เราคุยกันว่า ผัก ผลไม้ พืชพลังงาน เป็นพืชกลุ่มที่มีศักยภาพ
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ผักมีประเด็นเรื่องความปลอดภัยด้านอาหาร การศึกษาของอาจารย์สมพรพบข้อมูลว่า สำหรับตลาดในประเทศ ผักปลอดสารมีผลตอบแทนแก่เกษตรกรดีกว่าผักอินทรีย์ แต่หากจะส่งออก เราจะต้องลงทุนสูงเรื่องการตรวจสอบตามมาตรฐาน และมีคอขวดคือ ผู้ประกอบการและการบริหารจัดการ ขนาดของการผลิตต้องไม่ใหญ่นัก ศักยภาพของผักจึงน่าจะยังอยู่ที่ตลาดในประเทศ ส่วนผลไม้ มีศักยภาพในการผลิตแบบ mass มากกว่าผัก</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">แต่หากจะทำวิจัยในภาพรวม จะมีปัญหาเรื่องฐานข้อมูลพอสมควร เพราะที่ผ่านมากระทรวงเกษตรฯ กระทรวงพาณิชย์ ยังไม่มีข้อมูลของผักผลไม้รายพืชที่เป็นระบบน่าเชื่อถือนัก บริษัทเอกชน โดยเฉพาะห้างสรรพสินค้าต่างๆ กลับมีข้อมูลที่ดีกว่าในบางเรื่อง (เคยไปขอข้อมูลจากหน่วยงานบางหน่วยงานของรัฐ บอกว่า เป็นความลับของบริษัท ให้ไม่ได้ เราก็เลยไม่รู้ว่า รัฐจะทำงานเพื่อใคร คาดว่า นี่ต้องเป็นกรณีที่มีระบบโควต้า ซึ่งเป็นระบบสิทธิพิเศษ ไม่ใช่ระบบที่เปิดให้มีการเข้ามาแข่งขันได้)</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">พืชพลังงาน เช่น อ้อย มันสำปะหลัง สบู่ดำ ผลิตพลังงานคนละอย่าง อาจเป็นเอธานอล หรือ ไบโอดีเซล พวกเรามองไม่ตรงกันว่า พืชไหนจะมีศักยภาพมากที่สุด บางท่านคิดว่าเป็นมันสำปะหลัง แต่บางท่านคิดว่าเป็นอ้อย (เพราะมีข้อมูลต่างกัน) แต่สบู่ดำนั้นถูกตัดออกไป เอธานอลจากอ้อยมีเทคโนโลยีของบราซิล ส่วนมันสำปะหลัง โรงงานมีเทคโนโลยีจากจีน อ้อยมีปัญหาติดขัดอยู่ที่ระบบโควตาในปัจจุบัน การพัฒนาพืชพลังงาน จำเป็นต้องปรับระบบโควตาและโครงสร้างภาษี เช่น ภาษีแอลกอฮอล์ </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">อย่างไรก็ดี มันสำปะหลังยังมีศักยภาพในเรื่องการนำมาทำสารความหวานแทนน้ำตาล ซึ่งถือว่าเป็นตลาดที่มีลู่ทางเนื่องจากพฤติกรรมการบริโภคของผู้คนเปลี่ยนไป</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p> สำหรับพืชดั้งเดิม </p><p></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">เรามองต่อไปที่ถั่วเหลือง และ ข้าวโพด ซึ่งปัจจุบันไทยนำเข้าสุทธิ ถั่วเหลืองนำเข้าส่วนใหญ่เป็นจีเอ็มโอ ไทยไม่มีศักยภาพในการปลูกถั่วเหลือง มีข้อจำกัดที่สำคัญคือ เก็บเกี่ยวยาก ต้องใช้แรงงานมากและยังไม่มีเครื่องจักรเข้ามาช่วยได้ดีพอ ถั่วเหลืองจึงแพ้ข้าว ส่วนข้าวโพดถูกแทนที่การใช้พื้นที่ด้วยมันสำปะหลัง </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ยางพารายังมีลู่ทางอยู่จากตลาดจีนและราคาน้ำมันที่ยังสูง (น้ำมันดิบเป็นต้นทางของการผลิตยางเทียมแข่งขันกับยางธรรมชาติ) </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ตอนจบ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">อาจารย์อัมมารเตือนว่า การหาพืชที่มีศักยภาพโดยดูที่ value chain นั้นต้องระมัดระวัง เพราะจริงๆแล้ว อาจมีการแทรกแซงของรัฐอยู่ หรืออาจมีการกดราคาระหว่างเส้นทาง เช่น กดราคาเกษตรกร การเข้าใจโครงสร้างตลาด กลไกการกำหนดราคาในแต่ละช่วงของ value chain จึงมีความสำคัญ </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">พวกเราอยากวัดศักยภาพของแต่ละพืชโดยดู domestic resource cost (ต้นทุนแท้จริงในการใช้ทรัพยากร) ปัญหากลับมาที่ว่า เราจะหาข้อมูลได้หรือไม่ อย่างไร </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ในเรื่อง เทคโนโลยี เราอยากดูผลิตภาพแรงงาน (labor productivity) เช่น ผลผลิตต่อแรงงาน (เพราะแรงงานหายาก และสะท้อนผลตอบแทนต่อคนทำงาน) ไม่ใช่ผลิตภาพที่ดิน (land productivity) ซึ่งวัดโดยผลผลิตต่อไร่ แต่ปัญหาก็กลับมาอีกว่า เราไม่มีข้อมูลแรงงานการผลิตรายพืช ถึงที่สุดก็ต้องกลับมาวัดผลผลิตต่อไร่ </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">สุดท้าย คือเราต้องดูว่ารัฐควรทำอะไร ไม่ควรทำอะไร</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">เราจบลงด้วยข้อเท็จจริงที่ว่า ประเทศไทยมีปัญหาการสร้างข้อมูลเพื่อตอบสนองความต้องการทางการเมือง ข้อมูลที่มีอยู่ในมือจึงกลายเป็นอันตรายเพราะอาจให้ภาพผิดๆ เราจะต้องเก็บข้อมูลเองมากน้อยแค่ไหนเป็นการบ้านที่ต้องไปคิดต่อ …ครั้งหนึ่ง ประเทศไทยเคยมีข้อมูลภาคเกษตรที่น่าเชื่อถือกว่านี้……</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">งานต่อไปคือการเขียนโจทย์และการพัฒนาโครงการวิจัย…. เป็นหน้าที่ของนักวิชาการรุ่นใหม่ที่จะทำงานโดยมีนักวิชาการรุ่นครูเป็นที่ปรึกษา</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p>