ว่าด้วยเรื่องกินกันบ้าง (แต่เป็นของบ้านผมนะ)

วันที่ 16 สิงหาคม 2550

วันนี้เป็นวันพฤหัสบดีของสัปดาห์ที่ 15 นับถอยหลังไปก็เหลือ 90 วันแล้ว (พรุ่งนี้ตัวเลขข้างหน้าจะเป็นเลข 8 แล้ว)

                เมื่อวานผมง่วงสลึมสะลือทั้งวัน เพราะว่าคืนวันอังคารหลับๆตื่นๆทั้งคืน ทั้งนี้อาจจะมาจาก 2 เหตุผล เหตุผลแรกก็สืบเนื่องมาจากที่แทมมี่เล่าเรื่องผีให้ฟัง ทำให้ผมรู้สึกหวาดหวั่น จริงๆแล้วผมก็เป็นคนกลัวผีมากอยู่หรอก แต่อยู่ที่นี่ไม่เคยคิดจะกลัวเลย เพราะว่าเราอยู่กันคนละภาษา ผีคงไม่อยากมาหลอกเพราะคงจะพูดกันไม่รู้เรื่อง แต่เมื่อผมนอนหลับ ปรากฏว่าได้ยินเสียงดังตุ๊บเบาๆที่ปลายเตียง เลยตื่นขึ้นมา เลยเริ่มหวั่นๆ อีกทั้งได้ยินเสียงเด็กเล็กร้องที่อีกตึกหนึ่ง ซึ่งอยู่มาตั้งเกือบ 2 เดือน ไม่เคยร้องไห้เลย พาลให้คิดไปว่าผีคงมารบกวน เท่านี้แหละ เล่นเอาหลับๆตื่นๆทั้งคืนเลย แทมมี่นะแทมมรี่ ไม่น่าเล่าให้ฟังเร๊ยยยย

                เหตุผลที่ 2 คือ คิดถึงป้าตัน ที่ลำไส้ไม่ทำงาน (แหม ชื่อเธอก็เหลือเกิน ตัน อา ลัน.. ขึ้นว่าตันนี่เอง ไม่น่าล่ะ) ซึ่งตอนนี้เธอดีขึ้นมากแล้ว ผมอยากให้เธอกิน แต่คนอื่นยังไม่เห็นด้วย เลยรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย เลยคิดถึงเธอ เพราะอยากให้เธอหายและได้กินเร็วๆ

                ทั้ง 2 เหตุผล ทำให้ผมนอนไม่หลับ และมาหลับเอาเมื่อคืนเป็นตายตั้งแต่ 2 ทุ่มกว่า เมียและลูกโทรมาหาตอน 3ทุ่มครึ่งก็ไม่สามารถคุยได้นาน ดังนั้นวันนี้จึงโทรไปหาเธอตอน 8 โมงตามเวลาในเมืองไทย เธอกำลังไปโรงเรียนพอดี พอบอกแป้งว่า เมื่อคืนพ่อง่วงจนหัวทิ่มเลย เธอจึงหัวเราะผมใหญ่

                วันนี้ผมออกตรวจคนไข้กับ คริสต์ ชอง เขาเป็น visiting consultant คนนี้เป็นคนเก่ง ทำงานเร็ว แต่ค่อนข้างสังคมจัด ผมหมายความว่า ทุกครั้งที่มาตรวจคนไข้ เขาจะโทรศัพท์บ่อยมาก ส่วนมากเป็นธุระส่วนตัว ธุรกิจต่างๆ แต่เราก็สามารถดูคนไข้เป็นจำนวนมากในระยะเวลาอันสั้น และช่วงบ่ายผมช่วยครูหาญผ่าตัด ซึ่งเราสามารถเลิกงานได้ในเวลา 3 โมงครึ่ง

