้นทุนการผลิต
      2.  เทคนิคการทำงาน  ได้แก่  การสกัดความรู้,  การจัดกระบวนการเรียนรู้ 
      3.  เทคนิคการถ่ายทอดความรู้  ได้แก่  โรงเรียนชาวนา
      4.  ทักษะความรู้ของเจ้าหน้าที่  ได้แก่  เรื่องวิทยากรกระบวนการ,  เรื่องการจัดการเรียนรู้
      5.  การจัดการเรียนรู้  ได้แก่  ลงมือปฏิบัติ,  ทดลองทำ,  แลกเปลี่ยน,  ประสบการณ์

     หลังจากนั้นเป็นการให้ข้อมูลเกี่ยวกับ "โครงการสายใยรักแห่งครอบครัว" ที่เกิดขึ้นมาเพื่อบำรุงขวัญและกำลังใจ  ส่งเสริมความอบอุ่นของครอบครัว  และส่งเสริมสุขภาพของคนในครอบครัว"
 
      "การสร้างกิจกรรมความคิด"  จึงเริ่มจากแบ่งกลุ่มเจ้าหน้าที่ตามความชอบพอระหว่างกัน ภายใต้เงื่อนไขกลุ่มละไม่เกิน 5 คน แล้วตั้งโจทย์ของการทำงานภายในกลุ่มจากข้อมูลและเนื้อหาสาระ "โครงการสายใยรักแห่งครอบครัว"  จำนวน 5 ประเด็น คือ
         ประเด็นที่ 1  มีอะไรบ้าง? ที่เราจะต้องทำ 
         ประเด็นที่ 2  แล้วแต่ละประเด็นที่เราจะต้องทำนั้น? เราจะทำอย่างไร?
         ประเด็นที่ 3  แล้วใครต้องทำบ้าง?
         ประเด็นที่ 4  ถ้าจะให้เกิดผลสำเร็จ...เราต้องใช้ความรู้อะไรบ้าง?
         ประเด็นที่ 5  ตกลงแล้ว...เราจะทำเรื่องหลัก ๆ อะไรกันก่อน

     เมื่อทุกกลุ่มได้รับโจทย์เหมือนกันก็ต่างจูงมือและสะกิดกันพาไปเข้ากลุ่มของตนเอง มีทั้งหมด 6 กลุ่ม จำนวน 36 คน  ซึ่งการทำงานกลุ่มเริ่มจากมีผู้แทนกลุ่มไปจดประเด็นโจทย์ที่จะต้องหาคำตอบ  แล้วนำมาเขียนแสดงให้เพื่อน ๆ ในกลุ่มเห็น เมื่อกลุ่มไหนมีข้อสงสัยก็จะเรียกวิทยากรเข้าไปอธิบายให้ฟัง (วิธีการอธิบาย ก็จะตั้งคำถามแล้วให้กลุ่มที่สงสัยตอบ แล้วนำข้อมูลนั้นมาใช้อธิบายที่เชื่อมโยงทุกประเด็นเข้ามาหากัน)  โดยแต่ละกลุ่มจะตั้งชื่อกลุ่มกันเอง เช่น  กลุ่มแอ๊บแบ้ว,   กลุ่มร่วมคิด,  กลุ่มมีอารมณ์ค่ะ,  กลุ่มมีสัมพันธ์,  กลุ่มพลังเครือข่าย,  กลุ่มมีปัญญา  เวลาที่ให้สำหรับการทำงานร่วมกันคือ 60 นาที 

     จากการสังเกตุการปฏิบัติงานกลุ่มจะเห็นได้ว่า
      1.  มีผู้นำตามธรรมชาติเกิดขึ้นเอง   
      2.  มีส่วนร่วมในการทำงานร่วมกันภายในกลุ่มของตนเอง ประมาณ 90 %
      3.  มีการสร้างบรรยากาศของการทำงานร่วมกันเกิดขึ้นเองและเชื่อมโยงไปสู่กลุ่มอื่น ๆ ด้วย
      4.  มีการอธิบาย ทำความเข้าใจ และแลกเปลี่ยนระหว่างกันในกลุ่ม 

     ในขณะที่แต่ละกลุ่มกำลังทำงานของตนเองนั้น  ทีมงานได้มาปรึกษาหารือเพื่อปรับเปลี่ยนการจัดชั้นเรียนให้เหมาะสม  มีการกระตุ้นเพื่อสร้างบรรยากาศเป็นบางครั้ง  และมีการคิดเครื่องมือเพื่อใช้ประมวลข้อมูล  เปรียบเทียบและสรุปข้อมูลที่เป็นภาพรวม โดยการจับประเด็นเนื้อหาสาระในขณะที่ 6 กลุ่ม มานำเสนอในเวทีรวม  ได้แก่  มีการเตรียมเครื่องมือ (ตาราง  และ Mine map)  มีคนจับประเด็นข้อมูลลงในเครื่องมือ
 
     เมื่อแต่ละกลุ่มทำงานเสร็จแล้ว มีผู้แทนมานำเสนอผลงานของกลุ่มตนเองในเวทีรวม ซึ่งได้ประมวลผลข้อมูล โดยใช้ตารางเปรียบเทียบประเด็นที่เป็นข้อสรุปของ 6 กลุ่ม  หลังจากนั้น คุณอุษา  ทองแจ้ง ได้เสริมความรู้และเนื้อหาสาระเรื่อง  แนวคิดและหลักการการจัดการความรู้ ให้กับเจ้าหน้าที่  ซึ่งสรุปได้ว่า... 

