ออฟโรด

   ขึ้นเขาไปกับออฟโรด  

   รถยนต์ ได้เข้ามามีส่วนที่สำคัญในวิถีชีวิตประจำวันของผู้คน จนบางคนยกให้เป็นปัจจัยที่ 5 ในการดำรงชีวิตในเมืองไปแล้ว รถยนต์จึงกลายเป็นพาหนะที่สำคัญยิ่งในการเดินทาง การประกอบอาชีพ รวมทั้งการเดินทางท่องเที่ยวที่ถือเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนรุ่นใหม่

     ช่วงเวลาที่ผ่านมาตลาดรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อได้มีการขยายตัวขึ้นเป็นอย่างมากในบ้านเรา ซึ่งในอดีตนั้น รถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อมักจะใช้เฉพาะเส้นทางทุรกันดาร เส้นทางภูเขาแถบภาคเหนือเป็นส่วนใหญ่และหน่วยงานราชการที่อยู่ในป่าในเขาตามวนอุทยานต่างๆ

   แต่ปัจจุบันรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อได้กลายมาเป็นรถที่ใช้ทั่วไปในเมืองและนอกเมืองสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากสไตล์การใช้ชีวิตของคนที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้เกิดความต้องการใช้รถยนต์ที่สามารถใช้งานได้ทั้งสองอย่างในคันเดียวกัน คือทั้งขับขี่ไปทำงานในชีวิตประจำวันและในวันหยุดก็สามารถใช้เพื่อการเดินทางท่องเที่ยวที่มีสมรรถนะและประสิทธิภาพตอบสนองกับรูปแบบการเดินทางสัมผัสธรรมชาติได้อย่างลงตัว

  แม้รถขับเคลื่อนสี่ล้อจะถูกออกแบบมาให้มีสมรรถนะและความสามารถพิเศษไปกว่ารถยนต์ธรรมดาทั่วไปแต่ข้อจำกัดต่างๆ รวมไปถึงความเหมาะสมในการใช้งานและการรู้จักใช้รถให้มีประสิทธิภาพสูงสุด จนบางคนซื้อมาแล้วแทบจะไม่เคยใช้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแม้แต่ครั้งเดียวก็ยังมี (ประเภทซื้อตามเขามันสูงและสวยดี)

       ผมเองเคยมีประสบการณ์ในการใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อมาบ้างและได้รับการฝึกอบรมเทคนิควิธีการขับรถขับเคลื่อนสี่ล้อขั้นพื้นฐาน จากบริษัทโตโยต้ามอเตอร์จึงขอเล่าประสบการณ์ในการใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อเพื่อให้ ทุกท่านนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์และทราบถึงความแตกต่างของรถขับเคลื่อนสองล้ออย่างไร

      การใช้เกียร์ 4 Hในสภาพเส้นทางที่เหมาะสมไม่ว่าจะเป็นเส้นทางที่ขึ้นเขาลงเขาชัน และเส้นทางที่เป็นลูกรังจะได้ประโยชน์ทั้งคนและรถ

          ลักษณะของการใช้เกียร์ 4H นับเป็นขั้นพื้นฐานในการขับรถขับเคลื่อนสี่ล้อ โครงสร้างของเกียร์ 4H จะเป็นเกียร์ขับเคลื่อนสี่ล้อที่มีอัตราการทดเกียร์ใกล้เคียงกับขับเคลื่อนสองล้อ เพียงแต่มีการถ่ายน้ำหนักลงบนล้อทั้ง 4 เท่าๆกัน เพราะฉนันรอบเครื่องยนต์ ความเร็วตีนต้นและตีนปลาย ที่เกียร์ 1-5 จะใกล้เคียงกัน จึงสามารถใช้งานได้ตามปกติ

           ประโยชน์ของการใช้ 4H ก็คือการที่มีการถ่ายน้ำหนักจาก 2 ล้อ มาสู่  4 ล้อ จะทำให้เครื่องยนต์มีความสึกหรอน้อยลง รวมทั้งครัชและเบรกก็จะไม่มีโอกาสไหม้ด้วย

