สนุกมากๆ ได้ทั้งสาระ ความรู้ กับกิจกรรมการจัดการความรู้รอบที่สองของชาวสำนักหอสมุด

                 เมื่อวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๕๕๐ที่ผ่านมาชาวสำนักหอสมุด ได้เรียนเชิญ หมอพิชิต รองคณบดีคณะทันตแพทย์ มาจัดกิจกรรมการจัดการความรู้ให้กับบุคลากรสำนักหอสมุด โดยงานนี้มีคุณวันเพ็ญ เป็นหัวเรือใหญ่ในการดำเนินการ และทีมสนับสนุน เช่น แก่นจัง  และอีกหลายๆคน

               โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้เป็นอีกครึ่งหนึ่งของบุคลากรที่เหลือที่ยังไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมจากครั้งที่แล้ว ที่เชิญ อ.สมลักษณ์(Beesman) มาจัดกิจกรรมเคเอ็ม และส่วนหนึ่งเป็นทีมงาน ฟาน้อย ฟาใหญ่ที่เคยไปจัดกิจกรรมเคเอ็มให้กับหน่วยงานภายนอก มีประสบการณ์กันมาแล้ว แต่คราวนี้ผมขอให้พวกเราเข้าร่วมกิจกรรมเรียนรู้ และถอดประสบการณ์จากกิจกรรมที่ หมอพิชิตจัดให้กับพวกเราร่วมกัน

                แต่ว่าวันนี้เป็นอีกวันที่ฝนตกหนักมากๆ ตกทั้งวัน เจ้าต้อย กับตุ้ม แซวผมว่าเพราะอาจารย์เข้าสำนักหอสมุดฝนเลยตกหนัก เพราะผมหายไป 7 วันตั้งแต่พฤหัสฯ ที่แล้ว ชีพจรลงเท้า ตลอด แต่พอเก้าโมงเช้า ทุกคนก็พร้อมกันที่ห้องประชุมเอนกประสงค์ของเราที่ชั้น ๔ ซึ่งวันนี้ไม่มีโต๊ะประชุมให้เกะกะ ขวางกั้นอันเป็นอุปสรรคในการพูด คุย ลุก กลิ้ง นอน

บางคนที่รู้จัก KM ก็ยิ้มแย้มแจ่มใส บางคนที่ไม่รู้ว่าจะเจออะไรก็นั่งหน้าเครียด!!

                หมอพิชิต หอบกระเป๋าไป ใหญ่ ใส่โน้ตบุ๊ค ไอพอดสำหรับเปิดเพลง และที่สำคัญ ผมไม่รู้ว่าจะเรียกอะไรดี เพราะดูรูปร่างแล้วไม่เหมือนระฆัง แต่เหมือน ถ้วยที่ทำจากโลหะทองเหลือง พร้อมที่เคาะ เหมือนกับพระจีน พระญี่ปุ่นใช้เคาะจังหวะเวลาสวดมนต์ เวลาเคาะทีหนึ่งเสียงใสและกังวานมากๆ ซึ่งหมอพิชิต ใช้เป็นเครื่องมือในการเรียกสติ เรี่ยกสมาธิพวกเรากลับมาเวลาที่ต้องการให้พวกเราหยุด คุยกันหันมาสนใจวิทยากร

อ.พิชิต ถือระฆัง !!!

             เริ่มแรกจากหมอพิชิตให้พวกเราเดินไปเดินมาในห้องพร้อมกับเปิดเพลง และให้หยุดเมื่อเพลงจบ ซึ่งพวกเราก็งงๆ กันว่า ให้เดินทำไม เพราะกิจกรรมในวันนี้ไม่มีใครรู้สักคนว่า หมอพิชิตจะดำเนินกิจกรรมอย่างไรบ้าง

เดินไปรอบๆโดยไม่ต้องสบตาใครแต่มีบางคนยิ้มให้กล้องชูสองนิ้วอยู่

            หลังจากที่หยุดและอยู่ใกล้คนที่อยู่ใกล้เราที่สุด หมอก็ให้เราพูดคุยแนะนำตัวกัน โดยที่เป็นการฝึกการเล่าเรื่อง และการฟังอย่างตั้งใจ เสียงคนกว่า ๓๗ คุยกันอย่างเซ็งแซ่ในห้องเล็กๆ ซึ่งถ้าสมาธิไม่ดี รับรองไม่ได้ยินคู่สนทนาแน่นอน เพราะหมอพิชิตให้คนฟังสะท้อนกลับเรื่องเล่าของคู่สนทนาเรากลับไป

