แบกเป้เที่ยวครั้งแรก

หวนคิดถึงวันเวลาเมื่อ 15 ปีที่ผ่านมากับการแบกเป้เที่ยวกับผองเพื่อน

ย้อนไปเมื่อ 15 ปีที่ผ่านมา ในขณะที่มีสภาพเป็นนักศึกษาปี 3 ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ด้วยความผิดพลาดจากการนัดหมายของเพื่อนๆ และรุ่นพี่ปริญญาโทนั้น เราและเพื่อนอีก 3 คน (ผู้หญิงทั้งนั้น) ก็มีโอกาสได้แบกเป้และโบกรถเที่ยวเป็นครั้งแรกและสิ่งที่กระตุ้นให้ออกเดินทางคือ หนังสือเรื่อง หนุ่มนักโบกและสาวขี้บ่น ที่เขียนโดยสมจุ้ย เจตนา หรือพี่จุ้ย นักร้องเพลงอิ่มอุ่นนั่นเอง ที่โบกรถเที่ยวกับเพื่อนๆ ไปแถวเพชรบุรี..

เป้าหมายของเราก็คือ อ.เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ที่อยู่ไม่ไกลเท่าไหร่นักจาก จ.ขอนแก่น แต่รถประจำทางนั้นหายากนัก คนส่วนใหญ่มักท่องเที่ยวโดยใช้รถส่วนตัว

พวกเรานั่งรถประจำทางก่อนค่ะ ไปลงที่อ.หล่มสัก ช่วงนั้นเท่าที่จำได้ก็เริ่มบ่ายคล้อยแล้วค่ะ เราได้แวะหาอะไรกินแถว บขส. แล้วตกลงกันว่าจะค้างคืนแถวๆ ทางแยกเข้าอ.เขาค้อ มีคนในกลุ่มบอกว่าเคยผ่านไปที่สวิตเซอร์แลนด์รีสอร์ท...น่าจะพักที่นี้ เพราะอยู่ติดถนนและเดินไม่ไกลนัก...เป็นอันว่าตกลง

พาหนะที่เราเล็งคือรถขนผัก ซึ่งจ.เพชรบูรณ์นั้นปลูกผักกันมา และนำผักมาส่งที่ตัวอำเภอ รถขากลับจึงมักว่าง...แล้วเราก็เริ่มโบก..เหนียมๆโบก...ไม่จอด...อาย...โบก...ไม่จอด...ว้าไม่เอาแล้ว...โบกใหม่....จอด...วิ่งเร้ว

กรุ๊ปเราวิ่งตามรถที่จอดบริเวณไหล่ทาง คุณลุงคุณป้าก็ถามว่าเราจะไปไหน เราขอติดรถไปแถวๆ ทางแยกเข้าเขาค้อ ห่างจากหล่มสักประมาณ 30 กม. ขาดเกินไม่มากก็น้อย...คุณลุงคุณป้าใจดีมั่ก มาก  อนุญาตให้เราติดรถไปด้วย เย้ดีใจจัง...แถมชวนพวกเราไปนอนที่บ้านด้วยนะ...ด้วยความเกรงใจหน่ะทำให้เราใช้บริการแค่ติดรถไปเท่านั้น

ไปถึงที่พัก ด้วยความไม่ชินทาง ทำให้เราบอกคุณลุงช้าไปนิด ต้องเดินย้อนกลับมาอีกนิดหนึ่ง...คืนนั้นกลุ่มเราสนุกกับการกินอาหาร นอนคุยกันใต้แสงดาวและอากาศที่เย็นสบาย รุ่งเช้าสายหมอกยังลอยบางๆ พวกเราก็ตื่นมาทำธุระส่วนตัวและหาของเช้ากิน แล้วหาทางกลับบ้านกัน

