คงไม่ถือว่าเป็นงานที่ท้าทาย ... เพราะด่านแรกที่ตัวเองต้องคิด ก็คือ ผู้บริหารจะเอาด้วยหรือไม่นั้น คงไม่ใช่ปัญหา ... เพราะท่านผู้อำนวยการกองฯ คุณธีชัช บุญญะการกุล ท่านเห็นความสำคัญ และให้การสนับสนุนเรื่องนี้มาโดยตลอด และให้นโยบายที่ชัดเจนว่า ต้องนำ KM ไปบูรณาการกับงานประจำ ในลักษณะให้เนียนไปกับเนื้องาน ไม่ใช่เป็นงานเพิ่มเติม หรือทำให้มีภาระในการทำงานมากขึ้น

 

เธอเอา KM มาเชื่อมกับส้วมได้อย่างไร และทำไมมันถึงเกี่ยวข้องกันล่ะหนอ ... ดูกันต่อนะคะ

... หลังจากที่ กพร. ได้มีการปรับเปลี่ยนแนวทางการประเมินตัวชี้วัด ที่กำหนดให้มีการนำ KM ไปบูรณาการ กับงานประจำ โดยเฉพาะงานตามยุทธศาสตร์ หรือโครงการสำคัญของกรมฯ

... และแน่นอน ... โครงการพัฒนาส้วม ... ที่กองฯ เป็นเจ้าภาพรับผิดชอบอยู่ ก็เข้าข่ายที่จะต้องนำ KM ไปเชื่อม ...

ในฐานะที่ตัวผู้เขียนเป็นแกนหลัก (CKO) เรื่อง KM ของกองฯ จึงถือเป็นโจทย์ที่ต้องนำไปคิดว่า ... แล้วจะนำไปบูรณาการกับโครงการส้วมได้อย่างไร ...

จากที่ได้เคยคลุกคลีทำงานเรื่องส้วม ... ในบางช่วง บางเวลา ทำให้ผู้เขียนมองเห็นเสน่ห์ของโครงการนี้ ในแง่ที่มียอดขุนพล คนเก่ง หัวใจแกร่ง ในการพัฒนาส้วม จนประสบความสำเร็จ ถือเป็นรูปแบบ และตัวอย่าง ของการพัฒนาส้วมที่หลากหลาย ... หากได้มีการจัดเวที เพื่อเปิดโอกาสให้ท่านๆ เหล่านี้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ กับหน่วยงานภาคีเครือข่ายของเรา ก็จะทำให้การขับเคลื่อนเรื่องส้วม ที่ว่ายาก ... ก็น่าจะไม่ยากอีกต่อไป ...

คงไม่ถือว่าเป็นงานที่ท้าทาย ... เพราะ ด่านแรก ที่ตัวเองต้องคิด ก็คือ ผู้บริหารจะเอาด้วยหรือไม่นั้น คงไม่ใช่ปัญหา ... เพราะท่านผู้อำนวยการกองฯ คุณธีชัช บุญญะการกุล ท่านเห็นความสำคัญ และให้การสนับสนุนเรื่องนี้มาโดยตลอด และให้นโยบายที่ชัดเจนว่า ต้องนำ KM ไปบูรณาการกับงานประจำ ในลักษณะให้เนียนไปกับเนื้องาน ไม่ใช่เป็นงานเพิ่มเติม หรือทำให้มีภาระในการทำงานมากขึ้น

ด่านที่สอง ที่ต้องคิดต่อมา คือ เจ้าของงาน หรือคุณปริยะดา (พี่หลี) จะเอาด้วยมั้ย เนื่องจากปีที่ผ่านมา กอง สช. (กองสุขาภิบาลชุมชน และประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ) ของเรายังมีแนวคิด หรือภาพของการจัดการความรู้ไม่ค่อยจะชัดเจนนัก

ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะตัวผู้เขียนเอง ยังมีความพยายามไม่พอที่จะขยายแนวคิดเรื่องนี้ไปสู่ทุกคน เพราะฉะนั้นการจัดเวทีในครั้งนี้ จะเรียกได้ว่าเป็นโอกาสที่จะต้องรีบคว้า เพื่อให้เรื่องนี้ขยายวงไปทั่วทั้งกอง

เมื่อมองเห็นโอกาสจึงรีบไปคุยกับคุณปริยะดา (พี่หลี) เจ้าของโครงการส้วม ไปเล่าให้เค้าฟังว่า ...

  • เราเห็นจุดเด่นในงานของเค้า ที่มีภาคีเครือข่ายการทำงานที่มีประสิทธิภาพ และมี Best practice ในหลากหลายรูปแบบ
  • หากได้มีการเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ระหว่างหน่วยงานภาคีเครือข่ายด้วยกัน โดยเฉพาะแนวคิด เทคนิควิธีการ รวมทั้งแรงบันดาลใจที่ยอดเยี่ยม ในการพัฒนา และขับเคลื่อนที่ประสบความสำเร็จ ก็จะทำให้การขยายวงของงานพัฒนาส้วมให้ได้ตามเป้าหมายนั้นทำได้ไม่ยาก
  • เป็นการนำ KM ไปเพิ่มมูลค่า (Value added) ของงานที่เค้าทำอยู่ ...

ด่านที่สอง ผ่านฉลุย... เนื่องจากพี่เจ้าของโครงการเห็นด้วยทุกประการ ในลักษณะ “เอาเลยน้อง...” แต่ก็ต่อรองไปว่า “เราช่วยกันนะพี่ ...” ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เนื่องจากผู้เขียนในฐานะที่เป็นแกนหลักเรื่อง KM ก็จะต้องรับผิดชอบเรื่องกระบวนการเป็นหลัก ส่วนเรื่องเนื้อหาก็ยังคงต้องขอแรงจากพี่เจ้าของโครงการเป็นส่วนใหญ่ ...

และ ... เวทีแรกของการจัดการความรู้สู่การพัฒนาส้วมสาธารณะไทย จึงได้เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 29-30 พฤษภาคม 2550 ณ โรงแรมวังใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ... และนี่คือ จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ ...

เอวัง บทนี้ก็จบที่ตรงนี้ก่อนนะคะ