การเขียนบทความทางวิชาการ เพื่อตีพิมพ์เผยแพร่
ประสบการณ์ของฉันในการเขียนบทความทางวิชาการและผลงานวิจัยที่ได้ตีพิมพ์
ชีวิตการทำงานของดิฉันได้เขียนบทความทางวิชาการและเขียนรายงานวิจัยหลายเรื่อง เนื่องจากมีโอกาสได้เป็นวิทยากรและมีโอกาสทำงานประจำให้เป็นงานวิจัย จึงอยากเก็บรวมไว้และขอเล่าเทคนิกเล็กๆน้อยๆไว้ให้ผู้สนใจ ลองเรียนรู้นะคะ

....................

1.อุบล  จ๋วงพานิช. (2534).พยาบาลกับสมองไหล.วารสารสมาคมพยาบาลฯ สาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. 10(3)  
2. อุบล  จ๋วงพานิช. (2535).บทบาทของพยาบาลในการดูแลผู้ป่วยมะเร็ง. วารสารคณะพยาบาลศาสตร์15(2): 12-15. 
3. อุบล  จ๋วงพานิช. (2536).การให้ข้อมูลเตรียมความพร้อมสำหรับผู้ป่วย:แนวทางใหม่ของพยาบาล วารสารคณะพยาบาลศาสตร์16(3-4): 12-15. 
4. อุบล  จ๋วงพานิช.  2539. ผลการให้ข้อมูลเตรียมความพร้อมต่อปฏิกิริยาตอบสนองทางด้านจิตใจของ ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดเต้านม. Srinagarind Medical Journal  11(4)   
5. รัชนีพร  คนชุม และ อุบล  จ๋วงพานิช. (2540).การพยาบาลตามกรอบแนวคิดในการดูแลตนเองของโอเร็มในผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดโมโนบลาสติกที่ได้รับยาเคมีบำบัด: กรณีศึกษา.   วารสารคณะพยาบาลศาสตร์บูรพา5(2):47-54 
6. อุบล  จ๋วงพานิช,  รัชนีพร  คนชุม,และสมจิตร์  หร่องบุตรศรี. (2541).การศึกษาคุณภาพชีวิตและพฤติกรรมการดูแลตนเอง ในผู้ป่วยหลังผ่าตัดเต้านมที่ผ่าตัดและได้รับยาเคมีบำบัด. วารสารคณะพยาบาลศาสตร์บูรพา  6(2):7-15. 
7. จินตนา บุญจันทร์,  สุรีพันธ์ เวชนิยม, อุบล  จ๋วงพานิชและคณะ.(2542).การจัดอัตรากำลังบุคลากรทางการพยาบาลในหอผู้ป่วยตามความต้องการการพยาบาล ในโรงพยาบาลศรีนครินทร์.  วารสารสมาคมพยาบาลฯ สาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. 17(2):29-38.   
8. อุบล จ๋วงพานิช,  รัชนีพร  คนชุมและสมจิตร์  หร่องบุตรศรี. (2542).ผลการให้ความรู้และการพยาบาลระบบสนับสนุนต่อคุณภาพชีวิต ในผู้ป่วยหลังผ่าตัดเต้านมที่ผ่าตัดและได้รับยาเคมีบำบัด วารสารสมาคมพยาบาลสาขาภาคฯ 17(3):42-50 
9. อุบล จ๋วงพานิช .(2547).ภาพลักษณ์ที่พึงประสงค์:บทบาทที่ท้าทายพยาบาลวิชาชีพ.วารสารการศึกษาพยาบาล 15(2):2-7. 
10. อุบล จ๋วงพานิช .(2544). บทบาทของพยาบาลในการดูแลผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย. วารสารการศึกษาพยาบาล.12(3): 72-77. 
11. อุบล  จ๋วงพานิช,  อาภรณ์  ทวะลี, สุรีพร คณาเสน,และสุพัสตรา สุกุมาลย์.(2549). การพัฒนารูปแบบการส่งเสริมการดูแลตนเองของผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีที่ได้รับยาเคมีบำบัด. วารสารรามาธิบดีพยาบาลสาร.12(1):49-66    
......................

