ชมเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงชีวิตของ ด.ต.เชาวฤทธิ์ สุคนธา ในรายการมหาวิทยาลัยชีวิต เรียนรู้เพื่ออยู่อย่างพอเพียง ได้ในวันเสาร์ที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๐ เวลา ๑๖.๐๐ – ๑๘.๐๐ น.ทางเคเบิลทีวี MCOT1 หรือ UBC (True) ช่อง ๒๖ หรือเคเบิลท้องถิ่นที่ถ่ายถอดการออกอากาศเคเบิลทีวีของช่อง ๙ อสมท.

ใกล้วันแม่ อยากเขียนอะไรที่เป็นแรงบันดาลใจให้ตัวเองและคนอื่นที่ได้อ่านได้ทำเรื่องง่ายๆ แต่ยิ่งใหญ่เพื่อแม่บ้าง 

นักศึกษาในโครงการมหาวิทยาลัยชีวิตคนหนึ่ง ชื่อ ด.ต.เชาวฤทธิ์ สุคนธา ได้ทำสิ่งหนึ่งที่ผมเห็นว่าเขาได้ใช้เงินลงทุนกับสิ่งที่สำคัญและไม่เร่งด่วนในชีวิต (ค่อยทำค่อยไป ทำอย่างสบายๆ ให้ผลตอบแทนกลับมามากกว่าสิ่งที่เป็นตัวเงิน) ที่ฉลาดและคุ้มค่า ตามที่บรรดาผู้รู้หรือ กูรู (ครู) ทางการเงินและการลงทุนทั้งโลกแนะนำไว้(การสอนวิชาการวางเป้าหมายและแผนพัฒนาคุณภาพชีวิต ทำให้ผมต้องอ่านหนังสือแนวการจัดการการเงิน การจัดการเวลา การจัดระบบระเบียบชีวิต ของกูรูทั้งหลายมากเป็นพิเศษ เพิ่งสังเกตบนโต๊ะว่า ตอนนี้มีหนังสือแนวนี้มากขนาดเวลาวางเรียงซ้อนกันแล้วสูงท่วมหัว - เป็นการพยายามเรียนรู้จากประสบการณ์ของคนอื่นด้วย)

เมื่อเดือนที่แล้ว ผมไปสอนที่ จ.พะเยา ด.ต.เชาวฤทธิ์ สุคนธา นักศึกษาศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิต อ.เชียงคำ-ภูซาง เล่าว่า เขาซื้อรถจักรยานอย่างดีมีเกียร์ด้วยมาคันหนึ่ง ราคา ๓.๐๐๐ บาท เพื่อถีบไปทำงานแทนที่จะขับรถกระบะไปอย่างที่เคยทำมา

http://gotoknow.org/file/surachetv/ChaowaritBike.jpg 

ด.ต.เชาวฤทธิ์ สุคนธา กับจักรยานที่ขี่ไปทำงาน

  

ระยะทางจากบ้านถึงกองร้อย ตชด.๓๒๖ ที่ทำงาน ๓ กิโลเมตร รวมไปกลับ ๖ กิโลเมตร วันไหนกลับมากินข้าวเที่ยงที่บ้านก็ ๑๒ กม. โดยรถก็ยังใช้อยู่ แต่ใช้เฉพาะเท่าที่จำเป็น เช่น ใช้ขนของ หรือพาภรรยาและลูกไปโรงพยาบาล หรือต้องไปไหนไกลๆ

ผลก็คือ

  • ประหยัดค่าน้ำมันรถไปได้เดือนละพันกว่าบาท 
  •  ได้ออกกำลังเพื่อสุขภาพไปในตัว  

ด.ต.เชาวฤทธิ์ เล่าว่า เขาได้ให้เงินแม่เดือนละ ๑,๐๐๐ บาท

ผมตีความเอาว่า เขาได้มอบดอกผลจาก การลงทุน ในจักรยานคันนั้นให้กับคนที่เขารัก คนที่มีพระคุณให้กำเนิดชีวิตและเลี้ยงดูเขามา คนที่มีความ สำคัญ ที่สุดคนหนี่งในชีวิตเขา จากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เขาได้ทำทุกวันอย่าง ไม่เร่งรีบ (ทำสบายๆ) 

