ที่มาของหัวข้อเรื่องวิทยานิพนธ์ : หนังสือ วารสาร บทความ
มักจะเกิดคำถามเสมอในการเรียนระดับบัณฑิตศึกษาว่า หัวข้อเรื่องวิทยานิพนธ์หรือวิจัย อยู่ไหน ฤาไกลเกินคว้า ปกติการเรียนระดับระดับบัณฑิตศึกษาเป็นเรื่องสนุกสนาน เพราะได้พบเพื่อนต่างวัย ต่างบทบาท ต่างหน้าที่ ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่ไม่เคยเจอมาก่อน ได้ความคิดใหม่ ๆประสบการณ์ใหม่กับเพื่อร่วมชั้นเรียน แต่นิสิต นักศึกษาจะหนักใจกับหัวข้อเรื่องวิทยานิพนธ์ที่จะทำตามหลักสูตรของการจบการศึกษา อาจจะเป็นการศึกษาค้นคว้าอิสระ สำหรับนิสิติ นักศึกษาเลือกเรียนแผน ข (8 หน่วยการเรียน) วิทยานิพนธ์สำหรับ นิสิต นักศึกษาเลือกเรียนแผน ก ซึ่งจะทำให้นิสิตบางคนเสียโอกาสที่จบการศึกษาตามหลักสูตรหรือไม่จบการศึกษาเลย เพราะนิสิต นักศึกษาจะจบการศึกษาตามหลักสูตร ต้องทำวิทยานิพนธ์หรือการศึกษาค้นคว้าอิสระ สาเหตุหลักคือนิสิต นักศึกษาคิดหัวข้อเรื่องที่จะทำไม่ได้หรือทำแล้วแต่ติดปัญหาที่กระบวนการวิจัยที่ไม่สามารถดำเนินการได้ อาจจะเกิดจากความรู้พื้นฐานน้อย การวางแผนล้มเหลว หรือเรื่องที่ทำขาดความสนใจ และที่สำคัญคือตัวนิสิต นักศึกษาเอง ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหาที่จะเกิดขึ้น นิสิต นักศึกษาควรมีการแผนการทำวิทยานิพนธ์ตั้งเริ่มเรียน ยิ่งเริ่มได้เร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นประโยชน์ต่อการทำวิทยานิพนธ์เท่านั้น วิธีที่ง่ายที่สุดในการค้นหา หัวข้อเรื่องวิทยานิพนธ์มีดังนี้
1. ผู้ที่จะทำวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ จะต้องทราบว่าตนเองต้องการจะศึกษาเรื่อง อะไรอย่างชัดเจน จึงจะสามารถกำหนดหัวข้อเรื่องสำหรับการวิจัยได้อย่างเหมาะสม กล่าวคือ จากความสนใจ ประสบการณ์ ภูมิหลัง อาจมีบางเรื่องราวที่นิสิต นักศึกษา เองสนใจต้องการหาคำตอบข้อเท็จจริง เช่น อยากทราบแนวคิดหรือข้อสังเกตของนิสิต นักศึกษาในเรื่องตนเองเกี่ยวข้อง สมมติว่านิสิต นักศึกษามีอาชีพครูหรือเป็นนักการศึกษาที่สนใจวิธีสอน อาจตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับวิธีสอนในโรงเรียนของตนเองและต้องการที่ทดลองการจัดการเรียนการสอนด้วยวิธีสอนที่แตกต่างกัน จะส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหรือไม่ หรือนิสิต นักศึกษา ทำธุรกิจด้านภาพยนตร์ อาจตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับ การเลือกชมภาพยนตร์ของประชาชนว่ามีลักษณะอย่างไร หรือมีวิธีการใดที่ส่งเสริมให้คนเลือกชมภาพยนตร์ของเรา จากข้อสังเกต ประสบการณ์และความสนใจดังกล่าว นิสิต นักศึกษาจะได้หัวข้อเรื่องวิทยานิพนธ์ ที่เกิดจากความต้องการของนิสิต นักศึกษาเอง
2. งานวิจัย วิทยานิพนธ์หรือปริญญานิพนธ์ แหล่งที่มาของหัวข้อเรื่องวิทยานิพนธ์แหล่งหนึ่ง คือ งานวิจัย วิทยานิพนธ์หรือปริญญานิพนธ์ ของนักวิชาการหรือนิสิต นักศึกษาที่ทำเสร็จสมบูรณ์แล้ว ซึ่งในงานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ จากการอ่านวิเคราะห์หรือทบทวนอาจจะพบช่องว่างหรือจุดอ่อนหรือหัวข้อเรื่องวิทยานิพนธ์ที่ตนสนใจที่จะศึกษาหลังจากได้อ่านผลงานหรือวิทยานิพนธ์ของผู้อื่นแล้ว ตัวอย่างเช่น การเปรียบเทียบผลการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ตรีโกณมิติ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบทีจีที(TGT) กับแบบ สสวท. ถ้านิสิต นักศึกษา พิจารณาแล้วยังมีข้อบกพร่อง ก็สามารถศึกษาใหม่ได้ อาจจะเพิ่มวิธีสอนหรือเปลี่ยนวิธีสอนใหม่ จากหัวข้อเรื่อง การเปรียบเทียบผลการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ตรีโกณมิติ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบทีจีที(TGT)กับแบบ สสวท. เปลี่ยนเป็น การเปรียบเทียบผลการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ตรีโกณมิติ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบจิ๊กซอว์แบบทีจีที(TGT)กับแบบ สสวท. เหล่านี้เป็นต้น แต่อย่าลืมว่าในการอ่านหรือทบวนนิสิต นักศึกษาควรศึกษางานวิจัยในสาขาของตนเอง เพื่อค้นหาหัวข้อเรื่องที่วิทยานิพนธ์ที่ทำได้ หรือสาขาใกล้เคียง เช่น ในสาขาการวิจัยการศึกษา ได้แก่ งานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์สาขาการวิจัยการการศึกษา สาขาการวัดผลการศึกษา สาขาหลักสูตรและการสอน สาขาการศึกษาทั่วไป ทั้งงานวิจัยในและต่างประเทศ หรือในสาขาบัญชีและการจัดการ ได้แก่ งานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ของสาขาการบัญชี สาขาการจัดการทั่วไป สาขาการเงิน สาขานโยบายสาธารณะ เป็นต้น
3. ข้อเสนอแนะจากงานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ แหล่งที่มาของหัวข้อเรื่องวิทยานิพนธ์แหล่งหนึ่ง คือ ข้อเสนอแนะจากงานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ เนื่องจากงานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ทั้งในและต่างประเทศทุกเล่ม ที่อยู่ในรูปเล่มหรือตีพิมพ์ในวารสาร จะพบว่า บทที่ 5 หลังการสรุปผล อภิปรายผลการวิจัย จะมีข้อเสนอแนะของผลการวิจัย ทั้งข้อเสนอแนะเพื่อการนำไปใช้และข้อเสนอแนะเพื่อการวิจัยครั้งต่อไป เมื่อนิสิต นักศึกษาได้อ่านหรือวิเคราะห์ อาจจะพบหัวข้อเรื่องวิทยานิพนธ์ที่น่าสนใจหรืออาจจะประยุกต์ข้อเสนอแนะและสามารถกำหนดหรือตั้งเป็นชื่อเรื่องได้ ถ้าเป็นงานวิจัยระดับชาติแล้วยิ่งมีข้อเสนอแนะที่น่าสนใจที่สามารถแยกแยะประเด็นต่าง ๆ ที่ต้องการทำวิทยานิพนธ์
4. เอกสารและบทความที่ตีพิมพ์ ซึ่งปัจจุบันเอกสารและบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารงานวิจัยมีจำนวนมากทั้งในและต่างประเทศ วารสารถึงว่าเป็นแหล่งรวมบทความและผลงานวิจัยที่เป็นปัจจุบันที่สุดและมีความรู้ใหม่ ผลงานวิจัยใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ ยิ่งนิสิต นักศึกษาอ่านและวิเคราะห์บทความหรืองานวิจัยมากเท่าใดโอกาสที่จะพบหัวข้อเรื่องวิทยานิพนธ์ยิ่งมีมากและใหม่ ทันสมัย เป็นปัจจุบันมากที่สุด แต่ทั้งนี้ควรอ่านวารสารหรือเอกสารที่ตรงกับสาขาของตนเองหรือเกี่ยวข้อง เพื่อจะได้หัวข้อเรื่องวิทยานิพนธ์ที่ตรงกับสาขาและทำได้เลย ตัวอย่างวารสารได้แก่ วารสารการวัดผลการศึกษา วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วารสารบัญชีและการจัดการ วารสารรัฐศาสตร์และสังคมศาสตร์ วารสารสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติและวารสารคอมพิวเตอร์ เป็นต้น
5. อินเทอร์เน็ต ปัจจุบันถือว่าเป็นสื่อแหล่งรวมงานวิจัยทั่วโลก นิสิต นักศึกษาสามารถค้นหางานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์จากมหาวิทยาลัยทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งค้นหาข้อมูลที่นิสิต นักศึกษาสนใจได้ รวมถึงอาจจะได้ความคิดใหม่ในการหาหัวข้อเรื่องวิทยานิพนธ์ และสามารถตรวจสอบชื่อเรื่องของนิสิตที่ตั้งขึ้นว่าซ้ำหรือมีคนทำมากน้อยแค่ไหนได้ด้วย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษางานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
