ทุกท่านอาจจะงงในเรื่องของ พรหมลิขิต ทำไมต้องตั้งชื่อว่าพรหมลิขิต ..แล้วลิขิตอะไรบ้าง ... แล้วทุกท่านลองอ่านดูนะค่ะว่า มันตรงกับที่พระพรหมลิขิตชีวิตท่านหรือเปล่า
ตอนที่พระพรหมอยู่บนสวรรค์ พระพรหมได้รับคำสั่งจากองค์อินทร์ให้มีหน้าที่ปั้นคนให้มาเกิดบนโลกมนุษย์ด้วยดินเหนียวแล้วใส่สนามแม่เหล็กฝั่งลงไปในดินรูปคนปั้นนั้น.....พอพระพรหมปั้นเสร็จ พระพรหรมก็ผ่าครึ่งรูปคนปั้นนั้น แล้วโปรยลงมาบนโลกมนุษย์......ขณะที่โปรยลงมานั้น ...ลมมันก็พัดปลิวกระจัดกระจาย....( อ๋อ ลืมบอกไป รูปคนที่พระพรหมปั้นแล้วก็ผ่าเป็น 2 ชิ้นนั้น ก็จะกลายเป็นชาย 1 ซีก หญิง 1 ซีก...กลายเป็นคน 2 คน) .....55555555++
เมื่อปล่อยลงมาแล้ว ...ขณะที่ปล่อยลงมานั้น รูปปั้นทั้งสองซีกของรูปปั้นก็ต่างลอยในอากาศเพื่อตกสู่พื้นดิน....(.หนูให้ตอนที่รูปปั้นลอยอยู่ในอวกาศเป็นตอนที่กำลังมีชีวิต ถ้าตกถึงพื้นเมื่อไหร่ ถือว่าตายทันดีนะเจ้าค่ะ).....
พระพรหมก็ปั้นแล้วก็ผ่าลงมาเรื่อยๆ ..ปั้นตลอด 24 ชั่วโมง ปั้นแล้วผ่า ...ปั้นแล้วผ่าอยู่อย่างนั้น รูปปั้นที่ถูกผ่าก็ถูกโปรยลงมาบนโลกมนุษย์ กระจัดกระจายออกจากกัน แต่ด้วยแรงแม่เหล็กที่ฝังอยู่ในรูปปั้นแต่ละซีกนั้น ก็เริ่มดึงดูดเข้ามาหากัน
รูปปั้นซีกที่ถูกแยกกันไกล...ก็อาจจะมาเจอกันช้าหน่อย...นั่นก็หมายความว่า คนที่อยู่ไกลกัน คนละประเทศ ...ถ้าเป็นเนื้อคู่กันสักวันก็ต้องมาเจอกันอยู่ดี...( อย่างกับ คนไทยได้แฟนฝรั่ง 5555555+++)
ลักษณะต่อไปของรูปปั้นที่พระพรหมโปรยคือ ตอนโปรยลงมา ไอ้ดินเหนียวเนี่ย ดันไปจับกับดินก้อนอื่นซึ่งไม่ใช่คู่ของตัวเอง ...ดินก้อนนั้นประกอบกันไม่สนิทหรอก...( ก็พระพรหมผ่าไม่วัดขนาด...เพราะฉะนั้น ต้องประกบได้เพียงแค่คู่ของตัวเองเท่านั้น ถึงจะสนิท)..55555++ พระพรหมเห็นว่า ดินมันติดกัน ก็เลยกระตุกเชือกออกให้ดินมันหลุดออกจากกันเพื่อลอยหาคู่ของมัน....จึงเหมือนกับ รักเทียม ที่อยู่ด้วยกันแล้วก็ต้องแยกออกจากกัน...( เพราะพระพรหมกระตุกเชือก) 555++
