สวัสดีครับทุกท่าน

    ช่วงนี้ฝนคงตกบ่อยๆ นะครับ น้ำในนาก็คงเต็ม มีน้ำใหม่ จากฝนห่าใหม่ น้ำใส ก็คงมีเสียงกบร้อง อึ่งอ่างบรรเลงเพลง พร้อมกับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ อีกมากมาย ผมขอนำเสนอ แมงดานา นั่นเองนะครับ แล้วค่อยเอารายละเอียดว่าด้วยแมงดา มานำเสนอต่อในเชิงวิชาการนะครับ แมงดานั้นเป็นสัตว์จำพวกแมลงที่อยู่ในน้ำที่ใหญ่ที่สุดนะครับ เลยถูกเรียกว่า Giant Water Bug มีขาหกขา ซึ่งควรจะถูกเรียกว่าแมลง แต่ก็มีคนเรียกเป็นแมงดา มานะครับ ดังนั้น จะถูกใช้เป็นข้อสอบเพื่อหลอกเด็กบ่อยๆ สมัยเรียนวิชาชีววิทยานะครับ

http://www.life.uiuc.edu/ib/109/Insect%20rearing/giant%20water%20bug.html   http://www.pca.state.mn.us/kids/c-october.html   http://www.pca.state.mn.us/kids/c-october.html   

เกริ่นนำเรื่อง

    ท่านๆ คงเคยเจอฝนห่าใหญ่ใช่ไหมครับ ประมาณว่าฝนตกหนักในตอนกลางวันโดยตกครั้งแรก แล้วคืนนั้นท่านจะได้ยินเสียง กบร้อง อึ่งอ่าง คางคก เขียด อะไรเต็มไปหมดเลยครับ อิๆๆๆ แต่ผมไม่ได้มาเล่าทริคจับกบนะครับ เอาไว้โอกาสต่อไปครับ

คือฝนตกห่าใหญ่ผ่านไปแล้วนะครับ รุ่งเช้ามืดเลยครับ ท่านคิดว่าท่านจะหาอะไรได้บ้างครับ ให้ทายกันดูนะครับ 3...2...1....

ทริคที่ว่านั่นคือ การหาแมงดานานั่นเอง หากท่านเคยจำได้หรือเคยเห็นท่านจะเจอแต่ไข่แมงดานา ส่วนตัวแมงดาท่านจะต้อง งมด้วยมือ หรือจับด้วยสุ่ม คราวนี้มาดูเทคนิคการดำเนินเรื่อง ในตัวละคร ที่ชื่อว่า นุ้ย ดูนะครับ ว่าเค้าจะทำอย่างไร

เรื่อง ย้อนความยามยังเด็ก (ตอน แมงดายามรุ่งอรุณ)

"หลังจากฝนตกหนักเมื่อคืน ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของท้องทุ่งนาและชนบนแห่งนี้ ด้วยการที่เล่ากันมาว่า หลังจากคืนฝนตกหนักคืนแรกในแต่ละครั้ง เจ้าแมงดาที่อาศัยอยู่บนเขา (เขาคือภูเขา) ก็จะบินออกมายังท่ามกลางท้องนาในคืนนั้นเช่นกัน แต่จะเริ่มวางไข่ในตอนเช้าวันรุ่ง ด้วยความชำนาญของนุ้ยและแม่ก็มิได้ปล่อยให้โอกาสที่ดีอย่างนี้ล่องลอยไป กว่าฝนจะตกครั้งใหม่ไปรู้เมื่อไหร่

เป็นปกติว่าถ้าฝนตกหนักวันนี้ คืนนี้เตรียมตัวหากบและจับแมงดานา ในวันรุ่งได้เลย ด้วยนิสัยของเจ้าแมงดา จะเริ่มไข่ตอนเช้าตรู่ และเมื่อไข่แล้วตัวเมียก็จะเป็นที่ต้องการ ของชาวนาผู้ล่าในละแวกนี้ แมงดาตัวผู้ก็เป็นที่ต้องการเช่นกันเพราะว่ากลิ่นมันได้รสชาติมากเลย โดยเป้าหมายมีอยู่สองอย่างคือ ถ้าจับได้มากก็จะนำไปขายหรือแจกญาติพี่น้อง โดยราคาค่อนข้างสูงมาก ตัวละสิบห้าถึงยี่สิบบาท กับอีกอย่างคืนนำมาตำน้ำพริกที่เรียกว่าน้ำพริกแมงดานี่เอง

