ความเชื่อของคนไข้...ขณะนอนรักษาในโรงพยาบาล

วันนี้ 13 สิงหาคม 2550 ฉันได้รับรายงานจากน้องพยาบาลว่า

คนไข้ ชายไทยวัย 56 ปี นอนอยู่ในห้องแยกเพื่อป้องกันการติดเชื้อ นอนมาประมาณ เกือบ 2 สัปดาห์แล้ว

ตอนย้ายเขาไปที่ห้องแยกนี้ใหม่ๆ คนไข้บอกว่า นอนหลับแล้วฝันร้ายทั้งคืน

ฝันว่ามีคนหน้าตาน่ากลัวมาหาและยืนอยู่ปลายเตียง ต้องสะดุ้งตื่นตลอด

พยาบาล...เข้าไปพูดคุยซักถามและพูดปลอบใจ แนะนำผู้ป่วยให้อ่านหนังสือหรือดูทีวีก่อนนอน แต่อาการฝันร้ายไม่ดีขึ้น

พยาบาลจึงรายงานให้แพทย์ทราบ 

แพทย์มาสั่งให้งดยานอนหลับ เพราะอาจเป็นสาเหตุให้ฝันร้ายได้

แต่หลังจากงดยานอนหลับแล้ว  แต่อาการฝันร้ายก็ไม่ดีขึ้น

พยาบาลเลยใช้หลักการ  ที่คนไข้เคยบอกต่อกันมาว่า....

เมื่อเรามานอนเตียงที่โรงพยาบาล

คนไข้จะต้องใช้เงินซื้อเตียงก่อน 1-3 บาท 

 โดยวางไว้ที่หัวเตียง

 และซื้อพวงมาลัยมาแขวนที่หัวเตียง

เชื่อหรือไม่ !

หลังจากวันนั้น..   คนไข้ของฉันไม่ฝันร้ายอีกเลย

คนไข้...หยุดฝันร้าย..ด้วยการใช้เงินซื้อเตียง

เมื่อเช้าฉันไปเยี่ยมที่เตียง  เพื่อพูดคุยซักถาม

คนไข้บอกว่า.. ไม่ฝันร้ายแล้ว

ฉันแนะนำ.. คนไข้ต่ออีกว่า ให้สวดมนต์ก่อนนอน จิตใจจะได้สงบ

และฉันแนะนำน้องพยาบาลว่า

วันพุธบ่าย ช่วยนิมนต์พระอาจารย์จากสำนักเวฬุวัน ที่มานำกลุ่มวิปัสสนาเยียวยารักษาใจ ช่วยไปเยี่ยมคนไข้ที่เตียงด้วย

ฉันวิเคราะห์ว่า....

การเข้าห้องแยก คนไข้นอนคนเดียวหลายวัน

อาจทำให้ผู้ป่วยเหงา ว้าเหว่ เกิดความรู้สึกถูกแยกออกจากเพื่อน (Sensory deprivation)

พอนอนหลับก็ฝันร้ายได้

การนำธรรมมะมาช่วยบำบัด.....

ทำให้คนไข้รู้สึกอบอุ่น และลดความวิตกกังวลลงได้ ทำให้หยุดฝันร้ายได้ค่ะ