บางคู่แต่งงานกันเร็วมากๆๆ สายฟ้าฟาดเลย...อาจเป็นเพราะ พระพรหมโปรยลงมาแล้วอยู่ใกล้ๆกัน แม่เหล็กเลยดูดเข้ามากันเร็ว..555++ แต่บางคน ที่ไร้คู่ยังหาคู่ไม่ได้นั้น อาจเป็นเพราะ พระพรหมโปรยไกลไปหน่อย....แม่เหล็กยังหาขั้วดูดไม่ได้ ( อ.ขจิต ว่าจริงไหมค่ะ) ......แต่ยังไงเดี๋ยวแรงลมก็จะช่วยให้มาเจอกันเอง
แต่บางคน ดินที่พระพรหมปั้น โปรยมาตั้งนานแล้ว...ยังหาคู่ไม่ได้เลย ดินก็เริ่มแตกระแหง แล้วก็สลายไป เพราะฉะนั้น เหตุการณ์ประเภทนี้ ก็คือ พวกที่ไร้คู่ เพราะคู่แตกไปแล้ว ต้องเป็นโสดตลอดนั่นเอง 555555555++
พวกที่ตายแล้วฟื้น ฟื้นมาได้อย่างไร ..ทุกท่านไม่ต้องงงค่ะ ก็คืออย่างนี้ค่ะ .....เมื่อดินซีกนั้น ลงสู่พื้นดิน (ซึ่งหนูถือว่าตาย....ถ้ามีชีวิตต้องลอยอยู่ในอากาศเท่านั้น)....พอดินลงสู่พื้นดิน แล้วไปโดนตรงสันดิน มันเลยกระเด้งขั้นไปไหม 55+++ ( แบบว่าพระกำลังสวดอภิธรรม แล้วฟื้นขั้นมา ก็น่าจะเป็นประเภทนี้อ่ะนะเจ้าค่ะ) 5555++
บางครั้งพระพรหมอาจจะตาลายปั้นมานาน...เลยผ่าไม่ค่อยตรงสักเท่าไหร่ ......อีกซีกหนึ่งใหญ่ อีกซีกหนึ่งเล็ก ..เพราะฉะนั้นเนื้อคู่ของคู่นี้ ก็จะมีคนหนึ่ง อ้วน คนหนึ่งผอม 555555555+++ ....บางครั้ง พระพรหมรีบ หยิบดินไม่ถูก ขาวครึ่งหนึ่ง ดำครึ่งหนึ่ง เอามาปั้น...เพราะฉะนั้น คนคู่นี้ ก็จะดำคน ขาวคน 55555555++
ผู้ที่คิดเรื่องพระพรหมขึ้นมานี้ ก็คือ อ.ธวัช เล้าภาษิต รองผู้อำนวยการโรงเรียนบางลี่วิทยา ....( ท่านไปนั่งทานอาหารโต๊ะจีนงานรับปริญญาพี่สาวหนู...ท่านเลยแต่งเรื่องพรหมลิขิตนี้มา...หนูประทับใจในการแต่งเรื่องของท่าน...เพราะท่านเป็นนักปรัชญาที่ดีมากๆ...ก็เลยเอามาเล่าให้พี่น้องชาวบล๊อคได้ฟัง..)
พระพรหมผ่ารูปปั้นให้ทุกท่านเป็นยังไงบ้างเจ้าค่ะ....แล้วเจอรูปปั้นอีกซีกแล้วหรือยัง ...ปลิวไปไหนแล้วหรือเปล่า...หรือว่าตกมหาสมุทรไปแล้วเนี่ย...555555555+++
มีคำถามอะไรถามได้นะเจ้าค่ะ --------> น้องจิ ^_^
พระอินทร์สั่งพระพรหมได้ด้วยหรือครับ? พระพรหม พระศิวะ และพระนาราย น่าจะเป็นเทพชั้นสูงกว่า พระอินทร์?