 

นี่เท่ากับว่าเขาได้ทำดีเพื่อแม่ทุกวัน ไม่ใช่ปีหนึ่งทำวันเดียว 

และเมื่อทำแล้วก็ได้ผลดีกับตัวเองด้วย คือได้สุขภาพ

และเงินที่หามาได้นั้นก็ไม่ได้มาจากการไปหางานพิเศษอะไรทำเพื่อ เพิ่มรายได้หรือ ลดรายจ่าย (ลดการบริโภค) ในระดับที่ต้องรัดเข็มขัดอะไรมากมาย

สิ่งที่ต้อง ลงทุน เป็นตัวเงินก็มีเพียงค่าจักรยาน ๓,๐๐๐ บาท

 นี่คือสิ่งที่ทำให้ คุณภาพชีวิต เขาดีขึ้น จากการได้ทำสิ่งที่สำคัญที่มีความหมาย มีคุณภาพต่อทั้งชีวิตตนเองและผู้อื่น 

เรื่องไม่ได้จบแค่นั้น เมื่อ ด.ต.ศักดิ์ สบบง เพื่อน ตชด.ที่เป็นนักศึกษาในโครงการนี้ด้วยคนหนึ่งเล่าขึ้นมาว่า ตอนนี้ในกองร้อยมีคนทำอย่าง ด.ต.เชาวฤทธิ์ หลายคนแล้ว เขาบอกว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่ประมาณครึ่งหนึ่งที่อยู่ฝ่ายอำนวยการถีบจักรยานไปทำงาน

นี่เท่ากับว่าเขาเป็น แรงบันดาลใจ ให้คนรอบข้างด้วย ด.ต.เชาวฤทธิ์ ไม่ได้ตั้งเป้าหมายไม่ได้คิดว่าการถีบจักรยานไปทำงานของตนจะเป็นตัวอย่างเป็นแรงบันดาลใจให้ใคร คิดทำเพื่อตัวเองล้วนๆ  เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่ยืนยันความเชื่ออันหนึ่งของผมว่า

ไม่ว่าใครทำอะไรจะดีหรือร้ายจะส่งผลต่อคนรอบข้างด้วยเสมอ และจะมีผลกระทบที่เราคาดไม่ถึงอยู่ด้วยเสมอ

ผมจึงมักใจจดใจจ่อกับการฟังเรื่องผลกระทบที่ คาดไม่ถึง นี้ด้วยความตื่นเต้นเมื่อได้ฟังนักศึกษาเล่าผลการทำโครงงานต่างๆ ที่จะทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น

ทำให้ชีวิตผมมีเรื่องตื่นเต้นมีชีวิตชีวาอยู่เสมอ

 

และก็ทำให้คิดถึงภาษิตจีนโบราณอันหนึ่งที่อาจารย์เสรี พงศ์พิศ ต้องพูดกับนักศึกษาทุกครั้งที่ไปสอนวิชากระบวนทัศน์พัฒนาว่า

 เด็ดดอกไม้ดอกหนึ่งกระเทือนถึงดวงดาว

 *** ชมเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงชีวิตของ ด.ต.เชาวฤทธิ์ สุคนธา ในรายการมหาวิทยาลัยชีวิต เรียนรู้เพื่ออยู่อย่างพอเพียง ได้ในวันเสาร์ที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๐ เวลา ๑๖.๐๐ ๑๘.๐๐ น.ทางเคเบิลทีวี MCOT1 หรือ UBC (True) ช่อง ๒๖ หรือเคเบิลท้องถิ่นที่ถ่ายถอดการออกอากาศเคเบิลทีวีของช่อง ๙ อสมท. ***