อโหสิกรรมต่อกัน

  คิดซ้ำหลายๆครั้ง และทำเป็นประจำ ประมาณว่าถ้ายังไม่ทำจะไม่นอน ใจเราจะค่อยๆ อ่อนโยนลง อย่างไม่น่าเชื่อ   
     การขออโหสิกรรม ชาตินี้ ถ้าใครเกิดมาแล้วพบบุคคลที่ เราไม่พึงพอใจ อาจรุนแรงถึงขั้น มาดร้ายต่อกัน อย่าเสียเวลา โกรธแค้นกันเลย ขอเสนอแนะให้ ตั้งใจ อโหสิกรรมต่อกัน ถ้ายังไม่อาจเอ่ยคำต่อหน้ากันได้ (เพราะมันยากมาก) ให้ค่อยๆนึกเริ่มต้นที่ใจก่อน เคยมองแล้วรู้สึก ปั่นป่วน เลือดขึ้นหน้า ขัดหูขัดตาไปเสียหมด ก็ให้มองเขาเหมือนก้อนดิน ที่ไม่มีฤทธิมีเดช ที่จะกระตุ้นอารมณ์เราได้ และเมื่อคิดได้แล้ว แรกๆ ให้รีบเดินหนีไปให้พ้นๆก่อน เพราะเมตตาบารมียังอ่อน ขั้นต่อไป ก่อนนอนลองๆนึกดูซิว่า ขอให้เขามีความสุขกายสุขใจจริงๆนะ ลองคิดซ้ำหลายๆครั้ง และทำเป็นประจำ ประมาณว่าถ้ายังไม่ทำจะไม่นอน ใจเราจะค่อยๆ อ่อนโยนลง อย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อตรวจตราดูแล้วว่า เขาไม่มามีอิทธิพลต่ออารมณ์เราแล้ว จะอธิษฐานเจอกันอีก หรืออย่าพบเจอกันอีกเลย ก็ตามสบายนะ แต่ถ้าใจไม่คิดอโหสิกรรมกัน เขาว่ากรรมจะผูกพัน ทำให้เจอกันในชาติต่อๆไปอีก สรุปว่าชาตินี้แม้เจอคนเป็นศัตรูกัน ก็ให้ดีใจ ทีเขามาให้เราอโหสิกรรมต่อกัน ไม่ต้องเสี่ยงไปพบกัน ภพชาติต่อไปอีก ลองดู

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เล่าสู่กันฟัง

คำสำคัญ (Tags)#อโหสิกรรม ทำยากแต่คุ้มค่า

หมายเลขบันทึก: 120080, เขียน: 16 Aug 2007 @ 21:49, แก้ไข, 13 May 2012 @ 21:54, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 6, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (6)

นายช่างใหญ่
เขียนเมื่อ 17 Aug 2007 @ 15:11

พ่อก็เคยสอนแบบนี้เหมือนกัน แต่ทำไม่ได้ซักที มาตอนหลังสวดมนต์ก่อนไปทำงาน แผ่เมตตาให้เขา ก็รู้สึกนิ่งบ้างเป็นบางครั้ง แต่ก็ดีขึ้น แบบฝึกหัดนี้ยากมาก เป็นการเอาชนะใจตนเอง ถ้าทำได้ก็วิเศษสุด หมดเวรหมดกรรมกันที อาจมีแบบฝึกหัดใหม่เข้ามาให้หาคำตอบอีก ทฤษฎีที่ใช้อ้างอิงอาจแตกต่างออกไปอีก ชีวิตหนอชีวิต ถูกลิขิตให้เป็นแม่เหล็กดึงมารเข้ามาเรื่อย ทั้งๆที่ตัวเราก็พยายามไม่เกี่ยวไม่ข้องก็ยังมิวาย กลายเป็นศัตรูกันจนได้(ไม่ไหวแล้วพี่น้องเหอ ต่อไดอีเหม็ดเสียทีล่ะครับ) แต่ตอนนี้นิ่งแล้ว ตื่นเต้นบ้างนิดหน่อย ปลอยวาง ช่างมัน แบบฝึกหัดใหม่ยังไม่เข้ามา ชีวิตก็มีความสุขตามอัตภาพ สวัสดี

