เวชศาสตร์ใต้น้ำ (Underwater Medicine)

สำหรับสัปดาห์นี้ ก้อเป็นสัปดาห์ที่สองของการเรียนเวชศาสตร์การบินของกระผมกะผองเพื่อน
ตามที่ได้เกริ่นไว้แล้วเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว  ว่าการเรียนนั้นมีฟามสุขมั่ก  สุขแบบแปลก ๆ
มาในสัปดาห์นี้  ชั้นเรียนของเราก้อได้เพื่อนร่วมชั้นเรียนรุ่นใหม่
คือ  จากเดิมที่ห้องเรียนข้าง ๆ เป็น Air Hostage ของสายการบินเกาหลี  แสนสวยนั้น
สัปดาห์นี้  ก็เปลี่ยนมาเป็น  Air Hostage ของสายการบินไทยกันบ้าง
นั่นแน่!  แค่คิดก้อมันส์แล้ว
คราวก่อนติดปัญหาที่เชื้อชาติ และภาษา
แต่คราวนี้  นอนมาแน่ ๆ เพราะชาติเดียวกัน แถมภาษาเดียวกันอีก
ขึ้นอยู่กับว่าผู้กล้าคนใดจะเข้าไปเริ่มประเดิมทำความรู้จักก่อนเท่านั้นเอง
และแล้ว....เพื่อนผม "ไอ้บิ๊ก" ผู้ที่เคยเขียนจดหมายภาษาเกาหลีเพื่อจีบแอร์เกาหลีก้อทนไม่ไหว
ต้องเข้าไปทำความรู้จักเป็นคนแรกเช่นเคย
และแน่ ๆ ที่เหมือนเดิมก้อคือ  มันไม่ยอมพาพวกเราเข้าไปเหมือนเดิม
โดยตอนแรกนั้น  พวกเราก้อยังไม่ทราบว่ามันจีบหรอก
แต่พอพวกเราเห็นมันเดินเข้าห้องเรียนผิด  ไปเข้าห้องเรียนแอร์เท่านั้นแหละ
พวกกระผมก้อตามทัน  เพราะถ้าหากเรารู้...เราจะ  ตามไปดู
และคราวนี้เราก้อไม่ได้ตามไปดูตัวเปล่าเสียด้วย  เราพกกล้องวีดีโอตามไปด้วย!!
ฉากสวีทที่ปรากฎแก่สายตาพวกเราและกล้องวีดีโอ (เวปแคม) ที่แอบถ่ายนั้น
อิจฉา!!!!!!!!  มาก  มีแอร์ป้อนขนมเข้าปากไอ้บิ๊กด้วยอ่า  แง้วววววววววววว
เฮ้อ.....เซ็ง   ช่างมัน  เปลี่ยนเรื่องเล่าดีกว่า  เพื่อนเราไปดีแล้ว.....
สัปดาห์นี้การเรียนก้อสนุกเหมือนเดิม  คือ  แปลกใหม่  แต่ตื่นเต้นน้อยลง
ทำให้พวกเรามีเวลาพักผ่อนมากขึ้น  นั่นคือ  หลับในห้องเรียน 
ผลัดกันทำความเคารพอาจารย์กันเป็นระยะ  ทุกผู้ทุกนาย
แต่กิจกรรมที่สนุก ๆ ก้อมีเหมือนเดิม
โดยวันพุธ  เราก้อได้เข้าห้องความกดอากาศต่ำห้องเดิม  แต่ Mission เปลี่ยนไป
นั่นคือ  ทดสอบการบินสูง ๆ ๆ ๆ ๆ สูงมาก ๆ สูงกว่าการบินเครื่องบินโดยสารทั่วไป
คือ  เป็นการบินของเครื่องบินสมรรถนะสูง ๆ เช่นเครื่องบินรบ F 16 อะไรทำนองนั้น
ซึ่งพอบินสูงมาก ๆ เนี่ย  อากาศจะไม่พอหายใจ
ต้องใช้เครื่องช่วย  และเครื่องช่วยหายใจก้อไม่ได้แค่ปล่อยอากาศออกมาเฉย ๆ
แต่เป็นดันอากาศออกมาแทน  แบบว่าอัดอากาศมาให้เข้าปอดเราไปเลยนั่นแหละ
เพราะงั้นการหายใจก้อจะประหลาดกว่าบนพื้น  คือ 
หายใจเข้าแบบอัตโนมัติ  เพราะมีเครื่องช่วยดันอากาศเข้าไป  (ดันแรงมาก ๆ )
แต่หายใจออก  ต้องเบ่งออก  เพื่อต้านไอ้เครื่องดัน  ให้อากาศออกไปจากปอด
ไปไปมามา  เหนื่อยกว่าเดิมอีก  ทรมานเหมือนกัน  คล้ายหายใจออกไม่ได้อ่ะ
เลยต้องทำการฝึกกันไง  ไม่งั้นถ้าทำไม่เป็น  อาจปอดฉีกหรือปอดแตกได้
ก้อสนุกไปอีกแบบ  ทรมานตัวเองดี  หน้าเขียวหน้าเหลืองกันไปหมด
แต่ที่สนุกจริง ๆ ต้องวันพฤหัสบดี กะวันศุกร์
เนื่องจากไปฝึกเข้าห้องความกดดันอากาศสูง!!
