ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร

วันนี้ เพ็ญ ๑๕ ค่ำเดือน ๘ ซึ่งในทางพระพุทธศาสนาเรียกกันว่า วันอาสาฬหบูชา ...ความสำคัญของวันนี้ก็คือเป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมครั้งแรกซึ่งเรียกกันว่า ปฐมเทศนา .... ส่วน ธัมมจักกัปปวัตตนสูตต์ เป็นชื่อเรียกพระสูตรในการแสดงธรรมครั้งนี้... ซึ่งผู้เขียนจะนำมาเล่าในวันมหามงคลนี้

ธัมมจักกัปปวัตตนสูตต์ เขียนทำนองนี้เป็นบาลีแท้... แต่ตามภาษาไทยสมัยนิยมมักจะเขียนว่า ธรรมจักกัปปวัตตนสูตร... ซึ่งคำแปลก็ไม่แตกต่างกัน...

ธัมมะ + จักกะ + ปวัตตน + สูตต์ = ธัมมจักกัปปวัตตนสูตต์ (ซ้อน ป. ปลามาอีกหนึ่งตัวเพื่อออกเสียงได้สะดวกยิ่งขึ้นตามหลักไวยากรณ์บาลี)

ธัมมะ = ธรรม, ความจริง, หลักคำสอนของพระพุทธเจ้า

จักกะ = ล้อ

ปวัตตนะ = เป็นไปทั่ว

สูตต์ = คำสอนของพระพุทธเจ้าแผนกหนึ่ง (มี ๙ อย่าง เรียกกันว่า นวังคสัตถุศาสน์), พระสุตตันปิฏกในพระไตรปิฏก

ธัมมจักกัปปวัตตนสูตต์ ถ้าจะแปลให้ได้ความหมายตามรูปวิเคราะห์ ก็จะแปลได้ว่า พระสูตร (อันบัณฑิตกำหนดด้วย) การยังล้อคือธรรมให้เป็นไปทั่ว

...............

ขยายความได้ว่า รถรบหรือรถม้าศึกของพระราชามี ล้อ เป็นส่วนสำคัญเพื่อนำไปสู่ข้างหน้า... เมื่อล้อรถรบไปถึงประเทศใด อำนาจของพระราชาก็ย่อมไปถึงประเทศนั้น ดังนั้น ล้อ ของรถรบจึงบ่งบอกถึงอำนาจเพื่อจะปราบปรามผู้ที่เป็นเสี้ยนหนามให้แตกพินาศไปแล้วก็ยึดครอง... ประมาณนี้

ส่วน ธรรมจักร ล้อคือธรรม แตกต่างจากล้อแห่งรถม้าศึก กล่าวคือ เมื่อล้อคือธรรมซึ่งเป็นคำสอนของพระบรมศาสดาเข้าไปถึงจิตใจของบุคลใดแล้ว ก็ย่อมทำลายภัยคือความทุกข์บรรดามีของบุคลนั้นให้หมดไป..... ประมาณนี้

การยังล้อคือธรรมให้เป็นไป ก็คือการประการหลักคำสอนให้เข้าถึงจิตใจของคนนั้นเอง...

และวันเพ็ญเดือนอาสาฬหะ เมื่อสองพันห้าร้อยกว่าปีมาแล้ว พระบรมศาสดาทรงยังล้อคือธรรมให้เป็นไปครั้งแรก กล่าวคือทรงแสดงธรรมโปรดฤาษีห้าตน (ปัญจวัคคีย์) ซึ่งในการประกาศครั้งแรกนี้ ล้อคือธรรม ก็ได้เข้าถึงจิตใจของฤาษีปัญจวัคคีย์....

ธรรมจักกัปปวัตตนสูตต์ นี้ เรียกว่า ปฐมเทศนา คือเป็นการแสดงธรรมครั้งแรกของพระองค์ คล้ายๆ กับเป็นวันที่ล้อคือธรรมเริ่มเคลื่อนไหวครั้งแรกนั่นเอง....

...............

เนื้อหาโดยย่อ ว่าด้วยหลักการดำเนินชีวิต โดยพระองค์ตรัสสอนว่า ไม่ควรทำตัวให้ลำบาก และไม่ควรหลงไหลในสิ่งต่างๆ จนเกินไป.... ให้ยึดถือความพอดีๆ เป็นกลางๆ... เมื่อดำเนินชีวิตอย่างนี้แล้ว ก็สามารถกำจัดปัญหาของชีวิตได้...

ส่วนปัญหาของชีวิตก็คือทุกข์ จะต้องแก้ที่เหตุ โดยเหตุของทุกข์ได้แก่ความทะเยอทะยานอยากในสิ่งต่างๆ นั้นเอง

จากเนื้อหาสั้นๆ เพียงนี้ ก็อาจพิเคราะห์ได้ว่า ผู้นั้นเข้าถึงหลักคำสอนของพระพุทธศาสนาหรือไม่เพียงใด....