สัมมันตะ และมิจฉัตตะ

มีผู้ถามคำว่า สัมมันตะ มา และไม่ได้ให้ email ไว้ จะบอกให้ไปค้นเอาเองในหนังสือ เพราะศัพท์นี้ค้นหาได้ไม่ยาก (นักเรียนรุ่นใหม่ไม่ชอบค้น ชอบมาตั้งกระทู้ถามใน web) ... และเนื่องจาก มิจฉัตตะ ตรงข้ามกับสัมมันตะ จึงถือโอกาสนำมาบอกเล่าควบคู่กันไป...

สัมมันตะ ตามที่มีผู้ถามมา น่าจะเขียนผิด เพราะเคยเจอแต่ สัมมัตตะ ดังนั้น จะว่าไปตามความหมายคำว่า สัมมัตตะ (เพิ่มเติมและแก้ไขจากกัลยาณมิตรแนะนำ)

  • สัมมัตตะ แปลว่า ความเป็นถูก
  • มิจฉัตตะ แปลว่า ความเป็นผิด

สัมมัตตะ จัดเป็นหมวดธรรมมี ๑๐ ข้อ ซึ่งเพิ่มมาจากอริยมรรคมีองค์ ๘ อีก ๒ ข้อ  (ส่วนที่ตรงกันข้ามเรียกว่า มิจฉัตตะ) ดังนี้

  • สัมมาทิฎฐิ เห็นชอบ               - มิจฉาทิฎฐิ เห็นผิด
  • สัมมาสังกัปปะ ดำริชอบ        - มิจฉาสังกัปปะ ดำริผิด
  • สัมมาวาจา พูดชอบ               - มิจฉาวาจา พูดผิด
  • สัมมากัมมันตะ การงานชอบ  - มิจฉากัมมันตะ การงานผิด
  • สัมมาอาชีวะ อาชีพชอบ        - มิจฉาอาชีวะ อาชีพผิด
  • สัมมาวายามะ เพียรชอบ       - มิจฉาวายามะ เพียรผิด
  • สัมมาสติ ระลึกชอบ                - มิจฉาสติ ระลึกผิด
  • สัมมาสมาธิ สมาธิชอบ           - มิจฉาสมาธิ สมาธิผิด
  • สัมมาญาณ รู้ชอบ                   - มิจฉาญาณ รู้ผิด
  • สัมมาวิมุตติ หลุดพ้นชอบ       - มิจฉาวิมุตติ หลุดพ้นผิด

......... 

ผู้เขียนยังไม่เคยเจอเนื้อหาที่อธิบายเรื่องนี้ไว้โดยพิสดาร (ละเอียด) เจอแต่เพียงที่อธิบายไว้โดยสังเขป (ย่อ) เท่านั้น...  ดังนั้น จึงเล่าไปตามความเห็นส่วนตัว...

ในการดำเนินชีวิตหรือการปฏิบัตินั้น ถ้าเป็นไปตามอริยมรรคมีองค์ ๘ ก็จะถึง สัมมาญาณ คือ รู้ชอบ และเมื่อรู้ชอบแล้วก็จะหลุดพ้นชอบ คือ สัมมาวิมุตติ... นี้เรียกว่า สัมมัตตะ การกำหนดความเป็นธรรมที่ถูกต้อง

ในส่วนที่แตกต่างกัน ถ้าการดำเนินชีวิตหรือการปฏิบัตินั้น เป็นไปตรงข้ามกับอริยมรรคมีองค์ ๘ แล้ว ก็จะถึง มิจฉาญาณ คือ รู้ผิด และเพราะรู้ผิดนี้เองจึงสำคัญว่าตนเองหลุดพ้น นั้นคือ มิจฉาวิมุตติ ... นี้เรียกว่า มิจฉัตตะ การกำหนดความเป็นธรรมผิด

..........

ตามสำนักปฏิบัติที่สอนกันอยู่ทั่วไปในเมืองไทย บางสำนักสอนกรรมฐานแบบผิดๆ ก็จะเกิดมิจฉาสติและ มิจฉาสมาธิ ซึ่งอาจไปสู่ความสำคัญตนเองว่ารู้แจ้งบางสิ่งบางอย่าง (มิจฉาญาณ) และสำคัญตนว่าหลุดพ้น (มิจฉาวิมุตติ)...

หรือบางครั้ง อาจารย์สอนไม่ผิด แต่ผู้ฝึกกรรมฐานเข้าใจผิดด้วยอำนาจวิปัสสนูปกิเลส (ความเศร้าหมองแห่งจิตด้วยความสำคัญว่ารู้แจ้ง) ก็อาจนำไปสู่ มิจฉาสติ มิจฉาสมาธิ มิจฉาญาณ และมิจฉาวิมุตติ เช่นเดียวกัน...

อนึ่ง ความรู้ คือ ญาณ และ วิมุตติ คือ ความหลุดพ้น ซึ่งมีอยู่ในคำสอนอื่นๆ นอกพุทธศาสนา ก็จัดเป็น มิจฉาญาณ และมิจฉาวิมุตติ เช่นเดียวกัน...