ขอให้ตื่นขึ้นมาจากความฝันกันดีกว่า (ข้อคิดในวันพระ)
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
นาย คำสิงห์ ภูเยี่ยมจิต · 21 ส.ค. 2550
นางสาว สริตา วิทยา · 21 ส.ค. 2550
ครูบา สุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ · 21 ส.ค. 2550
นาย ธงชัย กินรีแซ · 21 ส.ค. 2550
Patrickz 2.0 · 21 ส.ค. 2550
nam · 21 ส.ค. 2550
สวัสดีค่ะ
sasinanda
ข้อคิดของพี่ในวันนี้ค่ะ
ชีวิตเรามีค่า เรามามองตัวเราและคนอื่น ในแง่บวกกันเถอะ จิตใจเราจะได้เบาสบาย ใส สะอาด
นำดอกสาละมาฝากค่ะ
พี่ sasinanda ขอบพระคุณค่ะสำหรับข้อคิด หว้าชอบดอกสาละมากเลยค่ะ หายากมากเลยนะคะ หว้าเห็นที่วัดอัมพวัน สิงห์บุรี สวยเหลือเกิน เห็นด้วยค่ะว่าเราควรมองและคิดในแง่บวก แล้วเราก็จะมีความสุข คนรอบข้างเราก็จะสุขด้วยค่ะ
เข้ามาร้อง โถ โถ โถ...ครับ
อ่านดูแล้วช่างน่าสงสารเสียนี่กระไร...จนน้ำตาปริ่มเบ้า ต้องแอบเบือนหน้าเช็ด :)
เหมือนตอนลูกสาว ลาไปเรียนต่อเมืองนอก ผมต้องใส่แว่นดำทีเดียว เพราะไม่อยากให้ใครเห็นตาโศกช้ำ
วันนี้วันพระ คงต้องนำเอาพระธรรมมาชโลมจิตครับ
พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า...
เราทั้งหลายมีธรรมดาอยู่สองอย่าง ที่ทำให้เกิดทุกข์ คือ
หนึ่ง.การพลัดพรากจากสิ่งที่รัก เป็นทุกข์อย่างยิ่ง
(เพราะเมื่อมีรักหนึ่ง ย่อมมีทุกข์หนึ่ง ทุกข์ตอนจากสิ่งที่รักไป และการจากย่อมมีทั้งเราต้องจาก จากเขา หรือเขาต้องจากจากเรา...เฮ้อ!ทุกข์เพราะมีรัก)
สอง. การประจวบกับสิ่งที่ไม่รัก ย่อมเป็นทุกข์อย่างยิ่ง
(ในชีวิตเรา ไม่สามารถเลือกเจอแต่ความชอบใจ สมหวังได้เสมอไป ดังนั้นจึงเป็นธรรมดาของชีวิต ที่ต้องเรียนรู้และทนอยู่กับสภาพธรรมนี้ให้ได้ และทำตัวรับรู้ว่า เป็นธรรมดาของชีวิต จะได้ทุกข์น้อยลง)
มีรัก จากสิ่งที่รัก
มีชัง ประสบกับสิ่งที่ไม่รัก
ล้วนย่อมเป็นธรรมดาของชีวิต
ดังนั้น...ควรเจริญสติ คือการระลึกรู้และรู้เท่าทันในสิ่งที่เกิดกับชีวิต...เพื่อทุกข์ที่อยู่ จะได้น้อยลง
การคิดถึงคนอื่นมากขึ้นทุกๆ วัน และคิดถึงเรื่องตัวเองให้น้อยลงทุกๆวัน เพื่อจะได้มองเห็นสุข-ทุกข์ของคนอื่น และนำไปสู่การแบ่งปันช่วยเหลือ…แม้เป็นเพียง “น้ำใจ” ก็มีค่ามหาศาลและงดงามมากที่สุดแล้ว
คุณ chainung
ทุกวันนี้หว้าก็คิดถึงคนอื่นมากขึ้นค่ะ เพราะคิดว่าตัวเองก็มีพร้อม
แล้ว…ไปเติมเต็มให้กับคนอื่นที่ขาดดีกว่า แค่นี้ก็สุขใจแล้ว
จะสุขไหนไม่เท่า-ใจเราสุข
จะเจ็บร้าวกี่แสนทุกข์-สุขกี่หน
จะผู้รากมากดีมีหรือจน
อยู่ที่คน-อยู่ที่ใจ-ใช่ใดเลย...