เบื่อคนบ่นที่อยู่เครือข่ายเดียวกัน

สวัสดีวันใหม่นะจ๊ะ

วันนี้คนใจบุญได้เปิดเข้ามาเขียนระบายเรื่องการทำงานหน่อยว่า  น้องที่อยู่ในเครือข่ายแต่อยู่คนละตำบลเราบ่นถึงเรื่องคนทำงานให้เราฟังว่ากลุ่มน้องเขาไม่มีคนทำงานที่สามารถทำแทนมือน้องเขาได้เลย ยังมาว่าเราเป็นคนที่โชคดีที่เราขอใครเข้ามาช่วยงานก็ได้หมดว่าเราเป็นคนมีบุญ ยังบ่นเรื่องการบ้านการเมืองอีกเราเลยช่วยออกความคิดเห็นให้ว่ามองแค่สิ่งที่ประชาชนได้รับผลประโยชน์ของประชาชนเป็นใหญ่ก็พอทุกวันนี้คนที่จะทำงานให้กับชุมชนโดยไม่หวังผลตอบแทนเลยมีน้อยเพราะโดนปลูกฝังจนคิดแต่เรื่องเงินเป็นใหญ่ไปหมด  คงมีแต่พวกเราที่คิดจะให้ทุกคนมองเงินแค่เครื่องมือการทำงานก็พอแล้ว  ขอแค่ความสุขที่แบ่งปันให้กันทั้งชุมชน ทุกระดับไม่มีการแบ่งชนชั้นกันก็พอรักกันให้มากๆ  เฮ้ย เจ้าเก่ามาแล้ว ตอนนี้กกลุ่มองค์กรบ้านเกาะคาเริ่มเอาเรื่องปัญหาคาราคาซังที่ไม่รู้จบซักทีมาอีกรอบที่เท่าไหร่จำไม่ได้ มันเป็นเรื่องที่มองเรื่องเงินเป็นเรื่องใหญ่อีกแล้วเครือข่ายออมทรัพย์ลำปางไม่จริงใจที่จะแก้ปัญหาให้กับลูกข่ายของตัวเองของอำเภอเกาะคาเลย  ซึ่งการแก้ปัญหาต่าง ๆ ปล่อยให้กลุ่มอำเภอเกาะคาจัดการแก้ปัญหาโดยลำพัง ขอคำปรึกษาก็ไม่ได้รับคำตอบ มีปัญหาก็ไม่ได้รับการแก้ไขถ้าเครือข่ายลำปางยังทำงานแบบนี้อยู่จะทำให้สมาชิกกลุ่มลูกข่ายจะทำงานลำบากและสักวันก็จะถึงทางตัน ช่วยกันคิดหน่อยปัญหาโลกแตก

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน km-donchaithoen

คำสำคัญ (Tags)#ปัญหาที่ค้างคา

หมายเลขบันทึก: 117739, เขียน: 07 Aug 2007 @ 17:05 () , แก้ไข, 11 Feb 2012 @ 19:48 (),  | , สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 1, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (1)

การทำงานที่ไม่หวังผลตอบแทนเป็นเรื่องยาก
ผลตอบแทนมีทั้งมูลค่าและคุณค่า เรายึดหลักทำงานเพื่อประโยชน์ตน ประโยชน์ผู้อื่นและประโยชน์ร่วมกัน(สาธารณะ)

ตามธรรมดา กายกับจิตมีความเกี่ยวเนื่องกัน
กายสบายจิตก็พลอยสบายไปด้วย
จิตสบาย กายก็พลอยสบายไปด้วย

ผู้รู้บอกว่า จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว

การพัฒนาจิตให้เป็นอิสระจากพันธนาการทั้งปวงเป็นเป้าหมายของชีวิต เป็นการปฏิบัติธรรม

ถ้าเรามีพันธนาการในหน้าที่การงานก็ใช้หน้าที่การงานเป็นอุปกรณ์ในการเรียนรู้เพื่อพัฒนาจิต

มันอยู่ที่เป้าหมายที่เราตั้งไว้ เราทำด้วยเป้าหมายใด ถ้าไม่ตรงกับเป้าหมายที่คาดหวังไว้ก็เป็นทุกข์

เป้าหมายคือ เรียนรู้จิตเพื่อการหลุดพ้นจากพันธนาการทั้งความยินดีและยินร้ายทั้งปวง

เราก็ทำหน้าที่ที่เห็นว่าดีงาม เป็นประโยชน์ตน ประโยชน์ผู้อื่นและประโยชน์ร่วมกัน(สาธารณะ)อย่างเต็มที่

ด้วยเป้าหมายข้างต้น
ความทุกข์จากความยินร้ายก็เป็นการเรียนรู้เพื่อก้าวไปข้างหน้า
ความสุขจากความยินดีก็เป็นการเรียนรู้เพื่อก้าวไปข้างหน้า
เพราะจุดหมายของเราคือ
หลุดพ้นจากความยินดียินร้าย

กุศโลบายคือลมหายใจยาว เพราะการบังคับจิตโดยตรงทำได้ยากยิ่ง การบังคับกายในระดับของความละเอียดอ่อนก็ทำได้ยาก แต่เราสามารถกำหนดลมหายใจได้ เพียงมีสติรู้ตัว
กำหนดลมหายใจยาว ทั้งเข้าและออก ทุกเวลาที่รู้สึกตัว ย้ำว่า ทุกเวลาที่รู้สึกตัว

เมื่อลมหายใจยาวอยู่ในการกำหนดรับรู้ของเราอย่างต่อเนื่อง เราจะมีกายและจิตที่สงบเย็นขึ้น

พูดภาษาจัดการความรู้ว่า ไม่ทำไม่รู้