เรามาดูกันว่านุ้ยกับแม่จะเจออะไรบ้างรุ่งเช้านี้ "

"ไอ้นุ้ย มานี่เร็วๆ"" แม่เรียกเสียงดังลั่น

""ไหรแม่"" (อะไรเหรอแม่) นุ้ยตอบ "

"แม่เจอแล้วรังแรกเลย"" แม่บอก เป็นโอกาสดีของนุ้ยที่จะได้เจอกับรังแรกของแมงดานาในปีนี้ "

"หยูไหนแม่"" (อยู่ตรงไหนล่ะแม่)

แม่ก็กวักมือและทำท่าอย่าส่งเสียงดังไป แมงดาตัวเมียกำลังวางไข่อยู่ มีฟองสีขาวนวลอยู่เหนือผิวน้ำบนกอซังข้าว และแมงดาตัวเมียกำลัง ใช้หางตวัดไปมา ด้วยกระบวนการของการวางไข่ ""แล้วหลังจากนี้เป็นไงต่อหล่ะแม่"

"ด้วยความอยากรู้อยากเห็นของนุ้ยที่ไม่เคยเจอกรณีนี้ มาก่อน

แม่กระซิบบอกว่าให้รอดูเอง หลังจากนั้นได้ประมาณห้านาที แมงดาตัวนั้นก็วิ่งลงน้ำไป ก็มีแมงดาอีกตัววิ่งขึ้นไปบนรังที่เพิ่ง ที่มีไข่อยู่แล้วใช้หางตวัดไปมาและลงน้ำทันที่ แม่กระซิบบอกนั่นเป็นตัวผู้ปล่อยน้ำเชื้อเสร็จก็จะวิ่งลงน้ำทันที และจะมีแมงดาตัวหนึ่งทำหน้าที่เฝ้าไข่จนกว่าไข่จะฟักออกเป็นตัวลูกแมงดานับร้อยตัว ปกติเวลาเราไปเจอรังแมงดา เราจะเจอแมงดาเพียงตัวเดียวอยู่ที่ใต้ผิวน้ำ และตัวนี้จะมีกลิ่นฉุน และคนก็บอกว่าตัวนี้คือตัวผู้ ทำหน้าที่เฝ้ารัง

ตัวผู้จะคอยดูและเอาน้ำขึ้นไปพรมไข่อยู่อย่างสม่ำเสมอ ที่เค้าเปรียบผู้ชายประเภทหนึ่งว่าเป็นแมงดา ไม่รู้ทำไมนะแม่ มันเกี่ยวกันไหมครับ ขณะที่แม่เล่าอยู่นั้นก็มิได้รอเฉยไม่ หลังจากที่ตัวผู้ขึ้นไปทันทีนั้น แม่ก็คว้าเข้าไปยังต้นซังนั้นทันที และจับได้ทั้งสองตัว ด้วยน้ำที่ไม่ลึกมากและน้ำใสด้วยจึงเห็นว่าตัวแมงดาอยู่ตรงไหน และประสบการณ์ใหม่ของนุ้ยด้วย นุ้ยเคยเจอแต่เป็นรังที่ไข่ไว้เรียบร้อยแล้ว แล้วจะจับมันได้อย่างไร

โดยตัวผู้จะคอยอยู่ที่ใต้ผิวน้ำที่ตรงโคนต้น ซังข้าวอยู่ใกล้ๆรังของมัน แต่ตัวเมียจะว่ายน้ำไปต่อซึ่งหาโอกาสยากนักที่จะเจออย่างกรณีวันนี้ แม่ก็เล่าต่อว่าการจับแมงดาเนี่ยนะต้องจับที่ตัว อย่าให้โดนที่หัวมันจะต่อยเราได้ เคยมีคนโดนต่อยมาแล้วแม่บอกว่ายิ่งต่อยเค้าก็เด็ดหางทิ้ง เด็ดจนถึงตัวแล้วก็ยังต่อยอยู่อีก นั่นเพราะ เค้าไม่รู้ว่าเข็มพิษมันอยู่ตรงไหน ความเจ็บปวดที่ได้รับจากการต่อยของแมงดาเนี่ยยิ่งกว่าต่อแตนซะอีก แม่ก็เก็บใส่ถุงพลาสติกไว้แล้วเหน็บไว้ที่สะเอวแล้วเดินต่อไปหารังใหม่

