“ภิกษุทั้งหลาย คำว่า ‘พรหม บุรพาจารย์ บุรพเทพ อาหุเนยยบุคคล’ นี้เป็นชื่อของมารดาและบิดา ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะมารดาและบิดาเป็นผู้มีอุปการะมาก เป็นผู้ประคบประหงมเลี้ยงดูบุตร เป็นผู้แสดงโลกนี้แก่บุตร

บิดามารดาทั้ง ๒ นั้น ท่านเรียกว่า พรหมบุรพเทพ บุรพาจารย์ และอาหุไนยบุคคลของบุตร<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">พ่อ แม่ ถือว่าเป็น พระพรหมของลูกนั้น ก็โดยเหตุว่า ท่านมีความรักในลูกผู้เป็นสายเลือดตั้งแต่แม่อุ้มท้องมาจนคลอด ซึ่งผ่านความทุกข์ยากทางสรีระมามาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  ขณะที่แม่จะคลอดลูกนั้น แม่ย่อมได้รับความทุกข์เวทนามาก บางรายถึงสิ้นชีวิตก็มี แต่เมื่อแม่ได้คลอดลูกแล้ว เพียงได้เห็นหน้าลูกเท่านั้น ความปลื้มปีติด้วยความรู้สึกรัก และผูกพันในลูกผู้เป็นสายโลหิตของตน ด้วยเมตตาจิต ย่อมเกิดแก่พ่อ แม่ อย่างท้วมท้นล้นหัวใจ  ครั้นเห็นลูกร้องไห้ด้วยความหิว ก็รีบจัดแจงให้ลูกดื่มนมจนอิ่มให้ผาสุก ครั้นลูกเจ็บไข้หรือประสบอันตราย แม้เพียงแมลง เหลือบ ยุง ริ้น ไร ไต่ตอมหรือกัด ก็รีบเยียวยารักษา แก้ไข และป้องกันสรรพ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>อันตรายด้วยความเมตตาการุญ  เมื่อลูกเจริญวัย มีสุขภาพกาย สุขภาพจิตดี ร่าเริงแจ่มใส พ่อแม่ก็จะมองลูกด้วยความชื่นชม เมื่อลูกโตขึ้นถึงวัยเรียน ก็ปรารถนาจะให้ลูกได้มีความรู้ มีศิลปะวิทยาความสามารถ ไว้ประกอบกิจการในอาชีพโดยชอบ ให้มีความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต เมื่อลูกเรียนดี มีความรู้ มีศิลปะวิทยา และมีสติปัญญาสามารถ พ่อแม่นั้นสุดปลื้มจนลืมความทุกข์ยากลำบากในการทำมาหากิน แม้บางรายต้องอาบเหงื่อต่างน้ำ ทำมาหาเลี้ยงครอบครัวและส่งเสียให้ลูกเรียน ครั้นลูกประสบผลสำเร็จในชีวิตตั้งแต่วัยเรียน ถึงวัยทำงาน พ่อแม่ก็แสนจะปลื้มจิตปลื้มใจ บางรายถึงกับอดใจที่จะไม่พูดคุยโอ้อวดกับญาติมิตรไว้ไม่อยู่ ต้องคุยสรรพคุณของลูกอวดญาติมิตรจนได้ แม้ตัวเองจะล้าหลังหรือต่ำต้อยก็มี มุทิตาจิต  ปลื้มจิตปลื้มใจกับลูกที่ประสบผลสำเร็จในชีวิตเสมอ ยิ่งเมื่อลูกได้มีครอบครัวเป็นฝั่งเป็นฝา และเจริญรุ่งเรืองในชีวิต พ่อแม่ก็ไม่คิดที่จะรบกวนหรือเบียดเบียนลูก ด้วยจิตอุเบกขา แม้ลูกบางคนจะมีความประพฤติไม่ดี โต้เถียงก้าวร้าวพ่อแม่ ด้วยกิริยาวาจาที่ไม่สมควร หรือเบียดเบียนพ่อแม่ให้เดือดร้อนโดยประการต่างๆ พ่อแม่ก็คอยให้อภัยให้ลูกได้เสมอ  และแถมยังคอยเป็นห่วงเป็นใย ทำนุบำรุงลูกไปถึงหลานๆ ด้วยพรหมวิหารธรรมอย่างครบถ้วนสมบูรณ์  นี้แหละคือพระคุณของพ่อแม่ที่ชื่อว่า พระพรหมของลูก <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p>พ่อ-แม่ เป็น บุรพเทพของลูก ก็ด้วยว่า เป็นผู้คอยให้ความคุ้มครองป้องกันลูกในทุกขณะทุกทิศ นับตั้งแต่ลูกเจริญวัยอยู่ในครรภ์ของแม่  ท่านทั้ง ๒ ต่างคอยให้ความดูแลทำนุบำรุงครรภ์ มิให้มีอะไรมากระทบกระเทือนลูกในครรภ์ ครั้นลูกคลอดออกมาเป็นเด็กทารก และเจริญวัยเป็นลำดับ  พ่อแม่ก็คอยทนุถนอมกล่อมเลี้ยงมิให้เกิดภัยอันตรายทั้งปวง เมื่อเติบใหญ่เป็นวัยรุ่นหนุ่มสาว ก็ยังคอยดูและมิให้ใครมารังแกล่วงเกินและมิให้เกิดอุปัทวันตราย และมิให้ประพฤติเสียหายต่างๆ คอยแนะนำสั่งสอนลูกๆ ให้ตั้งอยู่แต่ในคุณความดี ให้รู้จักคบแต่คนดี ให้รู้จักหลีกหนีความชั่วและคนชั่วทั้งหลาย ครั้นลูกประพฤติผิดพลาดหรือมีโทษใดๆ ก็คอยเป็นนายประกัน คอยแก้ต่างให้ลูก คอยปกป้องลูกทุกอย่าง  หวังแต่ให้ลูกได้พ้นมลทินโทษ มุ่งแต่ทำประโยชน์สุขให้แก่ลูกแต่ส่วนเดียว เป็นดั่ง วิสุทธิเทพคือ พระอรหันต์ขีณาสพ ผู้ปรารถนาแต่ความสุขสวัสดีแก่ชนทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นบัณฑิตหรือพาลชน พ่อแม่จึงชื่อว่า บุรพเทพคือ ท่านผู้ทำอุปการคุณแก่ลูกก่อนเทพเหล่าอื่นทั้งปวง ได้แก่ ก่อนสมมติเทพ คือท้าวพระยามหากษัตริย์  ก่อนอุปัตติเทพ คือ เหล่าเทพเทวาในเทวโลกทั้งปวง และแม้ก่อนวิสุทธิเทพ คือพระอริยเจ้า พระอรหันตเจ้า อื่นใดทั้งสิ้น <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>พ่อแม่ เป็นบุรพาจารย์ ของลูก ก็ด้วยว่า เป็นผู้แสดงโลกนี้แก่ลูกก่อนครูอาจารย์ใดๆ นับตั้งแต่ที่ลูกได้เกิดมาแล้ว พ่อแม่นั้นแหละคอยพร่ำสอนลูกๆ ให้รู้จักพูด ให้รู้จักเดิน ให้รู้จักดื่มกิน ให้รู้จักอาบ นุ่งห่ม และทำกิจการงาน แม้กระทั่งให้รู้จักนั่ง และนอน ให้เรียบร้อย  พ่อแม่จึงชื่อว่า บุรพาจารย์ของลูก <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>พ่อแม่ เป็น อาหุไนยบุคคล”  คือเป็นผู้ควรแก่การรับทาน ได้แก่ ปัจจัย ๔ อันมี อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค และที่อยู่อาศัย ตลอดทั้งวัตถุสิ่งของเครื่องอำนวยความสะดวก มียานพาหนะ เครื่องใช้ เครื่องลูบไล้ ดอกไม้ และของหอม เป็นต้น อันบุคคล กล่าวคือ ลูกๆ ควรนำมาบูชา เพราะว่าพ่อแม่นั้น มีพระคุณอย่างใหญ่หลวงต่อลูก ยากที่จะพรรณนาได้จบสิ้น  ดังที่ท่านพระสิริมังคลาจารย์ ได้อ้างถึงพระพุทธดำรัส ตรัสไว้ในพระสูตร ติกนิบาต และจตุกกนิบาต อังคุตตรนิกาย (องฺ.ติก.๒๐/๑๖๔ และ องฺ. จตุกฺก ๒๑/๒) ว่า <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ภิกษุทั้งหลาย คำว่า พรหม บุรพาจารย์ บุรพเทพ อาหุเนยยบุคคล นี้เป็นชื่อของมารดาและบิดา ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะมารดาและบิดาเป็นผู้มีอุปการะมาก เป็นผู้ประคบประหงมเลี้ยงดูบุตร เป็นผู้แสดงโลกนี้แก่บุตร "</p>