![]()
พวกเราคงจะชื่นชอบเครื่องดื่มต่างๆ ไม่มากก็น้อย วันนี้มีคำแนะนำดีๆ ที่ว่า การใช้หลอดดูดปลอดภัยมากกว่าการซดหรือจิบ (เข้าปากโดยตรง) มาฝากครับ...
น้ำอัดลม น้ำผลไม้ และเครื่องดื่มบำรุงกำลัง เช่น กระทิงแดง ฉลาม ฯลฯ มีฤทธิ์เป็นกรด ซึ่งอาจทำลายเคลือบฟันได้
![]()
วารสารสรรสาระกล่าวว่า การดื่มเครื่องดื่มแต่ละวิธีมีผลต่อฟันของเราไม่เท่ากันได้แก่
- ถ้าซด > น้ำอัดลมจะไหลไปรวมกันที่ผนังปากด้านในสุด (ด้านหลัง) ทำให้ฟันด้านหลัง เช่น ฟันกราม ฯลฯ สึกกร่อน
- ถ้าจิบ > น้ำอัดลมจะสัมผัสฟันด้านหน้า ทำให้ฟันหน้าสึกกร่อน
![]()
ฟันที่สึกกร่อนจากอายุที่มากขึ้น กรด จากการแปรงฟันผิดวิธี การแปรงฟันแรงเกิน การใช้แปรงสีฟันขนแข็ง และจากการกินอาหารที่มีน้ำตาลสูง ซึ่งแบคทีเรียในช่องปากจะย่อย ทำให้เกิดกรดอีกต่อหนึ่ง มีส่วนทำให้เคลือบฟันบางไปเรื่อยๆ
เคลือบฟันที่บางลงเสี่ยงต่อการเกิดฟันผุ และอาการเสียวฟัน
![]()
วิธีป้องกันอันตรายจากกรดในเครื่องดื่ม ซึ่งอาจทำให้ฟันผุ หรือเกิดอาการเสียวฟันได้แก่
- ใช้หลอดดูด เพื่อให้กรดในเครื่องดื่ม เช่น น้ำอัดลม น้ำผลไม้ เครื่องดื่มบำรุงกำลัง ฯลฯ สัมผัสฟันน้อยลง
- บ้วนปากหลังดื่มเครื่องดื่มหลายๆ ครั้งทันที
- ถ้าไม่มีโอกาสบ้วนปากทันที ควรพิจารณาเคี้ยวหมากฝรั่งชนิดไม่เติมน้ำตาล เช่น ใช้น้ำตาลเทียมจากธรรมชาติ (xylitol) ฯลฯ
- บ้วนปากเป็นระยะๆ เช่น ทุก 2-3 นาที ฯลฯ รอให้ครบ 10 นาทีขึ้นไปค่อยแปรงฟัน
- ใช้แปรงขนอ่อน (soft) หรืออ่อนมาก (extrasoft) ไม่ควรใช้แปรงชนิดแข็ง
- แปรงฟันเบาๆ และแปรงให้ถูกวิธี โดยขอคำแนะนำจากอาจารย์ทันตแพทย์ หรือผู้ช่วยทันตแพทย์
- ใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออกไรด์อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เพื่อลดโอกาสเกิดฟันผุ
- ถ้าเสียวฟัน > ยาสีฟันที่มีเกลือโพแทสเซียมหรือสตอนเทียม เช่น เซนโซดายน์ อีโมฟอร์ม ฯลฯ อาจช่วยบรรเทาอาการเสียวฟันได้
- ควรตรวจช่องปากกับทันตแพทย์ทุก 6 เดือน (ถ้าเป็นไปได้)
![]()
ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพฟันและช่องปากดีไปนานๆ ครับ
ข่าวประกาศ...
- เนื่องจากผู้เขียนมีภาระงานมากเกิน อินเตอร์เน็ตที่อาศัยโรงพยาบาลใช้อยู่ช้ามาก จำเป็นต้องปิดส่วนความคิดเห็นในบล็อก "บ้านสุขภาพ" และงดตอบปัญหาไปพลางก่อน...
ขอแนะนำ...
- รวมเรื่องสุขภาพ > "สุขภาพช่องปาก"
- [ Click - Click ]
- รวมเรื่องสุขภาพ > "ใช้ชีวิตให้ปลอดภัย / safety"
- [ Click - Click ]
- ขอแนะนำบล็อก > "บ้านสาระ"
- http://gotoknow.org/blog/talk2u
แหล่งที่มา:
- ขอขอบพระคุณ > หลอดช่วยได้. สรรสาระ Reader’s Digest. 07/07. กรกฎาคม 2550. หน้า 164.
- ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก “บ้านสุขภาพ” มีไว้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่เพื่อการรักษาโรค
- ท่านที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
- ขอขอบพระคุณ > อาจารย์เทวินทร์ อุปนันท์ และทีม IT โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี
- ขอขอบพระคุณ > อาจารย์ ณรงค์ ม่วงตานี และอาจารย์เทพรัตน์ บุณยะประภูติ IT
- นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ จัดทำ > 1 สิงหาคม 2550.