                ตอนเย็นก็ไปดูคนไข้ก่อนผ่าตัดกับอาร์ลีน ก็ได้ดูแค่รายเดียว เพราะว่าเรายังไม่เห็นตารางผ่าตัด แต่เมื่อกลับไปที่สำนักงานภาควิชาอีกครั้ง พบว่าตารางผ่าตัดออกแล้ว และมีคนไข้ที่เรายังไม่ได้ดูอีก 4 ราย จึงชวนเธอไปซ้ำ แต่เธอปฏิเสธ บอกว่าขอดูพรุ่งนี้แทน งานนี้เลยไปคนเดียว เพราะว่าต้องการดูคนไข้ก่อน หากมีปัญหาพรุ่งนี้เราจะจัดการไม่ทัน ผมก็ดูไปเรื่อยๆจนกระทั่ง 5 โมงดันดีก็ติดต่อมาและมา round ด้วยกันต่อพร้อมกับนาตาลี ดันดีบอกว่าเจออาร์ลีนในภาควิชา เธอบอกเขาว่า คนไข้ของครูลีนั้นเราไม่จำเป็นต้องดูก่อนผ่าตัด ดูเฉพาะของครูหาญเท่านั้น งานนี้เลยหัวเราะกันทั้ง 3 คน ตลกกินน่ะสิครับ และเราก็เจอคนไข้มีปัญหาจนได้ และก็จัดการกันก่อนที่จะถูกระงับผ่าตัดโดยคุณหมอดมยา

                ตอนเย็นวันนี้ผมไปกินอาหารที่ Foodmore เช่นเดิม อยากกินก๋วยจั๊บ แต่ท่าทางเขาจะหยุดขายไปซะแล้ว เดินไปเดินมาก็เลือกกิน Red chicken wine mee sua แทน ก็อยากรู้ว่ามันคืออะไร มาเฉลยก็เมื่อได้เห็นและดมกลิ่น มันก็คือเย็นตาโฟเราๆนี่เอง แต่ความอร่อยเทียบชั้นกับบ้านผมไม่ได้เลยแฮะ ที่หาดใหญ่บ้านผมมีของกินอร่อยหลายเจ้า เราลองมาดูกันดีกว่า (ไม่ได้เรียงลำดับความอร่อยนะครับ)

1.       เย็นตาโฟเจ๊หวี่ รายนี้กินมานานตั้งแต่อยู่ปี 1 นู่น ร้านปัจจุบันเขาอยู่หน้าโรงเรียนศรีนคร ร้านนี้เขาเน้นความพิถีพิถันในการทำครับ นั่นคือ เธอทำนานมาก นานเสียจนเราอาจจะเสียอารมณ์ เธอทำแบบไม่รู้ร้อน แต่รสชาติต้องยกนิ้วให้ ผมจึงยังกินอยู่ทุกวันนี้ เครื่องเคียงเขาเยอะครับ เกี๊ยว เลือดหมู ปลาแผ่น เผือกทอด กุ้งทอด ลูกชิ้น รับรองว่าอร่อยครับ อร่อยจริงๆ แต่จิ๋มไม่ค่อยชอบ เธอชอบร้านเจ๊เล็กมากกว่า

2.       เย็นตาโฟเจ๊เล็ก อยู่ใกล้ๆกันนั่นแหละครับ คนก็มากพอๆกัน ร้านนี้ทำเร็ว ได้กินเร็ว รสชาติอร่อยเด็ดเหมือนกัน ยิ่งถ้าเป็นเส้นใหญ่เย็นตาโฟแห้งนี่ เด็ดขาดไปเลยครับ แต่เครื่องเคียงน้อยกว่าร้านแรกเล็กน้อย จิ๋มชอบมาก แต่คนขายเธอปากร้ายครับ ด่าลูกน้องให้เราฟังได้ทั้งวัน แต่ไม่เคยด่าลูกค้านะครับ (หรือไม่เห็นนะ)

3.       ก๋วยเตี๋ยวเจ๊ฮวย ตั้งอยู่ที่ถนนสามชัย ร้านนี้ถือว่าเป็นสุดยอดก๋วยเตี๋ยวหาดใหญ่ครับ เพราะว่าอร่อยถึงอร่อยมาก ผมและอาจารย์ภาคสูติฯม.อ. (สมาคม luncheon วันพุธ ซึ่งประกอบด้วยผม เจ๊จิน อ.สุธรรม เกี๊ยง พี่หลิง เจ๊หน่วย และพี่เปิ้ล) ไปกินกันบ่อย เครื่องเคียงเยอะมาก ลูกชิ้น เผือกทอด เลือดหมู หมูสับ และมะนาวไม่อั้น เมื่อก่อนเราจึงเรียกร้านนี้ว่าหมี่มะนาว แต่คนค่อนข้างมาก อากาศอบอ้าวพอควร ก็เลือกเอาครับว่าจะกินก๋วยเตี๋ยวหรือกินบรรยากาศ