สวัสดีค่ะคุรคำสุวรรณ

  เรามีกรรมผูกพันกันมาหลายภพ หลายชาตินี่คะ แถมผลของกรรมก็มีความสามารถติดตามเราไปได้ตลอด วันใด เวียนมาพบกัน สัญชาตญาณก็จะแสดงออก ตามแรงบีบคั้นของกรรม อาจอยากทวงคืน อยากตอบ ฯลฯ แต่อัตภาพมนุษย์ ได้เปรียบค่ะ วันนี้อยากเป็นพรหม ก็เจริญพรหมวิหาร4 อยากเป็นเทวด ก็รักษาคุณธรรมข้อหิริ โอตตัปปะ หรืออาจกลายร่างเป็นสัตว์นรกทันที ที่เราดำเนินตามรอย วิถีของสัตว์นรก เปลี่ยนแปลง และแก้ไขได้ตลอด จนกว่าจะสิ้นอายุขัย อยู่ที่เราจะเลือกมากกว่าค่ะ บางอย่างเราอาจจะได้มาด้วยความยากลำบาก แต่ผลสุดจะคุ้ม กำลังใจ และความตั้งใจจริงจะทำให้สำเร็จค่ะ เป็นกำลังใจให้กันค่ะ 

Sasinand
เขียนเมื่อ 18 Aug 2007 @ 20:12

สวัสดีค่ะ

มีเหมือนกัน คนที่ไม่ชอบ ตอนแรกคงโกรธ ตอนหลังเฉยๆไปเอง เลิกแล้วต่อกันค่ะ ต้องใช้เวลาหน่อยค่ะ

เป็นความดีชนิดที่ทำได้ยากยิ่ง ชนิดหนึ่ง ถ้าไม่ชอบแล้วอยู่ห่างก็ไม่ค่อยเท่าไหร่ แต่ถ้าอยู่ใกล้ ยิ่งต้องใช้พลังอย่างยิ่ง ที่จะอโหสิ แต่ทำได้ ก็สุดยอดค่ะ

ซันซัน
เขียนเมื่อ 19 Aug 2007 @ 09:16

เป็นบทความที่ดีจังค่ะ

และชอบประโยคนี้ค่ะ

แต่ถ้าใจไม่คิดอโหสิกรรมกัน เขาว่ากรรมจะผูกพัน ทำให้เจอกันในชาติต่อๆไปอีก สรุปว่าชาตินี้แม้เจอคนเป็นศัตรูกัน ก็ให้ดีใจ ทีเขามาให้เราอโหสิกรรมต่อกัน ไม่ต้องเสี่ยงไปพบกัน ภพชาติต่อไปอีก ลองดู

 

อ่านแล้วรู้สึกที่ได้เจอกันเสียชาตินี้

และ เจอกันในแบบที่เรารู้จักการอโหสิกรรมด้วยค่ะ

จะได้ไม่ต้องต่อกรรมกันโดยไม่จำเป็นค่ะ (เดี๋ยวดันเจอกันโดยไม่รู้ตัว ถ้ามัวแต่ผูกใจอยู่)

ซึ่งน่าดีใจจ้งค่ะ ที่จะไม่ได้ไม่ต้องเจอกันอีก 

ตอนนี้สำหรับคนที่ทำให้โกรธ

ตามรู้ตัว เมื่อเห็นความโกรธ จะบอกตัวเองว่า "ไม่โกรธ"

จากนั้น รู้สึกว่าใจเป็นอิสระ หลุดพ้นจากเขา และ ตัวเราก็ไม่ต้องไปผูกติดอะไรกับเขาด้วย รู้สึกดีมากๆเลยค่ะ

ขอบคุณนะคะ สำหรับบทความดีๆค่ะ

 

 

สวัสดี และยินดีต้อนรับกัลยาณมิตรใหม่ค่ะ

   คุณซัน ซันค่ะ ยังมีอีกอย่างค่ะ ที่จะเป็นแบบทดสอบสำหรับเรา ในพบชาตินี้ คือการทำให้คนที่เกลียดเรา อโหสิกรรมให้เรา เคยพยายามหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่ได้ยินจาก ปาก จาก ใจของเขาเสียที ว่าอโหสิ ให้เรา คุณพอจะมีประสบการแลกเปลี่ยนไหมคะ