นั่นแน่...หลายคนอาจงงว่ามันคืออะไร
มันก้อคือ  ห้องที่จำลองการลงใต้ดิน หรือ ใต้น้ำนั่นเอง
ซึ่งความกดดันจะมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามความลึกที่ลงไป  (ตรงข้ามกะห้องแรกที่ขึ้นฟ้านะ)
ซึ่งสถานที่ ๆ มีไอ้ห้องความดันสูงนี้มีเยอะมากในประเทศไทย
เกือบยี่สิบที่ละม้าง  แต่ที่เราไปทดลองใช้  ก้อที่สถาบันเวชศาสตร์การบินของเราเนี่ยแหละ
และที่สถาบันเวชศาสตร์ใต้น้ำและการบิน  กรมแพทย์ทหารเรือ  ซึ่งตั้งอยู่ที่ รพ.พระปิ่นเกล้าอ่ะ
ไปขอยืมเขาใช้ว่างั้น
ไอ้การดำลงไปใต้ดิน หรือใต้น้ำนี่ก้อสนุกไปอีกแบบ  เริ่มสนุกตั้งแต่แรกเลย
คือ  พอเข้าไปนั่งในห้องนะ  เขาจะเริ่มเพิ่มความกดอากาศขึ้นเรื่อย ๆ
พวกเราจะปวดหูกัน  ก้อต้องเคลียร์หูไปเรื่อย ๆ (เช่นกลืนน้ำลาย , ขยับกราม)
จากนั้นห้องก้อจะลงลึกไปเรื่อย ๆ ๆ ๆ ๆ  อากาศในห้องจะร้อนมาก ๆ หยั่งกะเตาอบ
เพราะมีทฤษฎีวิทยาศาสตร์ว่าไว้ว่า  ยิ่งความดันอากาศเพิ่ม  อุณหภูมิยิ่งเพิ่ม....
พวกเราก้อแทบเป็นหมูอบทีเดียว
และพอลงไปที่ความลึกมากกว่า 80 ฟุต
จะเกิดภาวะที่ความดันของก๊าซไนโตรเจนมากไป  ทำให้มีไนโตรเจนในสมองมากเกิน
เกิดภาวะที่ยังไม่อันตรายมาก  เรียกว่า  Narcosis 
ซึ่งไอ้ภาวะ  Narcosis เนี่ย  จะทำให้มึน ๆ งง ๆ กันทุกคน
และที่สำคัญคือ  มันจะทำให้เกิดอาการ Euphoria ตามมา
ไอ้อาการ Euphoria เนี่ย  คือ  อาการที่คนจะมีความสุขอย่างประหลาด 
คือ  ในห้องทุกคนอยู่ ๆ ก้อจะนั่งขำกันขึ้นมาเอง  ขำจริง ๆ
ตลกทุกเรื่อง พูดบ้าบออะไรก้อขำ 
ขนาดอาจารย์สอนวิชาการ  ก้อยังนั่งขำ 
ขำไปขำมา  อาจารย์คนสอนก้อขำตาม  เรียนกันในนั้นไม่รู้เรื่องเลย
ขำจริง ๆ หยุดไม่ได้เลย  จะบ้าตาย   ปวดหูก้อปวด  ยังจะปวดท้องเกร็งตามอีก
เฮ้อ...
