พัฒนาตนเองด้วย KM

ป้านาง
  KM คือความภาคภูมิใจ  

วันนี้ได้มีโอกาสเล่าเรื่อง การทำกิจกรรม KM ของโรงเรียนจ่านกร้องอีก หลังจากที่เสร็จสิ้นภาระกิจงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนภาคเหนือระหว่างวันที่ 8-10 สิงหาคม 2550 ที่จังหวัดพิษณุโลกเป็นเจ้าภาพแล้ว กิจกรรม KM ที่ป้านางนำมาจัดที่จ่านกร้องนั้น เริ่มจากการหาแนวร่วมของครูที่เป็นนักจัดการความรู้ 5 คนที่มีความรู้ความเข้าใจ KM บ้างแล้ว แต่ละคน มีหัวปลาอยู่ในใจซึ่งไม่ซ้ำกันเพราะปรึกษาร่วมกันก่อนแล้วทั้ง 5 คนก็ไปหาสมาชิกจากครูและนักเรียน จ่านกร้องที่เป็นผู้ปฏิบัติจริงในหัวปลานั้น ๆ นักจัดการความรู้แต่ละคนจะไปชักชวนให้มาร่วมกิจกรรม โดยสมาชิกทุกคนมีความสมัครใจ สนใจทำกิจกรรม KM เพราะในช่วงที่นักจัดการความรู้ของเรากำลังหาแนวร่วมอยู่ ป้านางก็ได้แจ้งในที่ประชุมครู เกี่ยวกับ KM อธิบายความสำคัญพอสังเขปแล้วก็ทำเอกสารเกี่ยวกับ การจัดการความรู้แจกครูทุกคนด้วย เพื่อให้ครูได้ศึกษาเป็นพื้นฐาน ก็ได้ผลทำให้มีครูสนใจเข้าร่วมกิจกรรม KM ตามเป้าหมาย เมื่อได้จำนวนครูที่จะเข้าร่วมกิจกรรมแล้ว ป้านางได้ปรึกษาหารือกับผู้อำนวยการ องอาจ สุขแสงสุวรรณ และท่านรองฯ อีก 3 ท่าน ซึ่งรับการตอบรับและให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี  ท่าน ผอ.สนับสนุนอนุม้ติเงินในส่วนของงบบริหารให้ดำเนินการจัดประชุมและค่าวัสดุอุปกรณ์อย่างเพียงพอ ทำให้ทีมงานนักจัดการความรู้ทุกคน มีกำลังใจกันมากขึ้น ระหวางที่ป้านางกับทีมงาน กำลังจัดเตรียมการทำกิจกรรม KM อยู่นั้น ป้านางก็โดนแซวว่า เป็นท่านรองฯ MK ป้านางก็ยิ้มรับตอบว่า อร่อยดี ก็เป็นที่สนุกสนาน มีความสุขในการทำงาน แล้วเราก็ได้เริ่มจัดประชุมกิจกรรม KM กันครั้งแรก เมื่อวันที่ 28 กรกฏาคม 2549 หัวปลาที่เราตั้งไว้ ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของเรา นำมาทำกิจกรรม KM มี 5 เรื่องด้วยกันคือ

1. วิธีการสอนพระพุทธศาสนาให้ประสบความสำเร็จ

2. เทคนิคการฝึกซ้อมกีฬาเทควันโดสู่ความสำเร็จ

3. ความสำเร็จของ JR Band

4. การเรียนภาษาอังกฤษให้สนุก

5. หนทางสู่ความสำเร็จของครูมืออาชีพ

    วันต่อไปป้านางจะเล่าต่อว่า สมาชิก KM ทั้ง 5 กลุ่มนี้ทำอะไรกันบ้าง 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การพัฒนาสู่อนาคต

คำสำคัญ (Tags)#การจัดการความรู้ในโรงเรียน#km คือความภาคภูมิใจ

หมายเลขบันทึก: 120038, เขียน: 16 Aug 2007 @ 18:32, แก้ไข, 11 Feb 2012 @ 19:56, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (0)