 

จุดเริ่มต้นของการเขียนบทความทางวิชาการ 
ตอนที่ดิฉันเรียนปริญญาโททางการพยาบาล เมื่อปี 2534 ได้เขียนบทความทางด้านการบริหาร ส่งอาจารย์  เรื่อง พยาบาลกับสมองไหล ในวารสารสมาคมพยาบาลฯ สาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นเรื่องแรก   ก่อนลงมือเขียน ดิฉันคิดว่าเรื่องอะไร น่าสนใจทันสมัย ทันเหตุการณ์ ในเวลานั้น พยาบาลลาออกไปทำงานเอกชนมาก เพราะเงินเดือนมากกว่าโรงพยาบาลรัฐบาลหลายเท่า  การค้นเอกสารสมัยนั้นต้องค้นจากวารสารหลายฉบับ ทั้งจากหนังสือพิมพ์ด้วย  เมื่อเขียนเสร็จก็ได้ตีพิมพ์ ครั้งแรกในชีวิต ทำให้ภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก เพราะอาจารย์เพ็ญศรี ชุนใช้ บอกว่า บทความของดิฉันได้ถูกคัดเลือกตีพิมพ์
 

.................. 

เรื่องที่ 2 ก็ตามมา  ดิฉันได้เขียนและตีพิมพ์ ในปี 2535 เรื่อง บทบาทของพยาบาลในการดูแลผู้ป่วยมะเร็ง ลงในวารสารคณะพยาบาลศาสตร์  ตอนนั้นดิฉันจบ ป.โท แล้ว มีโอกาสเข้าอบรม เรื่อง การเขียนบทความ จากผู้ช่วยศาสตราจารย์วลัยพร นันทศุภวัฒน์  พอเรียนเสร็จก็ลองเขียน เรื่องใกล้ตัว และเป็นงานของเราเอกสารได้จากการที่หาไว้ตอนเรียน   ประสบการณ์ได้จากงานที่ทำ   หลักการเขียนได้จากอาจารย์ที่สอน 
 
...............
จุดเริ่มต้นในการฝึกเขียนบทความทางวิชาการอย่างจริงจังของดิฉันเริ่มต้นในปี 2536 เรื่อง การให้ข้อมูลเตรียมความพร้อมสำหรับผู้ป่วย:แนวทางใหม่ของพยาบาล วารสารคณะพยาบาลศาสตร์  เนื้อหาได้จากการทบทวนวรรณกรรม ของวิทยานิพนธ์    เขียนบทความ ส่งให้ รองศาสตราจารย์สุจิตรา ลิ้มอำนวยลาภ  อาจารย์ช่วยอ่านและแนะนำมีการแก้ไข   จนบทความของดิฉันเริ่มอ่านรู้เรื่อง    มีการแก้ไขนับครั้งไม่ได้  ดิฉันใช้เวลาเขียนและแก้ไขเกือบปี ถึงได้ตีพิมพ์ 
.............................
การเขียนรายงานวิจัย ดิฉันคิดว่าเป็นการเขียนที่ง่ายที่สุด  เพราะมีกรอบแนวคิดในการเขียนอยู่แล้ว  ดิฉันเคยฟังอาจารย์ของดิฉันเคยสอนว่า  การทำวิจัยไม่ตีพิมพ์ ก็เหมือนทำวิจัยไม่เสร็จ  คนเราทำงานวิจัยมา  แม้จะเป็นเรื่องที่ดีที่สุด    แต่ถ้าไม่ตีพิมพ์เผยแพร่   ก็ถือว่างานวิจัยนั้น....มีคุณค่าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น    ผู้ที่รับทุนมาทำวิจัย.... แล้วไม่ตีพิมพ์เผยแพร่ความรู้ที่ตัวเองค้นพบ   นับว่าผิดจริยธรรม
ดังนั้นเส้นทางสุดท้ายที่เป็นบทสรุปของการทำวิจัย  ไม่ใช่การบรรยาย   ไม่ใช่การทำโปสเตอร์   แต่เป็นการตีพิมพ์.....เผยแพร่ความรู้ของเราออกไปในวารสารวิชาการ
.............................
สรุป 
  • การเขียนบทความทางวิชาการตามประสบการณ์ของดิฉัน ถ้าเราชำนาญแล้ว: เขียนเอง อ่านเองแล้วแก้เองก็ได้ค่ะ
  • บทความตอนหลังๆของดิฉัน   ได้จากการเรียนรู้จากการทำงาน แล้วได้รับเชิญเป็นวิทยากร  ดิฉันจะต้องจัดเตรียมเป็นเอกสารประกอบคำบรรยาย.....  ดังนั้นการปรับปรุงเนื้อหารจากเอกสารประกอบคำบรรยาย  ให้สามารถตีพิมพ์เป็นเรื่องไม่ยาก
  • การจะเขียนบทความหรือรายงานการวิจัย จะต้องเริ่มจากศึกษาคำแนะนำ... การเตรียมต้นฉบับของวารสารนั้นๆ
  • ดิฉันเขียนเอง อ่านเอง แก้เอง    อ่านและแก้ไข 10 รอบ ขึ้นไป
 
หวังว่า....เรื่องเล่านี้ จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้อ่าน ให้สามารถเขียนบทความทางวิชาการหรือรายงานวิจัยได้นะคะ