4.       ก๋วยเตี๋ยวเป็ดเจ๊อ้วน ถนนศุภสารรังสรรค์ ติดกับคลินิกอ.ประเสริฐ ร้านนี้มีชื่อเสียงมานานมาก ขนาดที่ลงหนังสือพิมพ์เมื่อกว่า 10 ปีก่อนนู้นเลยทีเดียว เป็ดตุ๋นเขาอร่อยชุ่มลิ้นมาก น้ำพริกเผาก็ทำให้มื้อนี้ลืมไม่ลง แต่อย่าเผลอเติมมากไปนะครับ เดี๋ยวจะลืมไม่ลงจริงๆ ร้านนี้แม่ผมชอบมากครับ เสียอย่างเดียวตรงที่ราคาแพงไปหน่อย

5.       ข้าวขาหมูอาเก๊า อยู่ที่ถนนศุภสารรังสรรค์เช่นกัน ร้านนี้ผมติดใจตรงที่ขาหมูเขาเป็นขาหมูครับ เขาไม่เอาส่วนอื่นมาทำ เนื้อนุ่มอร่อย กลิ่นหอม ได้กินกับพริกขี้หนูสดแล้ว ยิ่งได้ใจ เสียอย่างเดียวพริกขี้หนูเหี่ยวไปหน่อยเท่านั้นเอง น้ำซุปคุณภาพดีครับ ราคาไม่แพง

6.       ข้าวต้มนายยาว ร้านนี้เมื่อก่อนจิ๋มไม่ชอบเลย เพราะว่าร้านเขาดูอึดอัด คนแน่น ผมเลยอดกินไปด้วยทั้งๆที่ชอบมาก แต่เมื่อเขาย้ายไปตั้งที่ใหม่ใกล้โรงแรมบีพี เราเลยได้ไปกินอีกครั้ง ปรากฏว่าตอนนี้เธอได้พบว่าความอร่อยที่สัมผัสได้ว่าเป็นอย่างไรครับ เขาทำอร่อย เจ้าของร้านดูแลลูกค้าดีมาก มาเล่นกับเจ้าจ้าออกจะบ่อย เมนูอาหารมีหลากหลายให้เลือก สนนราคาก็ประมาณ หมื่นกว่าๆครับ (ฮา..เขาคิดเป็นสตางค์ ใครๆก็รู้กันครับ)

7.       ร้านอาหารกันเอง ร้านนี้หลายคนคงเคยได้ยินชื่อ เพราะว่ามีชื่อเสียงโด่งดังไกล อาหารอร่อย เสริฟเร็ว เมนูขึ้นชื่อคือกุ้งผัดสะตอกับกะปิ ลูกค้าเยอะมากครับ แต่ก็ไม่เคยเสียเวลา ส่วนมากเป็นคนสิงคโปร์ มาเลเซียมากินกันเป็นคณะ ดูเหมือนโรงอาหารเลยครับ แต่รสชาติระดับภัตตาคาร ราคาข้างถนน ต้องลองครับ

8.       ข้าวมันไก่คลองเตย ร้านนี้เป็นร้านข้าวมันไก่ที่ได้กินเป็นครั้งแรกเมื่อมาหาดใหญ่ เป็นครั้งแรกที่เห็นเขาขายไก่แยกจากข้าว (แบบว่าบ้านนอกครับ) รสชาติไก่ใช้ได้ทีเดียว ข้าวก็ร่วนนุ่ม นอกจากไก่แล้วเขายังมีหมูแดง ขาหมู ขายแยกอีกต่างหาก ราคาค่อนข้างแพงเพราะว่านักท่องเที่ยวชอบมากินกัน

9.       เกาเหลาเลือดหมู สาย 2 ร้านนี้ก็กินกันมานานมาก ตั้งแต่เป็นนักศึกษาแพทย์นู่น เขาขายตอนเช้าเท่านั้น ผมทราบมาว่าลูกชายเจ้าของร้านเป็นอาจารย์ศัลยแพทย์อยู่ที่ศิริราช เกาเหลาที่นี่อร่อยสุดๆครับ เป็นอีกร้านหนึ่งที่ครอบครัวเราไปกินเป็นประจำ เจ้าของร้านดูแลลูกค้าดีมากๆครับ เด็กเข้าเมื่อไหร่ ต้องเสริมเก้าอี้ให้ทุกครั้ง เลือดหมูอร่อย เครื่องในสดใหม่ เป็นร้านที่ต้องพาแขกไปกินครับ