     "การจัดการความรู้  เป็นเรื่องที่ต้องลงมือทำ  มีกระบวนการที่เรียนรู้ได้ด้วยตนเองและเรียนรู้ร่วมกันจากความรู้ที่ "เด่นชัดและความรู้ที่ซ่อนอยู่ภายใ" ที่เราจะต้องตอบว่า...เราจะเข้าถึงมันได้อย่างไร? จะนำไปใช้ทำอะไร? ใช้แล้วผลเป็นอย่างไรบ้าง? เรียกว่า  การยกระดับความรู้จากข้อสรุปที่เรานำความรู้นั้น ๆ ไปใช้ปฏิบัติ  การจัดการความรู้จึงเป็นเสมือนตัวเสริมหนุนหรือเครื่องมือสนับสนุนการทำงานที่ต้องมีการยืนยันจากการทดลองนำไปใช้ โดยบทบาทที่ทำให้การจัดการความรู้เกิดขึ้นก็คือ  มีการกระตุ้น  มีการผลักดัน  มีการประสานงาน  มีการติดตาม  มีการเรียนรู้  มีกิจกรรม  มีการติดตามประเมินผล"

      หลังจากนั้นได้เชื่อมโยงสู่ภาระงานที่ต้องทำแล้วเชื่อมกับความรู้ที่จะต้องใช้  มาเป็นประเด็นในการทำงานร่วมกันของกลุ่มย่อย 2 กลุ่ม คือ
       ประเด็นที่ 1  กำหนดเป้าหมายการจัดการความรู้ (KV)
       ประเด็นที่ 2  ช่องทางการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่จะนำมาใช้
       ประเด็นที่ 3  ความรู้ที่เกิดขึ้นจะจัดเก็บโดยอะไร?

แล้วให้แต่ละกลุ่มปรึกษาหารือ  ระดมความคิด  ประมวลสรุปเป็นข้อมูลของกลุ่ม  ซึ่งกลุ่มที่ 1  ได้คัดเลือกประเด็น "การบริหารงบประมาณ" มาเป็นเป้าหมาย  และกลุ่มที่ 2   ได้คัดเลือกประเด็น "การบริหารจัดการกลุ่ม" เป็นเป็นเป้าหมาย   เมื่อทุกกลุ่มทำงานเสร็จก็ได้ส่งผู้แทนมานำเสนอผลการดำเนินงานในเวทีรวม  ในขณะที่ผู้แทนแต่ละกลุ่มนำเสนอข้อมูลก็ได้ใช้ตารางเพื่อจับประเด็นมาประมวลผลข้อมูล แล้วสะท้อนให้กับกลุ่มใหญ่ได้รับทราบ

      การดำเนินงาน "จัดกระบวนการเรียนรู้" ได้จบลงที่การสะท้อนข้อมูลโดยบ่งชี้ถึง "เอกลักษณ์ของ สพก." ที่คนในองค์กรแห่งนี้ต้องร่วมกันตัดสินใจว่า
       1.  ตกลงแล้ว...องค์ความรู้หลักที่แสดงถึงความเป็น สพก. นั้นมีเรื่องอะไรบ้าง?
       2.  ตกลงแล้วคนที่อยู่ใน สพก. ต้องทำอะไรเป็นบ้าง?
       3.  แล้วแต่ละหน่วยงานย่อยใน สพก. มาเชื่อมโยงความรู้ระหว่างกันตรงจุดไหน...ที่เป็นภารกิจหลักของหน่วยงานนั้น ๆ

     การจัดเวทีในวันนี้มีเป้าหมายเพื่อให้เจ้าหน้าที่ของ สพก." ได้รู้จักรูปร่างหน้าตาของ KM เท่านั้น"  ฉะนั้น ถ้าไม่ไปทดลองทำ "เราก็จะคุยเรื่อง KM กันไม่รู้เรื่องและสื่อสารกันไม่เข้าใจ  เพราะท่านยังไม่ได้ลงมือทำ"

     จึงสรุปได้ว่า  ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นของการจัดเวทีเรียนรู้ ที่ได้ทำหน้าที่เป็นวิทยากรกระบวนการในบริบทของหน่วยงานที่มีหน้าที่หลักต้องดูแลกลุ่มเกษตรกรและเครือข่ายอาชีพนั้น  เป็นความหลากหลายของการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นในการฝึกฝนตนเอง  โดยเจ้าหน้าที่ที่เข้าร่วมเวทีเป็นผู้สร้างบรรยากาศการเรียนรู้ด้วยตนเอง ที่มีเราทำหน้าที่เป็น  "ผู้สนับสนุนและเป็นผู้กระตุ้นการทำงานร่วมกัน" จากการสร้างกิจกรรมการเรียนรู้ให้  "การจัดการความรู้ของบุคคล"  จะมีการพัฒนาก้าวหน้าเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับการหยิบใช้โอกาสที่มาถึงให้เป็นประโยชน์ต่อตนเองและหน่วยงาน.

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เปิดกรุ "สมองกล" ชุมชนนักปฏิบัติ

คำสำคัญ (Tags)#การจัดการความรู้

หมายเลขบันทึก: 121710, เขียน: 24 Aug 2007 @ 11:23, แก้ไข, 11 Feb 2012 @ 20:02, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 1, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (1)

  • หวัดดีครับ
  • ในส่วนของผม การรวมพลคนทำงาน ยังทำยากอยู่ครับ ..