1. ต้องให้ครูพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง และผูกกับการได้ต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ2. ต้องปรับวิธีการพัฒนาครูจากภาพรวมศูนย์พัฒนาทั่วทั้งประเทศ มาเป็นการพัฒนาระยะสั้นในแต่ละโรงเรียนโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน3. ต้องให้รางวัลแก่ผู้มีความก้าวหน้าในวิชาชีพระบบการพัฒนาวิชาชีพผู้ประกอบวิชีพทางการศึกษา ได้กำหนดหลักการในการพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพดังนี้1. กรอบการพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา รูปแบบการพัฒนา แนวทางการดำเนินการพัฒนา2. ยุทธศาสตร์การพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา การพัฒนาอย่างต่อเนื่องของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา การสร้างวัฒนธรรมการทำงานและสร้างและสั่งสมความรู้ การสร้างวัฒนธรรมการประเมินเพื่อพัฒนาตนเอง3. เส้นทางความก้าวหน้าของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา เส้นทางการพัฒนาวิชาชีพ เส้นทางความก้าวหน้าของผ็ประกอบวิชาชีพมาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา มาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษาหมายถึง ข้อกำหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะและคุณภาพที่พึงประสงค์ในการประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ซึ่งผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาต้องประพฤติปฏิบัติตาม เพื่อให้เกิดคุณภาพในการประกอบวิชาชีพ สามารถสร้างความเชื่อมั่นศรัทธาให้แก่ผู้รับบริการจากวิชาชีพได้ว่าเป็นบริการที่มีคุณภาพ พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 มาตรา 49 กำหนดให้มีมาตรฐานวิชาชีพ 3 ด้าน ประกอบด้วย 1. มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิขาชีพ หมายถึง ข้อกำหนดเกี่ยวกับความรู้และประสบการณ์ในการจัดการเรียนรู้ จัดการศึกษา ซึ่งกำหนดสำหรับผู้ที่จะเข้ามาประกอบวิชาชีพจะต้องมีความรู้และมีประสบการณ์วิชาชีพเพียงพอที่จะประกอบวิชาชี จึงจะสามารขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเพื่อใช้เป็นหลักฐานแสดงว่าเป็นบุคคลผู้มีความรู้ ความสามารถ และมีประสบการณ์พร้อมที่จะประกอบวิชาชีพทางการศึกษาได้2. มาตรฐานการปฏิบัติงาน หมายถึงข้อกำหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะหรือการแสดงพฤติกรรมการปฏิบัติงานหรือการพัฒนางาน ซึ่งผู้ประกอบวิชาชีพจะต้องปฏิบัติงานในวิชาชีพให้เกิดผลเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด 3. มาตรฐานการปฏิบัติตน หมายถึงจรรยาบรรณวิชาฃีพที่กำหนดขึ้นเป็นแบบแผนในการประพฤติตน ซึ่งผุ้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาต้องปฏิบัติตามมาตรฐานและประสบการณ์วิชาชีพ1. มาตรฐานความรู้และประสบการณ์ 1.1 มาตรฐานความรู้ มีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญาตรีทางการศึกษา หรือเทียบเท่า หรือคุณวุฒิอื่นที่คุรุสภารับรองโดยมีความรู้ดังต่อไปนี้ 1. ภาษาและเทคโนโลยีสำหรับครู 2. การพัฒนาหลักสูตร 3. การจัดการเรียนรู้ 4 จิตวิทยาสำหรับครู 5. การวัดและประเมินผลทางการศึกษา 6. การบริหารจัดการในท้องถิ่น 7. การวิจัยทางการศึกษา 8 นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา 9. ความเป็นครู 1..2 มาตรฐานประสบการณ์วิชาชีพ ผ่านการสอนในสถานศึกษาตามหลักสูตรปริญญาทางการศึกษาไม่น้อยกว่า 1 ปี และผ่านเกณฑ์การประเมินการปฏิบัติการสอนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนดดังนี้ 1. การฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน 2. การปกิบัติการสอนในสถานศึกษาในสาขาวิชาเฉพาะ2. มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพผู้บริหาร 2.1 มาตรฐานความรู้ 2.1.1 มีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางบริหารการศึกษา หรือเทียบเท่า หรือคุณวุฒิอื่นที่คุรุสภารับรอง โดยมีความรู้ดังต่อไปนี้ 1. หลักและกระบวนการบริหาร 2. นโยบายและการวางแผนการศึกษา 3. การบริหารด้านวิชาการ 4. การบริหารด้านธุรการ การเงิน พัสดุ และอาคารสถานที่ 5. การบริหารงานบุคคล 6. การบริหารกิจการนักเรียน 7 การประกันคุณภาพการศึกษา 8. การบริหารจัดการเทคโนโลยีและสารสนเทศ 9. การบริหารประชาสัมพันธ์ และความสัมพันธ์ชุมชน 10. คุณธรรมจริยธรรมสำหรับผู้บริหารสถานศึกษา 2.1.2 ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรการบริหารสถานศึกษาที่คณะกรรมการคุรุสภารับรอง2.2 มาตรฐานประสบการณ์วิชาชีพ 1. มีประสบการณ์ด้านปฏิบัติการสอนมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี หรือ 2. มีประสบการณ์ด้านปฏิบัติการสอน และต้องมีประสบการณ์ในตำแหน่งหัวหน้าหมวดหรือหัวหน้าสาย หรือหัวหน้างานหรือตำแหน่งบริหารอื่นๆในสถานศึกษามาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี3. มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพผู้บริหารการศึกษา3.1 มาตรฐานความรู้ 3.1.1 มีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางบริหารการศึกษา หรือเทียบเท่า หรือคุณวุฒิอื่นที่คุรุสภารับรอง โดยมีความรู้ดังต่อไปนี้ 1. หลักและกระบวนการบริหาร 2. นโยบายและการวางแผนการศึกษา 3. การบริหารด้านวิชาการ 4. การบริหารด้านธุรการ การเงิน พัสดุ และอาคารสถานที่ 5. การบริหารงานบุคคล 6. การบริหารกิจการนักเรียน 7 การประกันคุณภาพการศึกษา 8. การบริหารจัดการเทคโนโลยีและสารสนเทศ 9. การบริหารประชาสัมพันธ์ และความสัมพันธ์ชุมชน 10. คุณธรรมจริยธรรมสำหรับผุ้บริหารสถานศึกษา 3.1.2 ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรการบริหารสถานศึกษาที่คณะกรรมการคุรุสภารับรอง3.2 มาตรฐานประสบการณ์วิชาชีพ 1. มีประสบการณ์ด้านปฏิบัติการสอนมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี หรือ 2. มีประสบการณ์ในตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษามาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี หรือ 3. มีประสบการณ์ในตำแหน่งผู้บริหารนอกสถานศึกษาที่ไม่ต่ำกว่าระดับกองหรือเทียบเท่ากองมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี หรือ 4. มีประสบการณ์ในตำแหน่งบุคคลากรทางการศึกษาอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวงมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี หรือ 5. มีประสบการณ์ด้านการสอนและมีประสบการณ์ในตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้บริหารการศึกษา หรือบุคคลากรทางการศึกษาอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวงรวมกันมาแล้วไม่น้อยกว่า 510 ปี มาตรฐานการปฏิบัติงาน1. มาตรฐานการปฏิบัติงานของครู มาตรฐานที่ 1 ปฏิบัติกิจกรรมทางวิชาการเกี่ยวกับการพัฒนาวิชาชีพครูอยู่เสมอ มาตรฐานที่ 2 ตัดสินใจปฏิบัติกิจกรรมต่างๆโดยคำนึงถึงผลที่จะเกิดแก่ผุ้เรียน มาตรฐานที่ 3 มุ่งมั่นพัฒนาผู้เรียนให้เต็มศักยภาพ มาตรฐานที่ 4 พัฒนาแผนการสอนให้สามารถปฏิบัติได้เกิดผลจริง มาตรฐานที่ 5 พัฒนาสื่อการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพอยู่เสมอ มาตรฐานที่ 6 จัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยเน้นผลถาวรที่เกิดแก่ผุ้เรียน มาตรฐานที่ 7 รายงานผลการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนได้อย่างมีระบบ มาตรฐานที่ 8 ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้เรียน มาตรฐานที่ 9 ร่วมมือกับผู้อื่นในสถานศึกษาอย่างสร้างสรรค์ มาตรฐานที่ 10 ร่วมมือกับผู้อื่นในชุมชนอย่างสร้างสรรค์ มาตรฐานที่ 11 แสวงหาและใช้ข้อมูลข่าวสารในการพัฒนา มาตรฐานที่ 12 สร้างโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ในทุกสถานการณ์2. มาตรฐานการปฏิบัติงานของผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารการศึกษา มาตรฐานที่ 1 ปฏิบัติกิจกรรมทางวิชาการเกี่ยวกับการพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษา มาตรฐานที่ 2 ตัดสินใจปฏิบัติกิจกรรมต่างๆโดยคำนึงถึงผลที่เกิดกับการพัฒนาของบุคลากร ผู้เรียน และชุมชน มาตรฐานที่ 3 มุ่งมั่นพัฒนาผู้ร่วมงานให้สามารถปฏิบัติงานได้เต็มศักยภาพ มาตรฐานที่ 4 พัฒนาแผนงานขององค์กรให้สามารถปฏิบัติได้เกิดผลจริง มาตรฐานที่ 5 พัฒนาและใช้นวัตกรรมการบริหารจนเกิดผลงานที่มีคุณภาพสูงขึ้นเป็นลำดับ มาตรฐานที่ 6 ปฏิบัติงานองค์กรโดยเน้นผลถาวร มาตรฐานที่ 7 รายงานผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาได้อย่างมีระบบ มาตรฐานที่ 8 ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี มาตรฐานที่ 9 ร่วมมือกับชุมชนและหน่วยงานอื่นอย่างสร้างสรรค์ มาตรฐานที่ 10 แสวงหาและใช้ข้อมูลข่าวสารในการพัฒนา มาตรฐานที่ 11 เป็นผู้นำและผู้สร้าง มาตรฐานที่ 12 สร้างโอกาสในการพัฒนาได้ทุกสถานการณ์
หลักการพัฒนาวิชาชีพทางการศึกษา
“คุรุสภาเป็นองค์กรหลักในการพัฒนาวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษาตามมาตรฐานและจรรยาบรรณของวิชาชีพ”
ด้วยเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มุ่งปฏิรูปการศึกษาโดยการพัฒนาวิชาชีพทางการศึกษาและพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542และที่แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่2) พ.ศ. 2545 ให้มีองค์กรวิชาชีพเพื่อทำหน้าที่กำหนดมาตรฐานวิชาชีพ ตลอดจนการพัฒนาวิชาชีพทั้งครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษาและบุคลากรทางการศึกษาอื่น องค์กรวิชาชีพดังกล่าว เป็นองค์กรตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา
จากปาฐกถาพิเศษเรื่อง “การเสาะหาหนทางสู่การศึกษาคุภาพการผลิตพัฒนาครูในงานวันครูโลก 5 ต.ค. 2547 ณ. หอประชุมคุรุสภา ดร. เชลดอน เชฟเฟอร์ ผู้อำนวยการสำนักการศึกษาภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิก อง๕การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ( UNESCO) ได้แนวคิดเกี่ยวกับหลักการสำคัญในการพัฒนาครูให้เกิดความเข้มแข็งดังนี้
หลักการสำคัญในการพัฒนาครู
ครูต้องมีมาตรฐานการปฏิบัติงานดังนี้คือ
มาตรฐานที่ 1 ปฏิบัติกิจกรรมทางวิชาการเกี่ยวกับการพัฒนาวิชาชีพครูอยู่เสมอ
มาตรฐานที่ 2 ตัดสินใจปฏิบัติกิจกรรมต่างๆโดยคำนึงถึงผลที่จะเกิดแก่ผุ้เรียน
มาตรฐานที่ 3 มุ่งมั่นพัฒนาผู้เรียนให้เต็มศักยภาพ
มาตรฐานที่ 4 พัฒนาแผนการสอนให้สามารถปฏิบัติได้เกิดผลจริง
มาตรฐานที่ 5 พัฒนาสื่อการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพอยู่เสมอ
มาตรฐานที่ 6 จัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยเน้นผลถาวรที่เกิดแก่ผุ้เรียน
มาตรฐานที่ 7 รายงานผลการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนได้อย่างมีระบบ
มาตรฐานที่ 8 ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้เรียน
มาตรฐานที่ 9 ร่วมมือกับผู้อื่นในสถานศึกษาอย่างสร้างสรรค์
มาตรฐานที่ 10 ร่วมมือกับผู้อื่นในชุมชนอย่างสร้างสรรค์
มาตรฐานที่ 11 แสวงหาและใช้ข้อมูลข่าวสารในการพัฒนา
มาตรฐานที่ 12 สร้างโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ในทุกสถานการณ์