          การที่จะเลือกเกียร์ 4H ควรจะเป็นในลักษณะของพื้นผิวถนนที่เป็นลูกรัง หรือทางขึ้นเขาและถนนราดยางที่เปียกแฉะฝนตกมีความลื่นที่ทำให้เกิดอาการฟรีของล้อ แต่ถ้าหากถนนแห้งเรียบไม่ควรใช้เพราะจะทำให้เฟืองท้ายทั้งลูกหน้าและลูกหลังเกิดความเครียด เนื่องจากพื้นผิวแห้งจะไม่มีการฟรีของล้อเกิดขึ้น เช่นเดียวกับเวลาที่วงเลี้ยวแคบ รัศมีของวงนอกและวงในไม่เท่ากันจะทำให้เกิดการงัดและผลที่ตามมาคือ เฟืองท้ายเกิดความร้อนสูงและสึกหรอโดยใช้เหตุ

       การใช้4Hดีกว่าอย่างไร

       1. ในการขับรถขึ้นเขาลงเขา ทางลูกรัง ในขณะที่รถเข้าโค้งล้อหน้าจะทำหน้าที่คอยดึงรถพร้อมกันนั้นล้อหลังจะทำหน้าที่คอยดันรถ จึงทำให้อาการเสียหลักของรถน้อยลงเนื่องจากล้อจะมีการดึงและดันในเวลาเดียวกัน ซึ่งการเข้าโค้งจะทำให้ง่ายขึ้น

       2. ในการขึ้นเขาจะสังเกตเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนในการใช้เกียร์ 2H บางครั้งเราเจอกับทางวิ่งขึ้นเขาความชันมากๆและเราขับขึ้นเขาด้วยเกียร์ 1 เมื่อเร่งรอบสุดเปลี่ยนเป็นเกียร์ 2 เครื่องดับหรือน็อคต้องเปลี่ยนมาเป็นเกียร์ 1 ใหม่ และแช่รอบเครื่องสูงไปเรื่อยๆ ในกรณีนีหากเราเปลี่ยนมาใช้ 4H ก็จะเท่ากับเราใช้กำลังเครื่องยนต์ได้ถึง 100 % เพราะการขับเคลื่อนสองล้อมาเป็นขับเคลื่อนสี่ล้อ กำลังก็จะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าตัว สำหรับการใช้เกียร์ขับเคลื่อนเราสามารถที่จะใช้ได้ไปจนถึงเกียร์ 2 หรือเกียร์ 3 ซึ่งจะขับได้สบายกว่า โดยไม่ต้องแช่รอบเครื่องให้สูงถึง 4000 - 5000 รอบ และหากเจอกับทางที่ชันมากขนาดที่ใช้เกียร์ 4H และยังต้องแช่รอบเกียร์ 1 และเปลี่ยนมาเกียร์ 2 แล้วเครื่องน็อคจุดนี้ให้เปลี่ยนไปใช้เกียร์ 4L ก็จะทำให้การขับเคลื่อนดีขึ้น ซึ่งเราสามารถขับได้ถึง 2L-3L-4Lได้(ผู้เขียนใช้เป็นประจำบนเขาทางภาคเหนือ)   

         เพราะฉนั้นใครก็ตามที่มักคิดว่าขับ 2 ล้อก็ไปได้ รถกระบะธรรมดาก็ขึ้นได้ เป็นความคิดที่ไม่ผิดถ้าในสภาพถนนแห้งๆแน่นอนรถอะไรก็ไปได้ทั้งนั้น เพียงแตการสิ้นเปลืองหรือการสึกหรอตลอดจนถึงความปลอดภัยมันแตกต่างกันหลายเท่าตัว โดยเฉพาะความคิดเก่าๆที่ว่า 2 ล้อก็ขึ้นได้สบายๆ แต่เหตุผลที่กล่าวมาและประสบการณ์ของกระผมเองจะช่วยให้ท่านลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษารถของท่านให้มีอายุใช้งานยาวนานเหมาะสมกับราคาที่ซื้อมาแพง อย่างเช่นเพื่อนผมคุณแอ๊ะที่โทรมาบอกว่ารถสี่ล้อวิ่งทางลูกรังคือนิ่มแท้ หวังว่าท่านคงอ่านบทความนี้และนำไปใช้ในการขับรถอย่างมีความสุขและปลอดภัยในการเดินทาง ครับกะผม