6. ข่าวในสื่อมวลชน แหล่งที่มาของหัวข้อเรื่องวิทยานิพนธ์ที่สำคัญแหล่งหนึ่ง คือ ข่าวในสื่อมวลชน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาและเหตุการณ์ต่าง ๆ ในปัจจุบัน เป็นเรื่องที่คนกำลังสนใจอยู่ ปัญหาและเหตุการณ์เหล่านั้นยังไม่มีคำตอบหรือไม่ข้อยุติที่แน่นอนและถึงมีข้อมูลแต่ยังไม่ครอบคลุมหรือถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์ตามหลักวิชาการ ดังนั้นนิสิต นักศึกษาสามารถเอาประเด็นเหล่านั้นมาตั้งเป็นหัวเรื่องวิทยานิพนธ์ได้ เช่น ด้านการศึกษา เกี่ยวกับการแบ่งเขตพื้นที่การศึกษาว่ามีความเหมาะสมหรือไม่อย่างไร สามารถศึกษาความคิดเห็นของครู นักเรียนและกรรมการสถานศึกษาที่เกี่ยวข้องเพื่อหาข้อสรุปตามหลักวิชาการและสภาพความเป็นจริงแก่สาธารณชนหรือด้านรัฐประศาสตร์และสังคมศาสตร์ ศึกษาเกี่ยวกับระบบการเมืองในปัจจุบัน แนวทางการปฏิรูปการเมืองการปกครองและประชาชนกับประชาธิปไตยในปัจจุบัน เหล่านี้ถือว่าเป็นหัวข้อเรื่องวิทยานิพนธ์ที่ทันสมัยและเหตุการณ์ในปัจจุบัน
7. หน่วยงานที่นิสิต นักศึกษาทำงานอยู่ แหล่งที่มาของหัวข้อเรื่องวิทยานิพนธ์ที่สำคัญแหล่งหนึ่ง คือ หน่วยงานที่นิสิต นักศึกษาปฏิบัติงานอยู่ อาจมีหัวข้อเรื่องวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ที่น่าสนใจหลายเรื่อง เพื่อขจัดความสงสัยหรือเพื่อศึกษาให้ชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องที่หน่วยงานสนใจ รวมทั้งนิสิต นักศึกษาสนใจด้วยเช่นเดียวกัน เช่น กรณีประกอบอาชีพข้าราชการ อาจจะศึกษาขวัญและกำลังในการปฏิบัติงานของผู้อยู่ใต้บังบัญชา เจตคติหรือทัศนคติต่อการปฏิบัติงานในหน่วยงาน หรือศึกษาความพึงพอใจของผู้ใช้บริการหน่วยงาน กรณีเป็นเจ้าของกิจการ อาจจะศึกษาแนวโน้มการขยายธุรกิจ ความพึงพอใจของลูกค้าต่อการบริการ ปัญหาและความต้องการในการเลือกซื้อสินค้า เป็นต้น จะเห็นว่าที่ทำงานหรือหน่วยงานที่ปฏิบัติงานอยู่ มีประเด็นที่น่าสนใจหรือมีหัวข้อเรื่องวิทยานิพนธ์ไม่น้อยกว่าแหล่งอื่น ๆ เช่นเดียวกัน ซึ่งนิสิต นักศึกษาไม่ควรมองข้ามแหล่งที่มาใกล้ตัว
8. การทำ Review Research หรือการทบทวนงานวิจัย วิทยานิพนธ์ที่ทำเสร็จแล้ว ซึ่งส่วนมากนิสิต นักศึกษามักจะได้ทำในการเรียนตามรายวิชา การทำ Review Research จะช่วยให้นิสิต นักศึกษา ทราบถึงระเบียบวิธีวิจัย การดำเนินการวิจัย ผลของการวิจัย รวมทั้งจุดเด่น จุดด้อยของานวิจัย วิทยานิพนธ์เรื่องนั้นด้วย รวมทั้งอาจจะเป็นการจุดประกายหัวข้อเรื่องที่น่าสนใจเพื่อจะศึกษา ต่อยอดเรื่องที่ศึกษามาแล้วให้ลึกซึ้งกว่าเดิม ซึ่งหลักการทำ Review Research นิสิต นักศึกษา ควรทำเรื่องหรือขอบเขตที่เป็นแนวเดียวกัน ไม่ควรทำกระจัดกระจาย เช่น ความคิดสร้างสรรค์ การ Review Research ควรหาเรื่องงานวิจัย วิทยานิพนธ์ที่มีความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวข้องเพื่อจะได้ตัวแปรที่ศึกษาไม่ชัดเจน
ทองสง่า ผ่องแผ้ว 2/08/2550
ต้องขอเรียนปรึกษานะครับ ผมเรียน ปริญญาโท คณะรัฐประศาสนศาสตร สาขารัฐประศาสนศาสคร์ เทอมสุดท้าย กำลังเตรียมทำวิทยานิพนธ์ครับ อยากปรึกษาการตั้งหัวข้อเรื่องและการหาข้อมูลจากใหนครับ ต้องคำแนะนำจากอาจารย์ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ
ธเนศพล อินทร์จันทร์
ตอนนี้หนูกำลังศึกษาปริญญาตรีค่ะ ปี4เทอมสุดท้ายแล้วค่ะ ทางมหาลัยให้ทำภาคนิพนธ์เกี่ยวกับบัญชีค่ะ แต่ตอนนี้หนูยังหาหัวข้อที่จะทำไม่ได้เลยค่ะ อ.ช่วยแนะนำให้หนูหน่อยนะค่ะว่าหนูควรจะเอาหัวข้ออะไรดี ภาคนิพนธ์กับวิทยานิพนธ์มันเหมือนกันหรือเปล่าค่ะ
ขอบคุณนะคะ