ใกล้วันแม่ อยากเขียนอะไรที่เป็นแรงบันดาลใจให้ตัวเองและคนอื่นที่ได้อ่านได้ทำเรื่องง่ายๆ แต่ยิ่งใหญ่เพื่อแม่บ้าง
นักศึกษาในโครงการมหาวิทยาลัยชีวิตคนหนึ่ง ชื่อ ด.ต.เชาวฤทธิ์ สุคนธา ได้ทำสิ่งหนึ่งที่ผมเห็นว่าเขาได้“ใช้เงินลงทุน”กับสิ่งที่“สำคัญ”และ“ไม่เร่งด่วน”ในชีวิต (ค่อยทำค่อยไป – ทำอย่างสบายๆ ให้ผลตอบแทนกลับมามากกว่าสิ่งที่เป็นตัวเงิน) ที่“ฉลาด”และ“คุ้มค่า” ตามที่บรรดาผู้รู้หรือ “กูรู” (ครู) ทางการเงินและการลงทุนทั้งโลกแนะนำไว้(การสอนวิชาการวางเป้าหมายและแผนพัฒนาคุณภาพชีวิต ทำให้ผมต้องอ่านหนังสือแนวการจัดการการเงิน การจัดการเวลา การจัดระบบระเบียบชีวิต ของกูรูทั้งหลายมากเป็นพิเศษ เพิ่งสังเกตบนโต๊ะว่า ตอนนี้มีหนังสือแนวนี้มากขนาดเวลาวางเรียงซ้อนกันแล้วสูงท่วมหัว - เป็นการพยายามเรียนรู้จากประสบการณ์ของคนอื่นด้วย)
เมื่อเดือนที่แล้ว ผมไปสอนที่ จ.พะเยา ด.ต.เชาวฤทธิ์ สุคนธา นักศึกษาศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิต อ.เชียงคำ-ภูซาง เล่าว่า เขาซื้อรถจักรยานอย่างดีมีเกียร์ด้วยมาคันหนึ่ง ราคา ๓.๐๐๐ บาท เพื่อถีบไปทำงานแทนที่จะขับรถกระบะไปอย่างที่เคยทำมา
ด.ต.เชาวฤทธิ์ สุคนธา กับจักรยานที่ขี่ไปทำงาน
ระยะทางจากบ้านถึงกองร้อย ตชด.๓๒๖ ที่ทำงาน ๓ กิโลเมตร รวมไปกลับ ๖ กิโลเมตร วันไหนกลับมากินข้าวเที่ยงที่บ้านก็ ๑๒ กม. โดยรถก็ยังใช้อยู่ แต่ใช้เฉพาะเท่าที่จำเป็น เช่น ใช้ขนของ หรือพาภรรยาและลูกไปโรงพยาบาล หรือต้องไปไหนไกลๆ
ผลก็คือ
- ประหยัดค่าน้ำมันรถไปได้เดือนละพันกว่าบาท
- ได้ออกกำลังเพื่อสุขภาพไปในตัว
ด.ต.เชาวฤทธิ์ เล่าว่า เขาได้ให้เงินแม่เดือนละ ๑,๐๐๐ บาท
ผมตีความเอาว่า เขาได้มอบดอกผลจาก “การลงทุน” ในจักรยานคันนั้นให้กับคนที่เขารัก คนที่มีพระคุณให้กำเนิดชีวิตและเลี้ยงดูเขามา คนที่มีความ “สำคัญ” ที่สุดคนหนี่งในชีวิตเขา จากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เขาได้ทำทุกวันอย่าง “ไม่เร่งรีบ” (ทำสบายๆ)
นี่เท่ากับว่าเขาได้ทำดีเพื่อแม่ทุกวัน ไม่ใช่ปีหนึ่งทำวันเดียว
และเมื่อทำแล้วก็ได้ผลดีกับตัวเองด้วย คือได้สุขภาพ
และเงินที่หามาได้นั้นก็ไม่ได้มาจากการไปหางานพิเศษอะไรทำเพื่อ “เพิ่มรายได้” หรือ “ลดรายจ่าย” (ลดการบริโภค) ในระดับที่ต้องรัดเข็มขัดอะไรมากมาย
สิ่งที่ต้อง “ลงทุน” เป็นตัวเงินก็มีเพียงค่าจักรยาน ๓,๐๐๐ บาท
นี่คือสิ่งที่ทำให้ “คุณภาพชีวิต” เขาดีขึ้น จากการได้ทำสิ่งที่สำคัญที่มีความหมาย มีคุณภาพต่อทั้งชีวิตตนเองและผู้อื่น
เรื่องไม่ได้จบแค่นั้น เมื่อ ด.ต.ศักดิ์ สบบง เพื่อน ตชด.ที่เป็นนักศึกษาในโครงการนี้ด้วยคนหนึ่งเล่าขึ้นมาว่า ตอนนี้ในกองร้อยมีคนทำอย่าง ด.ต.เชาวฤทธิ์ หลายคนแล้ว เขาบอกว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่ประมาณครึ่งหนึ่งที่อยู่ฝ่ายอำนวยการถีบจักรยานไปทำงาน
