นี่แหละ...ถึงจะเรียกว่ารักกันจริง

เป็นโอกาสดีจังที่จะได้นำเรื่องดีดีมาเล่าให้ชาว Blog ทุกคนได้รับรู้ เนื่องจากได้รับรางวัลจากการร่วมสนุกเล่นเกมกับหนังสือหมอชาวบ้านเป็นหนังสือเล่มหนึ่ง  ชื่อว่า  นี่แหละคือความรัก

        ในที่นี้ขอยกมาเล่าแค่หนึ่งเองแล้วกันนะ  คือความรักในครอบครัว  ผู้เขียนได้กล่าวว่า  เป็นเวลาหลายหมื่นปีมาแล้วที่มนุษย์พยายามหาวิธีอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข  โดยรวมกันอยู่เป็นครอบครัว  หมู่บ้าน  เมือง  และประเทศ  หน่วยที่สำคัญที่สุดเห็นจะเป็นครอบครัวซึ่งมีพ่อแม่  พี่น้อง  ลูกหลาน  อยู่ร่วมกัน  เคยมีคนกล่าวไว้ว่า  ถ้าจะเป็นผู้นำในการปกครองประเทศได้  ต้องมีความสามารถในการดูแลครอบครัวของตนเองให้ดีก่อน

        การที่จะอยู่กันด้วยความปรองดองระหว่างสมาชิกในครอบครัวนั้น  พลังที่สามารถเชื่อมโยงให้เกิดความผูกพันกันนั้นคืออะไร ?

        เริ่มตั้งแต่  หัวหน้าครอบครัว  ถ้าท่าน  ทอดทิ้ง  ละเลย  หรือไม่หลียวแลครอบครัวของท่านแล้ว  สมาชิกภายในครอบครัวจะยังคงรักและห่วงใยท่านอยู่หรือเปล่า ? ถ้าท่านโกหกปลิ้นปล้อนก่อความวุ่นวายขึ้นอยู่เสมอ ๆ ครอบครัวของท่านจะยังให้อภัยท่านหรือไม่ ?

        ในทำนองเดียวกัน  สมาชิกอื่น ๆ ของครอบครัวล้วนต้องทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด  รวมทั้งสร้างสรรค์และคำจุนครอบครัวอย่างมีจิตสำนึกว่าตัวเองเป็นสมาชิกของครอบครัวนั้น

         บางครอบครัวอาจจะมีการโต้เถียงกันว่าผู้ใดควรจะเป็นหัวหน้าครอบครัว  สามีหรือภรรยา  แม่สามีหรือแม่ภรรยา

         ในสังคมปัจจุบัน  ผู้ใดที่มีอำนาจคุมเศรษฐกิจของครอบครัวมักจะเป็นผู้ตัดสินว่า  สิ่งใดควรสิ่งใดไม่ควรอยู่เสมอ  แต่ถ้าคำสั่งนั้นไม่เป็นที่ยอมรับหรือเข้าใจจากผู้อื่น  ปัญหาต่าง ๆ ย่อมตามมา  ทำให้เกิดความไม่สงบภายในครอบครัว  ตัวอย่างเช่น

        คุณพ่อออกคำสั่งว่า  ทุกคนในครอบครัวต้องเข้านอนตอนสามทุ่ม  แต่ในขณะเดียวกันคุณพ่อกลับนั่งดูทีวีอย่างสนุกสนาน  ลูก ๆ คงไม่เชื่อฟังเท่าไรนักและอาจดื้อแพ่งดูทีวีตามอย่างคุณพ่อ  หรือคุณพ่ออาจดุลูกที่กลับบ้านดึก  แต่ตัวคุณพ่อเองก็กลับตอน 2 ยาม  โดยอ้างว่าติดงานเลี้ยงแล้วทำไมลูกจึงไปงานเลี้ยงแล้วกลับบ้านดึกบ้างไม่ได้ ?

        ความขัดแย้งในจิตใจเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นนี้  ทุกคนในครอบครัวไม่ควรมองข้าม  การเพิ่มความสัมพันธ์ในครอบครัวอีกรูปแบบหนึ่งคือ  การที่สมาชิกทุกคนในครอบครัวช่วยกันทำงานบ้าน  หรือกิจการครอบครัว  โดยเฉพาะลูก ๆ ไม่ควรถือว่าเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ที่ต้องหยิบยื่นความสุขความสบายให้เราแต่เพียงฝ่ายเดียว

         นอกจากนี้  การมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น  และมีการยอมรับซึ่งกันและกันของสมาชิกในครอบครัวเป็นการแสดงออกถึงการรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ตนเอง  ทั้งยังอาจช่วยเพิ่มความเข้าใจและลดความขัดแย้งในครอบครัวได้ด้วย  และที่สำคัญคือ  รู้จักให้อภัยแก่ผู้อื่นเมื่อเขาทำผิด  และร่วมกันแก้ไขความผิดนั้นไปพร้อม ๆ กัน

                          ............นี่แหละถึงจะเรียกว่ารักกันจริง.............