พอมานั่งนึก ๆ ห้องนี้น่าเอาไว้จีบสาวมาก
คิดดูดิ  ยิงมุขห่วยแค่ไหน  สาวเจ้าก้อต้องขำ  พูดบ้าอะไรก้อขำ  เออ..ดีจริง ๆ
สบายไม่ต้องนั่งคิดมุขให้เปลืองหัว  เนอะ
หรือว่าคู่ใดที่ทะเลาะกัน  ให้จับไปนั่งห้องนี้  เดี๋ยวก้อดีกันเองอ่ะ  ว่ามั้ย
นอกจากนั้นที่ตลกอีกอย่างคือ  พอความกดอากาศมากขึ้น  อากาศรอบ ๆ ตัวเราจะหนาแน่นมาก
หนาแน่นจนอากาศเหมือนจะหนืด ๆ ทีเดียว  เวลาลากมือผ่านอากาศอ่ะ
ที่ประหลาดคือ  เสียงพูดของทุกคน  จะกลายเป็นเสียงแบบชิบมั้งทันที
คือเสียงเหมือนเป็ดอ่ะ  แง้ว ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ทุกคน
เนื่องจากอากาศมันหนาแน่นมาก  เส้นเสียงเลยขยับได้น้อยลง  เสียงเลยเป็ดซะทั้งหญิงและชาย
เออ...สนุกดี  ฟังแต่ละคนพูดก้อขำแล้ว  ยังมีภาวะ Euphoria อีก  เลยหยุดขำไม่ได้เลย
ในที่สุดอาจารย์เห็นว่าทุกคนใกล้ตายแล้ว  เพราะมัวแต่ขำ  ลืมหายใจ
เลยต้องพาขึ้นสู่ผิวน้ำ...สนุกดี  เป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่จริง ๆ
ใครต้องการลองก้อไม่ยาก  ค่าเข้าสำหรับคนนอก  ครั้งละพันนิด ๆ เอง  เข้าเป็นชั่วโมงเลย
อ้อ....ลืมบอกประโยชน์ของไอ้ห้องนี้เกี่ยวกับการแพทย์ไป  (มัวแต่พูดเรื่องเล่น)
คือ  มันเอาไว้รักษาแผลเรื้อรังของคนไข้  เช่น  แผลจากฉายรังสี  แผลเบาหวาน
อะไรอย่างเนี้ย  เพราะมันทำให้ออกซิเจนที่หนาแน่นขึ้นนั้น  ละลายในเลือดได้มากขึ้น
แล้วไปเลี้ยงอวัยวะเหล่านี้ได้มากขึ้นไง  แผลก้อจะหายเร็วขึ้นมาก 
เข้าใจนะ....แหม  ค่อยยังชั่ว  วันนี้จบด้วยวิชาการหน่อย  ไปล่ะ  บาย
อ้าวเฮ้ย  ก่อนบาย  ลืมพูดไปเรื่องนึง
ในสัปดาห์นี้  มีเรียนเรื่อง Night vision ด้วย
เป็นการเรียนการมองในตอนกลางคืนน่ะ 
เพราะว่าเวลานักบินบินกลางคืน  จะมองไม่ชัดเท่ากลางวัน
พวกเราเป็นหมอ  ก้อเลยต้องเรียนไว้ด้วย
โดยมีการฝึกด้วยนะ  เป็นการฝึกเข้าห้องมืดทึบ 
มองอะไรไม่เห็นเลยนานสี่สิบห้านาที  เรียกว่าห้อง Night vision room
แล้วก้อมีให้มองไฟต่าง ๆ ที่จะหลอกตาเราได้  จะได้เรียนรู้ไว้
มีความรู้แถมให้  ในความมืดนะ  ตาคนจะมองเห็นสีไม่ได้  (ต้องมืดจริง ๆ)
และจุดที่มองชัดสุดนะ  คือจุดข้าง ๆ ตาแหละ 
เพราะงั้นถ้ามองไม่ชัด  ยิ่งเพ่งก้อจะยิ่งไม่ชัด  เพราะกลางตา  ไว้มองชัดตอนสว่าง
ต้องหันข้าง ๆ ตามองจะดีขึ้น  แปลกมั้ยล่ะ 
ไปจริง ๆ แล้ว  สัปดาห์หน้าเจอกันใหม่จ้า
อ้าวเฮ้ย !!  ลืมอีกอันแล้ว  ที่เรียนมีเครื่องมืออีกอันให้เล่นด้วย
เรียกว่า Gyro - LAB เป็นหยั่งกะสวนสนุกอ่ะ
คือเป็นเครื่องทดสอบการหลงสภาพการบิน
คือ  ให้เราเข้าไปนั่งในห้องที่มองไม่เห็นภายนอก 
แล้วก้อหมุนไอ้ห้องนี่ไปทุกทิศทาง  หมุนไปเรื่อย ๆ ด้วยความเร็วคงที่
ตีลังกา  กลับหน้า  กลับหลัง  หันซ้าย  หันขวา  แบบนั้นแหละ
แต่เนื่องจากความเร็วคงที่  ไม่มีความเร่ง
เพราะงั้นผู้ที่โดยสารอยู่ข้างในจะไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองอยู่ในท่าใด
คงยังนึกว่าตัวเองอยู่นิ่ง ๆ  แต่ความจริง หมุนติ้วเลย  หุหุ
สนุกดี  หยั่งกะแกล้งคนแน่ะ  ไอ้เราก้อคอนโทรลห้องไปเรื่อย 
ไอ้คนข้างใน ก้อหมุนกลิ้งขลุก ๆ แต่ไม่ยักรู้ตัวแฮะ  ตลกมะล่ะ 
มิน่า  ถึงเกิดการหลงสภาพการบินเวลาบินเข้าเมฆหรือพายุฝนไง
เพราะมองไม่เห็นสิ่งแวดล้อม  ทำให้เกิดบินผิดทิศทางได้ไงล่ะ
ไปดีก่า  คราวนี้ไปจริง ๆ ไม่ลืมอะไรอีกแล้น  บายจ้า

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เวชศาสตร์การบิน

คำสำคัญ (Tags)#เวชศาสตร์ใต้น้ำ

หมายเลขบันทึก: 116988, เขียน: 05 Aug 2007 @ 10:08, แก้ไข, 23 Jun 2012 @ 03:25, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (0)