การสอบนี้เป็นการสอบวัดความรู้ หากสอบไม่ผ่านเราก็สามารถสอบใหม่จนกว่าจะผ่าน ศิษย์กำลังต่อสู้กับตัวเอง ไม่ใช่ใครอื่น

อยากจะเรียนถามอาจารย์เรื่องการเตรียมตัวสอบ ใบประกอบโรคศิลปที่จะถึงนี้ใน วันที่ 7-9 เม.ย. 51 นี้คะจะเตรียมตัวอย่างไรดีเพราะที่เรียนอยู่ก็หนักมาก (จะไม่ไหวแล้วคะ)  แล้ววิชาที่สอบ มันเยอะเหลือเกินคะ แล้วเป็นปีแรกด้วย ไม่มีแนวข้อสอบ มันจะเหมือนของแพทย์มั๊ยคะ  หนูควรเตรียมตัวอย่างไรดีคะ กลัวเหลือเกิน

ต้องขอบอกตรงๆ ว่าเห็นใจศิษย์ที่จะต้องสอบใบประกอบโรคศิลปในรุ่นแรกนี้และขอเอาใจช่วยให้สอบผ่านกันทุกคน

เรื่องนี้คงเป็นเรื่องที่ดูเหมือนจะหลีกเลี่ยงไม่ได้  เพราะกระแส globalization และวิชาชีพสายสุขภาพอื่นๆ เขาก็เริ่มสอบกันแล้ว  โดยหวังว่าผลที่เกิดขึ้นก็จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนผู้มารับบริการในอนาคต  แต่สำหรับตัวอาจารย์เอง  จริงๆ ก็ยังไม่ค่อยแน่ใจว่าผู้ที่ผ่านเกณฑ์การสอบเช่นนี้แล้วจะเป็นทันตแพทย์ที่ได้มาตรฐานจริงหรือไม่  เนื่องจากปัญหาการไม่ได้มาตรฐานของวิชาชีพที่เกิดขึ้นประปรายในขณะนี้  ก็บอกไม่ได้ชัดว่าเกิดจากการมีความรู้ในระดับทบ. ไม่เพียงพอหรือเปล่า  หรือเป็นเรื่องของจรรยาบรรณและจริยธรรมมากกว่า

เอาเป็นว่า  ตอนนี้เราคงต้องยอมรับเงื่อนไขนี้ไปก่อน  แต่อยากบอกให้ศิษย์สบายใจขึ้นหน่อยว่า  ตอนนี้เพื่อนๆ ทุกสถาบันล้วนมีความกังวลไม่น้อยกว่าศิษย์เลย  และความกังวลก็แผ่ขยายมาสู่อาจารย์ด้วย  เพราะเกรงว่าศิษย์ของตนจะสอบไม่ผ่าน

อาจารย์เชื่อว่าข้อสอบวัดความรู้ที่ศิษย์จะได้สอบนั้น  จะเป็นเนื้อหาที่อาจารย์ส่วนใหญ่เห็นว่าเป็นเรื่องที่ศิษย์จำเป็นต้องรู้  หากอาจารย์ของศิษย์มีความเห็นสอดคล้องกับคนส่วนมาก  ก็น่าจะสามารถพอคาดเดาได้ว่าข้อสอบควรจะเน้นในเรื่องใดบ้าง  ดังนั้น  อาจารย์คิดว่าวิธีการเตรียมตัวน่าจะเป็นการลองทำข้อสอบที่อาจารย์ของศิษย์คัดเลือกไว้แล้วว่าเป็นสิ่งที่ต้องรู้  และพยายามทำความเข้าใจกับคำตอบให้รอบด้าน  หากมีเวลาจึงค่อยทบทวนเนื้อหาที่อยู่ในข่าย "ควรรู้" ต่อไป

อยากฝากไว้ว่า การสอบนี้เป็นการสอบวัดความรู้  หากสอบไม่ผ่านเราก็สามารถสอบใหม่จนกว่าจะผ่าน  ศิษย์กำลังต่อสู้กับตัวเอง  ไม่ใช่ใครอื่น  อาจารย์ของศิษย์อาจจะช่วยชี้แนะแนวทางได้ในระดับหนึ่ง  การสอบผ่านหรือไม่นั้น  ไม่ได้บ่งบอกถึงว่าสถาบันใดสอนดีกว่าสถาบันใด  เพราะทุกสถาบันได้สอนเนื้อหาที่ศิษย์จำเป็น "ต้อง" รู้ไว้ไม่แตกต่างกัน