หากประเมินผลการประชุมร่วมดังกล่าวแล้วพบว่า มีความก้าวหน้าคือ แต่ละจังหวัด/กลุ่มจังหวัด มีความเข้าใจและพยายามจะสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกับกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น เช่น การเซ็นต์สัญญาความร่วมมือในรูปแบบของเมืองคู่แผด/เมื่องคู่ค้า ด้านการค้า การลงทุน  และการท่องเที่ยว ตลอดจนด้านการศึกษาและวัฒนธรรม ท่านเอกอัครราชฑูตไทย ณ กรุงฮานอยประเทศเวียดนาม ได้จัดนิทรรศการการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว ระหว่าง 19 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือกับประเทศลาว และเวียดนาม ที่เมืองเว้ ระหว่างวันที่ 1-3 เมษายน 2548 และมีผู้สังเกตุการณ์จากหน่วยงานส่วนกลางเข้าร่วมด้วย การจัดงานดังกล่าวถือว่า ประสบความสำเร็จอย่างมาก สินค้า OTOP ของ 19 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้รับความนิยมจากชาวเวียดนามเป็นจำนวนมาก รู้สึกว่าชาวเวียดนามมีทัศนคติที่ดีต่อประเทศไทย ในการนี้มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้มีโอกาสจัดนิทรรศการทางการศึกษา และด้านการแพทย์-สาธารณสุขโดยโรงพยาบาลศรีนครินทร์ และศูนย์หัวใจฯ ซึ่งได้รับความสนใจจากนักเรียน-นักศึกษา และชาวเวียดนามเป็นจำนวนมาก ในส่วนของการประชุมวิชาการมีการประชุมเกี่ยวกับ East-West Economic Corridor กับการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว ทำให้ทราบว่า ประเทศเวียดนามวางยุทธศาสตร์รองรับ EWEC ไว้อย่างดี เช่น การกำหนดเขตนิคมอุตสาหกรรมพิเศษแต่ละจังหวัด การพัฒนาท่าเรื่อน้ำลึก ตลอดจน ระบบคมนาคมขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังมีประเทศญี่ปุ่นและประเทศเกาหลีตลอดจนประเทศในยุโรปสนใจเข้ามาลงทุนจำนวนมาก สำหรับเส้นทางสายนี้มีความยาวทั้งสิ้น 1,450 กม.จากประเทศพม่ามายังประเทศไทย (แม่สอด-พิษณุโลก-ขอนแก่น-มุกดาหาร-ลาว-ดานัง) เส้นทางที่ผ่านประเทศไทยยาว 777 กม.เมื่อเส้นทางเสร็จเรียบร้อยจะเป็นถนนเศรษฐกิจที่ขนถ่ายสินค้า แรงงาน ทุน และการท่องเที่ยว คิดเป็นมูลค่ามหาศาล ผลของ EWEC คงมีทั้งผลดีและผลเสีย คำถาม คือ ทำอย่างไรให้ 777 กม. ของประเทศไทยนี้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย และเป็นถนนเชื่อมโยงมิตรภาพและความสัมพันธ์อันดีต่อกันอีกด้วย