สมาชิกของมน. จำนวน 22 คน มีรายชื่อดังต่อไปนี้ <Click> ออกเดินทางจากมหาวิทยาลัยนเรศวรส่วนสนามบินเวลาประมาณ 10.00 น. ของวันที่ 5 มกราคม พ.ศ.2548 โดยรสบัส VIP 24 ที่นั่งของมหาวิทยาลัยดังภาพที่ 1  การที่เราเดินทางด้วยกัน ไม่แยกผู้บริหารและผู้ติดตามทำให้บรรยากาศการเดินทางเป็นไปอย่างอบอุ่น เป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งของทีม UKM มน.

    จุดแรกที่รถเรามาติดไฟแดงคือ สี่แยกอินโดจีนดังภาพที่ 2 ที่ถ่ายภาพนี้มาฝากเพราะว่า ทางมน.กำลังสนใจเรื่อง East-west Coridor หรือเส้นทางเชื่อมต่ออินโดจีน

 
  ภาพที่ 1 รถบัสของมหาวิทยาลัยที่ใช้ในการเดินทาง ภาพที่ 2  สี่แยกอินโดจีน

  เราใช้เส้นทางพิษณุโลก-หล่มสัก และเดินทางมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก พอเราขึ้นเทือกเขาเพชรบูรณ์ก็ได้ภาพระหว่างทางมาฝาก เป็นภาพที่เราถ่ายผ่านกระจกรถ

ภาพบรรยากาศของเทือกเขาเพชรบูรณ์ ภาพนี้เห็นผ้าม่านของรถด้วย
   
พอเราลงจากเขาลูกแรกมา  ดูเวลาเลยเที่ยงแล้วจึงแวะทานอาหารที่ปั้มน้ำมัน ชื่อร้าน    
     
 
  ทุกคนพอเดินจากรถก็ไม่พูดไม่จากัน ไปนั่งที่โต๊ะอาหารแล้วเขาก็เสริฟขนมจีน ผมทานอาหารแบบสมาชิกไม่ได้ เพราะงดเว้นเนื้อสัตว์ เลยต้องสั่งผัดผักจานนี้มาทาน

    พอทานอาหารเสร็จเราก็เดินทางกันต่อ เส้นทางหล่มสัก-ชุมแพ ถึงอำเภอชุมแพเวลา 14.30 น. แล้วเราไปเลี้ยวซ้ายเข้าสู่อำเภอภูเวียงตอน 15.00 น. เป้าหมายของเราคือพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ เรานึกว่าใกล้ๆ แต่ใช้เวลาเดินทางเกือบ 1 ชั่วโมงจึงถึงเป้าหมาย ระหว่างทางประมาณกิโลเมตรที่ 6 เราพบว่ามีหมู่บ้านชื่อ "หมู่บ้านผึ้ง" ด้วย

  

พอเวลาเกือบ 16.00 น. เราก็มาถึงพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง ที่นี่เขายังไม่เก็บค่าเข้าชม แต่ให้ลงชื่อเข้าเยี่ยมชมแทน ลองดูภาพด้านหน้าของพิพิธภัณฑ์นะครับ
   

   ต่อไปก็เป็นภาพเบื้องหลังและเบื้องหน้าที่เราเก็บมาฝาก

     
 
  ภาพเบื้องหลังคุณเบิร์ด(ธงชัย) คุณกอล์ฟและเพื่อน
     
 

  เบื้องหลังภาพถ่ายของท่านรองฯวิบูลย์ เบื้องหน้าเป็นท่านอาจารย์มาลินี
    แต่เบื้องหลังคือไดโนเสาร์
     
  ในพิพิธภัณฑ์ฯ ไม่ได้มีเฉพาะไดโนเสาร์นะครับ ยังมีเครื่องจักสานดังภาพ 
     

    เราแวะที่พิพิธภัณฑ์ประมาณ 30 นาที พอ 16.30 น.เราก็เดินทางเข้าสู่จังหวัดขอนแก่น ถึงขอนแก่น 18.00 น. แวะซื้อของที่ระลึก (เพราะขากลับเราคงไม่มีเวลาแวะ) และทานอาหารเย็นที่ขอนแก่น  พอ 1 ทุ่มเศษ เราก็เดินทางสู่มหาสารคาม เป้าหมายคือ โรงแรมตักสิลา ซึ่งเราไปถึงประมาณ 2 ทุ่มเศษ

