องค์กรจำนวนมากประสบปัญหาในเรื่องของการพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่องในการรักษาจุดแข็งหรือความได้เปรียบในการแข่งขันขององค์กรให้ดำรงอยู่ในองค์กรอย่างถาวร  การพัฒนาองค์กรส่วนใหญ่มักขึ้นอยู่กับบุคคลบางกลุ่มเท่านั้น และเมื่อกลุ่มบุคคลที่มีบทบาทต่อความสำเร็จขององค์กรเหล่านี้ได้ออกจากองค์กรไปไม่ว่าจะเป็นด้วยเหตุผลประการใดก็ตาม ความรู้และความเชี่ยวชาญต่าง ๆ ที่เคยเป็นส่วนที่สร้างความแข็งแกร่งขององค์กรมักจะหายไปพร้อมกับบุคคลดังกล่าวด้วย ในกรณีเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อองค์กรอย่างมาก บางองค์กรอาจถึงกับวิกฤตทำให้องค์กรประสบกับปัญหาอาจถึงขึ้นที่ต้องเลิกดำเนินการเลยก็มี ปัญหาเหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องของการจัดการความรู้ทั้งสิ้น ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้เนื่องจากองค์กรไม่สามารถเปลี่ยนความรู้ที่มีอยู่ในบุคลากร (Personal knowledge) ให้กลายมาเป็นความรู้ขององค์กร (Organizational knowledge) ที่สามารถถ่ายทอดให้กับบุคลากรอื่นในองค์กรได้เพื่อให้องค์กรสามารถดำรงอยู่ได้โดยไม่ต้องขึ้นอยู่กับบุคคลบางกลุ่มเท่านั้น

     การจัดการความรู้สามารถแบ่งออกเป็นกระบวนการย่อย ๆ ได้ดังนี้

               1.  การกำหนดความรู้และแหล่งของความรู้ (Knowledge identification)

               2.  การแสวงหาความรู้จากภายนอก (Knowledge acquisition)

               3.  การพัฒนาหรือสร้างองค์ความรู้ใหม่ (Knowledge creation/development)

               4.  การผสานความรู้ต่าง ๆ เข้าด้วยกัน (Knowledge integration)

               5.  การถ่ายทอดความรู้ (Knowledge transfer)

               6.  การจัดเก็บความรู้ในรูปแบบต่าง ๆ (Knowledge storage and maintenance)

        การจัดการความรู้มีความสำคัญต่อความอยู่รอดของบุคคลและองค์กรในปัจจุบัน เพียงแต่เน้นการทำงานและการใช้งานให้เป็นกระบวนการที่เน้นในเรื่องของความรู้ทั้งรูปธรรมและนามธรรมให้มากยิ่งขึ้น รวมทั้งช่วยกันสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้