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ตุ๋ยแว่นหนึ่งในเด็กหลังห้อง

คำสำคัญ (Tags)#การจัดการความรู้เพื่อการพัฒนาชุมชน ท้องถิ่น

หมายเลขบันทึก: 116537, เขียน: 03 Aug 2007 @ 11:12, แก้ไข, 07 May 2012 @ 22:49, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 6, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (6)

เม็กดำ 1
เขียนเมื่อ 11 Aug 2007 @ 10:30
  • ผมใช้รถกระบะ  ขับเคลื่อนสี่ล้อ  แต่ไม่ค่อยได้ใช้ระบบนี้เท่าไร  แบบว่านานๆครั้ง  จะมีผลเสียต่อระบบหรือไม่  
  • ความคิดดีๆลองจัดการความรู้  ด้วยระยะทางสามร้อยถึงสี่ร้อยกิโลเมตร สักเที่ยวดีไหม 
  • พวกเรามีศูนย์เรียนรู้อยู่ทั่วประเทศ
เห็นด้วยครับ คุณตุ๋ยแว่น...สอบเสร็จแล้ว ทดลองจัดแรลลี่มหาลัยชีวิตดูสักครั้ง ท่านอาจารย์และเพื่อนนักศึกษา มีความเห็นว่ายังไงครับ

ขอบคุณท่านอาจารย์ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นในบทความของผม การขับรถ 4W ต้องหาโอกาสใช้บ้างถ้าไม่ใช้เลยเห็นรถบางคันตัวเซ็นเซอร์ไม่ทำงานหรือใช้ไม่ได้เลย ต้อนขับบนถนนลูกรังที่มีหลุมมากๆจะมีความแตกต่างกันมากกับการขับ 2 ล้อ และการจัดท่องเที่ยวแบบนี้ผมถนัดนักแล กำลังศึกษาเส้นทางกับเพื่อนนักศึกษาศูนย์ทางภาคเหนือที่มีสถานที่น้าเที่ยว(ภูลังกา)และเหมาะที่จะได้ทดลองขับเกียร์ 4H หรือ 4L ถ้าเพื่อนนักศึกษาสนใจก็รวมกลุ่มมาเลยเอาสัก 20 คัน 20 ครอบครัว กำลังดี และอยากเสนอเส้นทางที่น้าเที่ยวไม่ใกล้ไม่ไกลตามเส้นทางที่ค่อนข้างจะโหดนามว่า "ถนนลอยฟ้า" แม่สอด - พบพระ - อุ้มผาง - ทีลอซู(น้ำตกที่สวยติดอันดับโลกตัวอย่างฉากหลังของรูปถ่ายตุ๋ยแว่น) ดินแดนแห่งดินดอยลอยฟ้าหรือช่วงตุลานี้เพื่อนรุ่น03 อยากให้จัดโปรแกรมเยี่ยนลาวใต้ จำปาสัก หรี่ผี คอนพะเพงไนแองการาแห่งเอเชีย น้ำตกตาดเยีอน ตาดฟานถ้าเพื่อนนักศึกษาสนใจก็สอบถามมาได้เลยครับ

naree suwan
เขียนเมื่อ 17 Aug 2007 @ 12:58

สวัสดีคะ...ว้าวได้เจอครอบครัวนักเดินทางตัวจริงเสียงจริง...ชอบไปพักตามคาราวานเหมือนกันคะเวลาไปเมืองนอกก็จะใช้วิธีหาที่พักที่ถูกที่สุด....(มีแค่ตั๋วเครื่องบินไปกลับนะคะ...ต้องใช้วิธีพกมาม่าไปเยอะๆ)...ชอบไปกลางเต้นท์นอนแถวๆเขาใหญ่...กับแถวชายทะเลคะ...แต่ที่พักแบบนี้ในเมืองไทยยังอันตรายคะต้องไปเป็นหมู่คณะ...ได้ความรู้เรื่องรถเพิ่มด้วย...แต่ว่ายังไม่มีรถคะ...มีดีลเลอร์ไหนที่ซื้อรถแล้วแถมคนขับบ้างไหมคะคุณตุ๋ย...จะรีบไปซื้อเลยคะอิอิ...

คนเดินดิน
เขียนเมื่อ 04 Nov 2007 @ 09:43

สวัสดีครับ คุณตุ๋ยแว่นหนึ่งในเด็กหลังห้อง

naree suwan
เขียนเมื่อ 02 Jan 2008 @ 12:00