เดินออกมาถึงหน้ารีสอร์ท ไม่มีรถประจำทางแฮะ (รถจะห่างมาก) เราต้องโบกรถอีกแล้ว โบก...คันที่ 1...คันที่ 2...คันที่ 3...แล้วคันที่ 4 ก็จอด รถที่จอดเป็นรถอีแต๊กที่ใช้ขนฟาง เมื่อคนขับใจดีอนุญาตให้เราขึ้นรถ...เราก็กระดี้กระด๊ากันใหญ่ เหมือนในมิวสิคเลย...ลมเย็นๆ พัดผ่าน ผมปลิว ฟางปลิว แต่ไม่เป็นปัญหาเลย เพราะนี่คือความประทับใจ รถขนฟางนี้สิ้นสุดที่หมู่บ้านระหว่างทาง ไม่นำเราไปยัง บขส.ของอ.หล่มสักได้ แต่ไม่เป็นปัญหา ลงตรงนี้ก็รอคันใหม่มาให้โบก...บอกว่าไม่เป็นปัญหา....แต่สุดท้ายก็เป็นปัญหาอยู่ดี เพราะหลายคนในกลุ่มปวดฉิ้งฉ่อง แง้....จาเข้าที่ไหนดีหล่ะ...เหลือบไปเห็นบ้านชาวบ้าน แถเข้าไปขอความช่วยเหลือ เชื่อมั๊ยค่ะว่าเราได้รับน้ำใจไมตรี ตอบรับให้ใช้ห้องน้ำได้ ชวนกินข้าว หาน้ำเย็นๆ ให้กิน ประทับใจและขอบคุณมาก

เราขอบคุณเจ้าของบ้านเดินออกมาจาบ้านเพื่อโบกรถ รอโบกอยู่ร่มไม้หน้าบ้านของชาวบ้านนั่นแหละ รออยู่นานเหลือเกิน ไม่เห็นมีรถผ่านเข้ามาสักคัน...แต่แล้วรถของคนในหมู่บ้านนั้นแหละเลี้ยวออกมา ว่าจะไปธุระในเมืองจะติดรถไปไหม...ใครจะปฏิเสธหล่ะ...แล้วเราก็ถึง บขส.หล่มสัก...สามารถหารถประจำทางกลับสู่ขอนแก่นได้อย่างสวัสดิภาพ

ประสบการณ์ที่ผ่านมานี้ต้องขอขอบคุณน้ำใจของผู้ที่ให้ความช่วยเหลือทุกคน สะท้อนถึงความมีน้ำใจของชาวชนบทไทยได้อย่างดี...อยากให้โลกทุกวันนี้หมุนกลับไปจุดนั้นอีก ปัจจุบันการโบกรถเป็นสิ่งที่ต้องระวังอย่างยิ่ง อันตรายทั้งคนโบกและเจ้าของรถ...

ภาพปัจจุบันของภูมิประเทศ อ.เขาค้อ ยังเป็นเสน่ห์ที่ชวนให้ผู้คนหลั่งไหลไปท่องเที่ยวกันอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพะอย่างยิ่งในช่วงหน้าหนาว

 

รูปที่พัก เม้าท์เท่นวิว หรือสวิสเซอร์แลนด์รีสอร์ท อ.เขาค้อในปัจจุบัน ยังคงสภาพเหมือน 15 ปีที่ผ่านมา แตกต่างกันที่สีเท่านั้น

ประตูทางเข้าจากถนนใหญ่ ไปที่พัก ห่างกันประมาณ 1 กม. (ขึ้นเขาเล็กน้อย)

อาคารที่พัก มีแบบเป็นอาคารชุด อาคารไม้ และแยกเป็นหลัง สำหรับอาคารชุดห้องละ 1,500 บาท มีระเบียงยื่นมาออกมาที่ทะเลสาบ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน โลกละไม-ใจมีสุข

คำสำคัญ (Tags)#เขาค้อ#การท่องเที่ยวแบบแบกเป้#สังคมไทยในอดีต

หมายเลขบันทึก: 117719, เขียน: 07 Aug 2007 @ 15:45 (), แก้ไข: 09 Apr 2012 @ 22:13 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, อ่าน: คลิก


ความเห็น (0)