จากนั้นนุ้ยก็แยกทางกันกับแม่ เพื่อช่วยกันหา แม่กะว่าถ้าได้หลายตัววันนี้จะตำน้ำพริกไปหา แม่เฒ่าและปู่ด้วย (แม่เฒ่า คือ คุณยายนั่นเอง)"

เส้นทางต่อไปหลังจากที่น้อยแยกทางมาเองตามลำพัง ก็ทำให้นุ้ยรู้สึกต้องสังเกตเวลาเจอไข่แมงดา

"โอ้โห เจออีกแล้วไข่แมงดาอีกแล้ว แต่ครั้งนี้ ต่างจากที่เจอกับแม่เมื่อกี้ นุ้ยเดินย่องๆ เข้าไป ต้องเดินเข้าไปแบบมีเทคนิคนะครับ คือให้เอาปลายเท้าอยู่เหนือน้ำแล้ววางเท้าแบบปลายเท้าชี้ลงดินเพื่อลดแรงเสียดทาน แล้วก้าวต่อไปก็ต้องยกเท้าอีกข้างทำเหมือนกัน เดินไปจนถึงรังไข่ของแมงดา

ด้วยประสบการณ์ของนุ้ยที่เจอมาเยอะ ก็ทราบว่าตัวแมงดาจะอยู่ตรงไหน (ท่านคิดว่ารังไข่หันไปทางทิศตะวันออกแล้วตัวแมงดาจะอยู่ตรงไหนที่ใต้น้ำครับ แล้วท่านคิดว่ามันจะอยู่บนผิวดินหรือว่า อยู่ในน้ำว่ายอยู่ครับ หรือว่าอยู่ที่ กอซักข้าว อิๆๆ )  มาดูต่อครับ

ว่านุ้ยจะทำไง

นุ้ยก็ทราบและนี่คือทริกที่นุ้ยทราบและค้นพบด้วยประสบการณ์แล้วบอกกันในครอบครัวและเพื่อผู้ค้นหาแมงดาด้วยกัน เพราะเราจะไม่หาแบบไปสุ่มจับหรือไปเหวี่ยงแห ครับ มันจะทำให้น้ำสีใสๆ ข้นไปทั้งแปลงนา

ตัวแมงดาจะเกาะอยู่ได้หลายที่ ตามกรณีของไข่แมงดานั่นเอง เช่น

หากรังไข่แมงดาอยู่สูงจากระดับผิวน้ำมาก นั่นคือตัวแมงดาจะอยู่ไกลจากที่กอซักหรือต้นไม้ที่ไข่อยู่ หากไข่อยู่ใกล้ผิวน้ำมาก ตัวแมงดาจะอยู่ใกล้ไข่เช่นกัน แล้วตัวแมงดาจะอยู่ในทิศของรัศมีของไข่แมงดา นั่นคือ หากไข่แมงดาหันหน้าไปทางทิศตะวันออก หรือที่เวลา สามนาฬิกา ตัวแมงดาก็จะอยู่ในทางทิศตะวันออกของรังไข่แมงดาด้วย แต่อาจจะอยู่ได้ตั้งแต่ ตำแหน่ง 1-5 นาฬิกา (เทียบกับการอ้างอิงแบบทหารนะครับ) ดังนั้นทำให้เราจับแมงดาได้แม่นยำและไม่พลาดมาก หลังจากใช้วิธีนี้ทำให้นุ้ยจับได้เยอะมากขึ้น เช่น เจอ 30 รัง ก็อาจจะได้ 25 ตัว

และแล้ววันนั้นนุ้ยจับได้หลายตัวมากผสมกับที่แม่จับได้ด้วย ทำให้เราสองแม่ลูกเอาไปแจกญาติที่อยู่ห่างไกลและคนข้างเคียงกันได้หลายคนเลยครับ"

<hr><p>  ขอบพระคุณมากครับ</p><p>เม้ง</p><p> </p>