อรุณสวัสดิ์ตอนเช้าเจ้าค่ะ....สวรรค์อยู่ส่วนสวรรค์...อย่ามาลิขิตชีวิต...อินทร์พรหม วงศ์ยักษ์เทวดาข้าไม่สน....มิอาจสั่งการบัญชา..ขีดเส้นกฏเกณฑ์ชะตา...ข้าขอลิขิตชีวิตข้าเอง 55555555++
ขอบคุณเจ้าค่ะ พี่บ่าววีร์ ที่ให้คำถามกลับไปถามอาจารย์......เดี๋ยวหนูจะมารายงานผลการถามนะเจ้าค่ะ
เป็นกำลังใจให้เจ้าค่ะ -------> น้องจิ ^_^
จ๊ะ
ขอบคุณค่ะ พี่บ่าววีร์
มานะเข้ามา จ๊ะ เพียงคำเดียว น้องซึ้งใจเป็นอย่างมาก...ขอบคุณเจ้าค่ะ-----------> น้องจิ ^_^
สวัสดีจ้ะ
สวัสดีค่ะ พี่ศิรินทิพย์
หนูสบายดีค่ะ พี่สบายดีหรือเปล่าค่ะ......รูปปั้นอีกซีกหนึ่งของพี่..อาจกำลังจะปลิวตามลมหาพี่อยู่ก็ได้นะเจ้าค่ะ....
ขอบคุณเจ้าค่ะ ---------> น้องจิ ^_^
โห.....อาจารย์พิสูจน์เข้ามาเผากันถึงในนี้เลยหรอเจ้าค่ะ........เชื่อเลย อาจารย์ฉัน..5555555555++++ คิคิ อยากจะกระโดดน้ำตาย..แต่ก็กลัวแม่น้ำลำคลองเน่าซะอีก..5555555++
ขอบคุณเจ้าค่ะเข้ามาเผายับเลย-----> น้องจิ ^_^
ขอบคุณพี่ บ่าววีร์มากนะเจ้าค่ะ.......ที่เข้ามาอ่านบันทึกและร่วมแสดงความคิดเห็นกับบันทึกของหนู........อาจารย์ท่านก็พูดให้สนุกๆ เจ้าค่ะ อย่าคิดมาก 55555555555++++.......( โดนเผาแล้วก็แก้ตัวตามสถานการณ์ 555++)
เป็นกำลังใจให้เจ้าค่ะ-----------> น้องจิ ^_^
โห ...พี่บ่าววีร์....เชื่ออาจารย์สะงั้น 555555555++++ หนูไม่ได้งกนะเจ้าค่ะ 5555555++..แต่ก็นิดหน่อยเจ้าค่ะ
ขอบคุณเจ้าค่ะ ------------> น้องจิ ^_^
น้องจินี่ช่างมีเรื่องสนุกมาเล่าเรื่อย ๆ คงจะเป็นคนอารมณืดีนะ คิดถึงเลยแวะมาอ่าน งานยุ่งเลยไม่ได้เข้ามาอ่านบ่อย
สวัสดีค่ะ พี่น้ำตกปอย
หนูเป็นคนสนุกสนานร่าเริง ตามประสา เด็กๆ (บ๊องๆ เจ้าค่ะ) 555555555++.....ถ้าว่างๆ ก็เข้ามาอ่านบันทึกของหนูอีกนะค่ะ รู้สึกเป็นเกียรติ อย่างยิ่งเลยเจ้าค่ะ
ขอบคุณเจ้าค่ะ ---------> น้องจิ ^_^
งานนี้ครูธวัช แก่ สุดเพราะพระอินทร์ศวร ( อินสวน ) ฮ่ฮ่ ฮ่า ฮ่า ๆๆๆๆ เก็บความมาเล่าเก่งเนอะ ครูธวัช ปรมาจารย์นิทานก้อม บ.ล.
สวัสดีเจ้าค่ะ อาจารย์พรรณา
อั้นแน่!!! เน็ตเข้าได้แล้วหรอค่ะ ยินดีด้วยเจ้าค่ะ....ขอบคุณเจ้าค่ะ ที่เข้ามาเยี่ยมบันทึกของหนู คิคิ
เป็นกำลังใจให้เจ้าค่ะ ---------> น้องจิ ^_^