10.    บะกุ๊ดเต๋ ร้านทิพย์นรินทร์ ถนนธรรมนูญวิถี ร้านนี้เมื่อก่อนผมกินแต่เตี้ยม (ติ่มซำ) ครับ แต่ตอนหลังพบว่าเขาทำอร่อยสู้ร้านอื่นไม่ได้ จึงไม่กินที่นี่ แต่กินเฉพาะบะกุ๊ดเต๋แทนครับ กินมานานมากแล้ว จิ๋มชอบมาก แม่และน้องสาวผมก็ชอบ เรียกว่ามาหาดใหญ่เมื่อไหร่ ต้องไปกินที่นี่

11.    แต่เตี้ยมร้านอารีย์ ถนนศุภสารรังสรรค์ ร้านนี้อยู่ใกล้ม.อ. เจ้าของเป็นสามีของพยาบาลห้องผ่าตัด เขามี 2 สาขา อีกที่อยู่ใกล้โรงแรมเจบี เป็นของพ่อเขา ซึ่งผมไม่ค่อยชอบไปกิน เพราะเขาเลี้ยงหมา แล้วชอบให้มาเดินเล่นในร้าน และจับต้องกันบ่อยๆ รับบ่ได้ แต่ที่นี่ไม่มีหมา แรกๆที่ไปกินก็เพราะอยากอุดหนุนติ๋ม (พยาบาล) แต่พบว่ารสชาติเขาดีครับ มีอาหารหลายชนิดให้เลือก ผมมักจะกินปลานึ่ง ก๋วยเตี๋ยวหลอด ขนมจีบ ตีนเป็ด (มีไม่บ่อย) และอีกหลายอย่างครับ ของขึ้นชื่อที่นี่คือน้ำจิ้มพริกสดครับ รสชาติเปรี้ยวจี๊ดจ๊าด ไม่เหม็นเขียวพริก บะกุ๊ดเต๋ก็มี แต่สู้ที่ทิพย์นรินทร์ไม่ได้ แต่อยากจะขอบอกว่า เดี๋ยวนี้พัฒนาขึ้นมากครับ อร่อยจนภรรยาผมซึ่งแสนจะกินยากออกปากชมว่า อร่อยกว่าทิพย์นรินทร์ซะอีก

ที่เขียนมานี้คือร้านข้างทางที่กินเป็นประจำตามประสาคนไม่ทำกับข้าวครับ ไม่นับรวมภัตตาคาร เหลาขึ้นชื่อนะครับ เพราะราคาก็จะแพงขึ้นไปอีกหลายขุม

วันนี้ไม่รู้เหมือนกันว่าเขียนเรื่องอาหารที่บ้านไปได้ยังไง คำตอบก็คงอยู่ที่ว่าคิดถึงอาหารไทยครับ อาหารที่นี่จืดชืด พริกก็ไม่เผ็ด มันเยอะมันย่อง ผักก็ขาดแคลนและแพง เห็นไหมครับว่าบ้านเราอุดมสมบูรณ์แค่ไหน น่าภูมิใจนะครับ

ปล. โทรศัพท์ไปบอกแม่แล้วว่า กลับบ้านเสาร์นี้ขอกินต้มผักกาดดอง ปลาทูทอด และน้ำพริกผักจิ้ม

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ผมเอง

คำสำคัญ (Tags)#แพทย์#หาดใหญ่#เรียนต่อ#ของกิน#สิงคโปร์

หมายเลขบันทึก: 120049, เขียน: 16 Aug 2007 @ 20:16, แก้ไข, 26 May 2012 @ 22:56, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 4, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (4)

Sasinand
เขียนเมื่อ 16 Aug 2007 @ 20:28

สวัสดีค่ะ

น่าจะเขียนคอลัมภ์ หมอธนพันธ์ชวนชิมนะคะ

คุIหมอคะ ดิฉันเป็นคนทำกับข้าวไม่เก่ง แค่ทำพอทานได้ ตอนไปอยู่LA. ทำกับข้าวจันทร์-พฤหัส วันศุกร์ eat outอย่างเดียว

แต่แปลกที่ลูกชายชอบทำกับข้าว และทำอร่อย มีรสมือมาก วันเกิดแม่ หรือวันพิเศษ เขาจะทำให้ทาน วันธรรมดา เขาไม่ว่าง

เวลาไปทานข้าวนอกบ้าน เขาต้องเลือกร้านที่อร่อย และเป็นสั่งอาหารเองหมด ถือว่าสั่งยังไง แม่ก็ต้องทาน เพราะทานอะไรง่ายมาก ขอให้สะอาด และมีประโยชน์

คุณหมอชอบทำกับข้าวหรือคะ แต่ที่แน่ๆ ชอบเสาะหาของกินแน่นอน sure!!!