ทำไมต้องจ้องขนาดนี้ ผู้หญิงก็เขินสิ

            แม้ว่าเราจะนั่งทำงานอยู่ด้วยกัน เจอกันทุกวัน แต่เรื่องเล่าของนะรัตร์ เกี่ยวกับชีวิตในวัยเด็กที่เกเร กับสะท้อนความรู้สึกและทำให้ผมรู้สึกเหมือนไม่น่าเชื่อเลยว่า นะรัตร์ที่แสนจะเรียบร้อย เงียบๆ จะเกเรได้

           นอกจากนี้ หมอยังให้พวกเรารวมกลุ่มกันและเล่าเรื่องของเพื่อนที่เล่าให้ฟังเล่าให้คนในกลุ่มฟัง ทำให้ผมได้รู้จักกับชีวตของรุ่ง และชีวิตของน้าจิม ที่ผมเข้าใจผิดมาตลอดว่าสองคนนี้เป็นพ่อลูกกัน แต่ความจริงแล้วรุ่งมาทำงานที่สำนักหอสมุด และได้น้าจิมช่วยเหลือชวนให้ไปอยู่บ้าน จนสองคนนี้นับถือกันเหมือนเป็นพ่อเป็นลูก ซึ่งตอนที่น้าจิพูดถึงชีวิตของรุ่ง ผมก็เห็น น้ำตาคลอเบ้าที่อยู่ในตาแดงๆ ของลูกผู้ชายที่ชื่อรุ่งด้วย

รุ่ง น้าจิม นะรัตน์ และผม

          หลังจากเบรกเข้ามา หมอพิชิต ก็ให้พวกเราเข้ากลุ่มตามลักษณะนิสิยการทำงาน คือแบ่งออกเป็นทิศ

         ทิศเหนือ เป็นกระทิง คนที่ทำงานที่มีนิสัยแบบนี้ จะมุ่งเอาเป้าหมายของงานเป็นที่ตั้ง คือมุ่งแต่ความสำเร็จ ไม่สนใจเพื่อนร่วมงานว่าจะมีความรู้สึกอย่างไร ดังนั้นบางครั้งผู้ร่วมงานก็จะโดนกระทิงขวิดเอาบ้าง (ผมเห็นวันเพ็ญเลือกเข้ากลุ่มนี้)

          ทิศใต้ เป็นหนู คนที่ทำงานแบบหนู จะเป็นคนที่แคร์ความรู้สึกของคน ของเพื่อนร่วมงาน เป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ดี คนเป็นหนูทำงานนะ แต่ก็จะสนใจชีวิตของเพื่อนร่วมงานด้วย จะตัดสินใจแต่ละเรื่องต้องถามคนโน้น ถามคนนี้ จนรู้สึกว่าบางคนที่ทำงานเหมือนหนูดูเหมือนเป็นคนไม่กล้าตัดสินใจ (คนในห้องสมุดส่วนใหญ่ร้อยละ 70 เข้ากลุ่มนี้)

        ทิศตะวันออก (E) เป็นหมี คนที่ทำงานแบบหมี จะเป็นคนอยู่ในกรอบในระเบียบ ชอบที่จะทำงานตามระบบตามระเบียบ (พี่เนตร พี่ดารณี แมว เลือกเข้ากลุ่มนี้)

          ส่วนทิศตะวันตก (W)  เป็นนกอินทรี ผู้บริหารแบบนกอินทรี จะเห็นภาพกว้างเพราะบินสูง จะเห็นภาพรวมของงานทั้งหมด ชอบที่จะคิด ชอบวางแผน แต่ผู้บริหารแบบนกอินทรี ก็จะบินมาก แล้วก็สั่งๆๆ แล้วก็บินไป ดังนั้นผู้บริหารแบบนกอินทรี ดูเหมือนเค้าจะเป็นคนชอบคิด ชอบสั่ง มากกว่าชอบลงมือทำ (ผมกับพี่อ๋า เลือกเข้ากลุ่มนี้)

           แล้วหมอก็ให้พวกเราคิดร่วมกัน ว่าจะให้ กระทิง หนู หมี และอินทรีทำงานร่วมกันอย่างมีความสุขได้อย่างไร ซึ่งเราก็คิดกันออกมาได้หลากหลาย

เข้ากลุ่ม

         (เอ..เขากำลังพูดเรื่องการเมืองกันอยู่รึเปล่านะ)

                ซึ่งกิจกรรมนี้เป็นช่วงเช้าเท่านั้น ยังมีกิจกรรมช่วงบ่ายต่ออีก ที่พวกเราสวมวิญญาณเป็น นางเอ๊ก นางเอก และก็นางอิจฉากัน