   เมื่อผมเช็กอินเข้าไปในห้องโดยได้พักกับคุณกอล์ฟที่ห้อง 202  ก็พบการจัดห้องที่น่าพอใจ ลองดูห้องสุขาและเตียงนอนเป็นตัวอย่าง และราคาไม่แพงอย่างที่คิด

 
     

    ก่อนที่เราจะเข้าห้องพัก ท่านอาจารย์วิบูลย์ได้ขอนัดพบพวกเราสัก 5 นาทีหลังจากเอาสัมภาระไปเก็บไว้ที่ห้องพักเรียบร้อยแล้ว สักพักเราก็มาพร้อมกัน

   
  ท่านอาจารย์วิบูลย์กำลังติวเข้มพวกเรา 19 ชีวิต เกี่ยวกับ UKM

    ต่อไปนี้ก็คือข้อความในสมุดโน๊ตของผม

  1. ความเป็นมาของ UKM หรือ University Knowledge Management เริ่มต้นจากมหาวิทยาลัย 3 แห่ง คือ ม.มหิดล.มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) และม.นเรศวร ภายหลังมี ม.ขอนแก่นและม.มหาสารคาม (มมส.) มาร่วม จนครั้งนี้ มหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคามก็มาร่วมด้วย จุดประสงค์หลักเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา และมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่ดีๆ ซึ่งกันและกัน ครั้งแรกที่พบกันคือวันที่ 24-26 ธันวาคม 2547 โดยจัดที่ "บ้านผู้หว่าน (ความดี)" นครปฐม เริ่มต้นโดยท่านอธิการบดี 5 มหาวิทยาลัยมา sign MOU กัน
  2. UKM ที่เคยทำมาแล้วเป็นอย่างไร ครั้งแรก มหาวิทยาลัยมหิดลเป็นเจ้าภาพ, ครั้งที่ 2 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เป็นเจ้าภาพ, 2 ครั้งแรกยังไม่มีหัวข้อหรือ Theme พอจัดครั้งที่ 3 ม.นเรศวรเป็นเจ้าภาพ จัดที่ทรัพย์ไพรวัลย์ มีหัวข้อคือ "ใช้ KM ประยุกต์กับการบริหารงานวิจัย" โดยมี่ท่านอาจารย์มาลินีเป็นแม่งาน, พอครั้งที่ 4 มหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นเจ้าภาพ หัวข้อคือ "การพัฒนาการเงิน การคลัง พัสดุและงานบุคคล" ส่วนครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 มีมมส.และมหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคามเป็นเจ้าภาพ
  3. ที่ผ่านมา ได้อะไรจาก UKM ความจริงความรู้ที่ไปรับมารับมาเหมือนกันแต่เวลาเอาไปทำ ทำต่างกัน (ความต่างมีประโยชน์) และครั้งนี้เป็นครั้งที่ครบรอบการเป็นเจ้าภาพ 5 มหาวิทยาลัย ที่ผ่านมา คุณหมอวิจารณ์ทำหน้าที่เป็นแม่สือแม่ชัก และคุณหมออภิชาติ (ศิริราช) ม.มหิดล ทำหน้าที่เป็น Networking manager ส่วนปีต่อไปคงเป็นดร.พิชิต จาก มอ.
  4. ต่อไปเป็นการทบทวนกำหนดการวันพรุ่งนี้ และมีการวางตัวผู้นำเสนอวันแรกช่วงเช้าเป็น ท่านอาจารย์วิบูลย์ ตอนบ่ายทีมแรกคืออ.วิบูลย์,อ.มาลินี,อ.เทียมจันทร์ และผู้ปฏิบัติคือคุณบอย ส่วนโปรแกรมวันเสาร์ ในเรื่องบูรณาการ อาจให้อ.สมลักษณ์,อ.เอกรินทร์และอ.พนมขวัญ ขึ้นไปพูด

     ต่อจากนั้นเราก็แยกย้ายกันกลับห้อง ทุกคนดูนาฬิกาและก็พูดว่า "เราใช้เวลาประชุมเพียง 4 นาที ยังเหลือเวลาอีกตั้ง1 นาที" (ความจริงเริ่มประชุมประมาณ 20.30 น. และเลิกประชุมประมาณ 4 ทุ่ม).........

 

  นี่คือภาพที่อยู่ในห้อง 202  ห้องพักของ beeman