สวัสดีครับคุณ P

ผมเป็นนักกินครับ แต่โชคไม่ค่อยดีที่ลูกและภรรยาไม่ช่างกินเอาเสียเลย แต่ก็กลายเป็นดีไปที่ทำให้ไม่อ้วน (ฮา)

ผมทำกับข้างเก่งครับ (ยกหางตัวเองครับ) ทำได้เรื่อยๆ ผสมปนเปกันไป ไม่เคยตรงตามตำรา ไม่เคยเปิดตำรา ลูกสาวทั้ง 2 คนก็ชอบกินที่พ่อเธอทำ โดยเฉพาะผัดถั่วงอกไฟแดง เต้าหูทอดกินกับน้ำเกลือผสมกุยช่าย ซุปผสมปนเป อันนี้ตั้งชื่อเอง เพราะสามารถสรรหาอะไรก็ไม่รู้มาใส่ในซุป รับรองว่ากินได้ อร่อยและคุณค่าเพียบครับ

เมื่อก่อนได้ปลาไหลมา ก็จัดการทำแล้วเรียกพ่อให้กลับมาจากบริษัทตอนเที่ยงเพื่อกินผัดเผ็ดปลาไหลของลูกชาย เอ้ย..ที่ลูกชายทำ

สิ่งที่ผมภูมิใจมากก็คือ ได้ทำยำเห็ดนางฟ้า ให้ตา (สามีของน้องสาวยายแท้ๆ) กินก่อนท่านจะเสียชีวิตจากโรคตับวายเรื้อรัง ท่านเอ่ยมาว่า อยากกินที่ผมทำเท่านั้น และก็ได้กินสมใจ จนทุกวันนี้ก็มีเรื่องเล่าติดตลกว่า กินของผมเสร็จท่านก็เสียชีวิตเลย (ว่าไปนั่น)

เรื่องการหาของกินนั่นแหละที่เป็นปัญหาของผมมาก เพราะหลายคนที่ไปด้วยกัน มักจะรอผมทั้งนั่น เลยกลายเป็นภาระ ต้องคิดที่กิน คิดรายการอาหาร อยู่เรื่อยๆ นี่ตั้งแต่ผมมาที่สิงคโปร์ สามคม luncheon วันพุธของภาควิชาสลายตัวไปชั่วคราวเลยครับ บ่นๆอยู่เหมือนกันว่าคิดถึงผมมากก็เรื่องกินนี่แหละ

คุณP ไปหาดใหญ่เมื่อไหร่ บอกได้เลยครับ จะพาไปกินหลายที่ทีเดียว ยิ่งกินไม่ยากนี่ผมยิ่งชอบใหญ่ ไปให้ได้นะครับ

โอ๋-อโณ
เขียนเมื่อ 17 Aug 2007 @ 00:32

อ.หมอแป๊ะมีเอกลักษณ์ใหม่เพิ่มขึ้นอีกอย่างแล้วค่ะ เห็นแล้วอดขำไม่ได้ค่ะ เพิ่งเคยเห็นนี่แหละ เขียนบันทึกเสร็จมีการ"ป.ล."ด้วย เท่ห์ไม่เหมือนใครจริงๆ

ร้านต่างๆที่อาจารย์เล่ามา เป็นระดับ"โปรๆ"ทั้งนั้นเลยนะคะ รู้สึกว่าคนม.อ.เรา "คุณพ่อบ้าน" จะเป็นคนทำอาหารเก่ง และเป็น"นักชิม"กันเยอะนะคะ 

ขอบคุณบันทึกที่ทำให้ได้หัวเราะก่อนนอนนี้นะคะ

สวัสดีครับพี่โอ๋

แสดงว่าพี่ก็เป็นนักชิมเหมือนกัน จึงได้รู้จักเช่นผม

แต่ว่าร้านเหล่านี้ ถึงไม่เป็นนักชิมก็รู้จักนะครับ