นี่เท่ากับว่าเขาเป็น “แรงบันดาลใจ” ให้คนรอบข้างด้วย ด.ต.เชาวฤทธิ์ ไม่ได้ตั้งเป้าหมายไม่ได้คิดว่าการถีบจักรยานไปทำงานของตนจะเป็นตัวอย่างเป็นแรงบันดาลใจให้ใคร คิดทำเพื่อตัวเองล้วนๆ เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่ยืนยันความเชื่ออันหนึ่งของผมว่า
ไม่ว่าใครทำอะไรจะดีหรือร้ายจะส่งผลต่อคนรอบข้างด้วยเสมอ และจะมีผลกระทบที่เราคาดไม่ถึงอยู่ด้วยเสมอ
ผมจึงมักใจจดใจจ่อกับการฟังเรื่องผลกระทบที่ “คาดไม่ถึง” นี้ด้วยความตื่นเต้นเมื่อได้ฟังนักศึกษาเล่าผลการทำโครงงานต่างๆ ที่จะทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น
ทำให้ชีวิตผมมีเรื่องตื่นเต้นมีชีวิตชีวาอยู่เสมอ
และก็ทำให้คิดถึงภาษิตจีนโบราณอันหนึ่งที่อาจารย์เสรี พงศ์พิศ ต้องพูดกับนักศึกษาทุกครั้งที่ไปสอนวิชากระบวนทัศน์พัฒนาว่า
“เด็ดดอกไม้ดอกหนึ่งกระเทือนถึงดวงดาว”
*** ชมเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงชีวิตของ ด.ต.เชาวฤทธิ์ สุคนธา ในรายการมหาวิทยาลัยชีวิต เรียนรู้เพื่ออยู่อย่างพอเพียง ได้ในวันเสาร์ที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๐ เวลา ๑๖.๐๐ – ๑๘.๐๐ น.ทางเคเบิลทีวี MCOT1 หรือ UBC (True) ช่อง ๒๖ หรือเคเบิลท้องถิ่นที่ถ่ายถอดการออกอากาศเคเบิลทีวีของช่อง ๙ อสมท. ***
เห็นตัวอย่างของพี่ ด.ต.เชาวฤทธิ์แล้วประทับใจจริงๆ ในฐานะผมก็เป็นน.ศ มหาลัยชีวิตคนหนึ่งอยากบอกพี่ท่านว่าสุดยอดจริงๆ
เป็นไอเดียที่ดีมากค่ะ และ เป็นความรู้สึกดีๆที่มีต่อแม่จริงค่ะ
นับถือ นับถือ ^__^
ขอบคุณอาจารย์นะคะ ที่นำเรื่องดีๆมาแบ่งปันกันค่ะ
ปล. ไปดูมาแล้วนะคะ เรื่องหนู Rat ทำกับข้าวอร่อยๆได้ค่ะ
หนังน่ารักมากๆค่ะ สนุกๆ ขำๆ ตลกๆ ตลอดเรื่อง
และให้แง่คิดๆๆ ความมีคุณธรรมดีๆ
เหมือนที่อาจารย์บอกจริงๆ ค่ะ
ขอบคุณคุณชนกลุ่มน้อยและคุณซันซันครับสำหรับความเห็น
ความจริงความคิดเห็นของคนที่เข้ามาอ่านก็เป็นแรงกระตุ้นอันหนึ่งที่ทำให้คนเขียนบันทึกอยากเขียนต่อไปนะครับ
ขอบคุณและขอบคุณครับ
อ่านบทความ (พี่) อาจารย์เชษฐ แล้วรู้สึกมีความสุข
ยอมรับว่าตัวเอง ได้สนองความต้องการ "การมองโลกสดใสสวยงาม" ขึ้นมาได้จริงๆคะ
ขอชื่นชม ด.ต. เชาวฤทธิ์ สุคนธา ในการดำเนินชีวิตความเป็นอยู่อย่างพอเพียง เรียบง่าย มีความสุข..(อ่านแล้วนึกถึงคำสอนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ)
ทั้งเรื่องราว ยัง "สร้างแรงบันดาลใจ" (สมชื่อบทความจริงๆ)
..................................................................
"only a few things are really important "
Marie Dressler
ยอดเยี่ยมไปเลยครับ การเดินทางที่ช้าลง ทำให้ได้พบเรื่องราวต่างๆมากมาย