เชาวฤทธิ์ จงเกษกรณ์
[email protected].[email protected]. <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center" class="MsoNormal" align="center">…………………………….</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> ตามเจตนารมณ์ แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 และพระราชบัญญัติแห่งระเบียบราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">พ.ศ.2547 มีนโยบายการจัดการศึกษาของรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ ในการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถและทักษะในการจัดการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เน้นการกระจาอำนาจและจัดการศึกษาไปสู่เขตพื้นที่และสถานศึกษา เร่งรัดการปฏิรูปการศึกษา โดยยึดคุณธรรมนำความรู้ สร้างความตระหนัก สำนึกในคุณค่าของเศรษฐกิจพอเพียง ความสมานฉันท์ สันติวิธี วิธีประชาธิปไตย รวมทั้งมีมาตรการจัดระบบการกระจายอำนาจด้านวิชาการ การบริหารงานบุคคล งบประมาณ และการจัดการทั่วไป ซึ่งถือเป็นนโยบายหลักในด้านการจัดการศึกษา</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จึงได้จัด “โครงการพัฒนาหัวหน้ากลุ่มเพื่อการรองรับการกระจายอำนาจ” ขึ้น โดยการนำหัวหน้ากลุ่มทุกกลุ่มจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั้ง 178 เขต ซึ่งประกอบด้วย กลุ่มอำนวยการ กลุ่มบริหารงานบุคคล กลุ่มนโยบายและแผน กลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา กลุ่มนิเทศติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา หัวหน้ากลุ่มนโยบายและแผน และหัวหน้ากลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษาเอกชน จำนวน 1,480 คน เข้าร่วมอบรมสัมมนา ระหว่างวันที่ 16-19 กรกฎาคม 2550 ณ โรงแรมแอมบาสเดอร์ จอมเทียน จังหวัดชลบุรี</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> การอบรมครั้งนี้ มีรูปแบบของการแบ่งกลุ่ม เพื่อให้เกิดกิจกรรมพัฒนาตามสายงาน องค์ความรู้ ทักษะ เทคนิค วิธีการปฏิบัติงาน และแผนขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นการพัฒนาสมรรถนะตามสายงาน โดยจะเป็นการเตรียมความพร้อมให้บุคลากรมีความรู้ ความสามารถ และทักษะในการปฏิบัติงานให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง นอกจากนั้น ยังได้มีโอกาสได้รับความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มต่าง ๆ ที่มีต่อการทำงานในรูปแบบเดิมๆ ในขณะที่มีการปรับเปลี่ยนวิธีคิด เพื่อให้การปฏิบัติงานสามารถรองรับการกระจายอำนาจได้อย่างเป็นรูปธรรมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ พัฒนางานในแต่ละกลุ่มงานเพื่อรองรับการกระจายอำนาจ</p> ภาพความสำเร็จจากการประเมินผลผู้เข้ารับการอบรมพบว่า ผู้เข้ารับการอบรมมีความพึงพอใจในการจัดกิจกรรมกลุ่มเป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะเป็นเวทีที่สามารถแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของการทำงานของแต่ละ สพท. จนถึงส่วนกลางแล้ว ยังสามารถกำหนดแนวทางทำงานให้มีความสอดคล้องกัน หัวหน้ากลุ่มทุกกลุ่ม สามารถกำหนดแนวทางการดำเนินงาน มีการปรับเปลี่ยนวิธีคิด ส่งสริมสนับสนุนสถานศึกษาที่ได้รับการกระจายอำนาจเกิดเครือข่ายระหว่าง สพฐ. กับ สพท. และระหว่าง สพท. ดัวยกัน ซึ่งสามารถเชื่อมโยงการทำงานของทุกกลุ่มในพื้นที่เชื่อมโยงกับส่วนกลางได้อย่างเป็นระบบ โครงการ “โครงการพัฒนาหัวหน้ากลุ่มเพื่อการรองรับการกระจายอำนาจ” ของ สพฐ.ที่จัดขึ้นในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการสนองต่อพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 และพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 แล้ว ยังเป็นการสนองนดยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ตามที่ ศ.ดร.วิจิตร ศรีสะอ้าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่ได้กล่าวว่า “ การกระจายอำนาจทางการศึกษาไปสู่เขตพื้นที่การศึกษา จะมีผลสัมฤทธิ์ทางตจรงไปยังสถานศึกษา ซึ่งจะเกิดผลสำเร็จต่อนักเรียนโดยตรง……การประชุมครั้งนี้ ถือได้ว่า หัวหน้ากลุ่มซึ่งเป็นผู้บริหารระดับกลางสู่การปฏิบัติจะต้องส่งเสริมสนับสนุนแนวทางการปฏิรูปการศึกษาใ
เป็นโครงการที่ดี ที่จะทำให้หัวหน้ากลุ่มฯในสพท.ทุกคน สามารถวิเคราะห์แนวทางการปฏิบัติงานในกลุ่มได้อย่างเป็นรูปธรรมจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ซึ่งสพฐ.ควรจะดำเนินการพัฒนาบุคลากรกลุ่มนี้ ซึ่งเปรียบเป็นแม่ทัพ นายกองของแต่ละกลุ่มให้สามารถนำทัพไปสู่ความมีชัยชนะโดยเฉพาะกองทัพของการพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้มีมาตรฐานเทียบเท่าสากลต่อไป ค่ะ