คนที่มาเรียนเป็นแพทย์ นอกจากจะเรียนหนังสือเก่งแล้ว ยังต้องมีคุณธรรมจริยธรรม
มีจรรยาบรรณทางการแพทย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องไม่รังเกียจคนไข้ไม่ว่าคนไข้จะเป็นใคร หรืออยู่ในสภาพใดก็ตาม
ดังนั้น ในการเรียนและการฝึกงานของนิสิตแพทย์นั้น อาจารย์ที่สอนนิสิตแพทย์ซึ่งบางทีก็เรียกอาจารย์หมอ จะต้องเอาใจใส่ปลูกฝังสิ่งเหล่านี้เป็นพิเศษ
อาจารย์ น.พ.คมสัน เป็นอาจารย์หมอที่สอนวิชาทางด้านศัลยกรรม ซึ่งวันนี้จะสอนเกี่ยวกับการผ่าตัดช่องท้อง โดยฝึกปฏิบัติจริง กับ “อาจารย์ใหญ่” (อาจารย์ใหญ่คือศพของผู้อุทิศให้กับโรงพยาบาลเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ ซึ่งนิสิตแพทย์ต้องเคารพดุจดังอาจารย์ใหญ่ของเขา)
ก่อนฝึกปฏิบัติอาจารย์หมอก็พยายามอบรมให้นิสิตแพทย์คุ้นชินกับศพ ไม่รังเกียจศพ โดยอาจารย์หมอได้แสดงให้นิสิตแพทย์ดูเป็นตัวอย่าง ด้วยการใช้นิ้วของตนแยงเข้าไปในรูทวารหนักของอาจารย์ใหญ่แล้วดึงออกมาและเอานิ้วมาดูดให้นิสิตแพทย์ดู และบอกให้นิสิตแพทย์แต่ละคนทำตาม
นิสิตแพทย์เห็นตัวอย่างและได้ฟังคำสั่งอาจารย์หมอ แล้วลมแทบจับ แต่เมื่อตัดสินใจจะเป็นหมอและลงทุนมามาก จะถอยคงไม่ได้แล้ว จึงบังคับใจให้กล้าทำ แต่ก็ยังเกี่ยงกันว่าใครจะเริ่มก่อน
ในที่สุดนิสิตแพทย์ชายก็ต้องเสียสละเริ่มก่อนนิสิตแพทย์หญิง เรียงลำดับการจิ้ม…ดูด จิ้ม…ดูด..จนครบทั้ง 5 คน เมื่อทำเสร็จแต่ละคนก็วิ่งเข้าห้องน้ำไปอาเจียร ล้างปาก ล้างมือกันยกใหญ่
เมื่อทุกคนกลับมาที่ห้องปฏิบัติการใหม่ เห็นอาจารย์หมอยังไม่เข้าห้องน้ำหรือรู้สึกขยะแขยงเหมือนที่แต่ละคนเป็น ก็รู้สึกศรัทธาและแปลกใจ นิสิตแพทย์คนหนึ่งทนเก็บความสงสัยไว้ไม่ได้จึงกล่าวกับอาจารย์หมอว่า “อาจารย์เก่งจังเลยนะครับ ที่ทำได้โดยไม่รู้สึกอะไร”
อาจารย์หมอยิ้มให้ทุกคนอย่างพอใจและพูดว่า
“ก็อาจารย์ใช้นิ้วกลางจิ้ม แต่ดูดที่นิ้วชี้ จะรู้สึกอะไรเล่า” <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: left" class="MsoBodyText" align="left"> </p>
อาจารย์หมอเก่งจังเลยคะ...นั่นสิคะพวกนักศึกษานี่ไม่คิดพิจารณาให้รอบคอบ...สอนอะไรปุ๊บทำปั๊บ...ทำอย่างไรเราจะได้เด็กไทยที่มีทักษะการคิดกันละคะนี่...
สวัสดีครับ...
เรื่องเล่าที่อาจารย์เล่ามานี้ดีมากครับ เพราะคนที่คิดจะเรียนหมอ จะได้รู้ว่า เขาต้องพบกับอะไรบ้าง
อ่านกี่ครั้งก็ตลกนะคับ ให้แง่มุมดี
ทำไงดีอยากเป็นหมอมั่กเลย แต่บังเอิญเรียนไม่เก่งพอมี่โอกาสเป็นหมอไหมค่ะ